โรงพยาบาลอื่นญาติเยี่ยม28สค.
ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ยังพักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ ไม่ได้ย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนตามที่มีกระแสข่าว ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผยญาติลงชื่อขอเยี่ยมแล้ว 10 ราย แต่ต้องรอพ้นกักตัวผลโควิดก่อน โดยจะให้เข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป ขณะที่รองปลัดยุติธรรมก็ย้ำอดีตนายกฯ ยังอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ ระบุญาติขอเปลี่ยนโรงพยาบาลเองไม่ได้ ด้านผบก.น.6 สั่งด่วนจัดกำลังอารักขาเข้มงวด ตลอดระยะเวลาที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
วันที่ 24 ส.ค. พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 มีบันทึกข้อความด่วนที่สุด เรื่อง จัดชุดเคลื่อนที่เร็วสนับสนุน สน.ปทุมวัน สั่งการถึง รอง ผบก.น.6, ผกก.สน.ในสังกัด และ ฝอ.บก.น.6 ระบุว่าด้วยสน.ปทุมวัน มีผู้ต้องขังสำคัญของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานครเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอาจมีบุคคลไม่หวังดี ก่อเหตุวุ่นวาย จนทำให้กระทบต่อการควบคุมตัว เพื่อให้การควบคุมตัวผู้ต้องขังสำคัญ และการรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ จึงให้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วสนับสนุน สน.ปทุมวัน ดังนี้
จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ สว. (ผู้ควบคุม) จำนวน 1 นาย, จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ รอง สว. (หัวหน้าชุด) จำนวน 1 นาย จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ป.) จำนวน 4 นาย โดยให้จัดกำลังตามข้อสั่งการให้เตรียมพร้อมที่ตั้ง สามารถเรียกได้ภายในเวลา 15 นาทีและตรวจสอบกำลังได้ โดยให้กำลังดังกล่าวรายงานตัวกับ สวป.สน.ปทุมวัน ก่อนเวลาปฏิบัติภารกิจ 30 นาที เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป แต่งกายชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์ประจำกายและใช้รถจักรยานยนต์สายละ 1 คัน, ให้ สว.ฝอ.บก.น.6 (พัสดุ) จัดอาหารและน้ำดื่มสนับสนุนกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยเริ่มวันที่ 24 ส.ค. เวลา 18.00 น. เป็นมื้อแรก และมื้อต่อๆ ไปจนเสร็จสิ้นภารกิจ โดยให้นำส่งอาหารและน้ำดื่ม ณ สน.ปทุมวัน
ขณะที่บรรยากาศหน้าอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ร.พ.ตำรวจ มีเพียงสื่อมวลชน ได้มาติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหว หลังมีกระแสข่าวว่า นายทักษิณมีท่าทีว่าอาจจะย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน
ที่หน้าอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา นายนัสที ทองปลาด ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่มีตลอดคืนที่ผ่านมาว่าจะเคลื่อนย้ายตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปยัง โรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากความไม่พร้อมทั้งเรื่องสถานที่และความชำนาญของแพทย์ที่ต้องดูแลรักษาโรคที่เป็นอยู่ โดยยืนยันว่าตอนนี้นายทักษิณยังรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนอาการนั้น ทางเรือนจำจะได้รับรายงานเป็นระยะส่วนการเข้าเยี่ยมนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถให้บุคคลเข้าเยี่ยม เนื่องจากอยู่ในช่วงการ กักโรค 5 วัน นับตั้งแต่วันที่รับตัวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจในวันที่ 23-27 ส.ค.
หลังจากนั้นจะสามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ ตามเวลาการให้เยี่ยมของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งการอนุญาตบุคคลให้คนเข้าเยี่ยมนายทักษิณนั้น จะเป็นหน้าที่ของฝั่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่จะต้องแจ้งชื่อเข้ามาตามระเบียบ 10 รายชื่อ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แจ้งเข้ามาครบแล้ว 10 รายชื่อ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นบุคคล ใดบ้าง ซึ่งทั้งหมดจะสามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณได้ในวันที่ 28 ส.ค.นี้
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ในประเด็นการรักษาตัวรวมถึงการเคลื่อนย้ายตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนตามที่มีกระแสข่าวโดยกล่าวเพียงว่ายังไม่ได้รับรายงานจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจที่เป็นผู้รักษา ซึ่งหลังจากนี้จะไปประชุมร่วมกับคณะแพทย์ชุดที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ
เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมนายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และสมาชิกยื่นหนังสือถึงนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ประเด็นการเลือกปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษแก่นายทักษิณหลังมีอาการเจ็บป่วยต้องย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ออกมารักษาที่ ร.พ.ตำรวจ อย่างเร่งด่วนช่วงกลางดึกวันที่ 23 ส.ค.
นายพิชิตกล่าวว่าเนื่องจากสังคมมีคำถามกับการที่ราชทัณฑ์ปฏิบัติกับนายทักษิณเหมือนกับแขกคนสำคัญว่าป่วยจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ต่างประเทศ นายทักษิณและครอบครัวได้โพสต์รูปแสดงออกถึงความแข็งแรงมาโดยตลอด แต่เหตุใดพอเข้าไปในเรือนจำ ไม่ถึง 24 ชั่วโมง กลับป่วยกะทันหัน และต้องเคลื่อนย้ายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการเลือกปฏิบัติ อาจทำให้สังคมตราหน้ากรมราชทัณฑ์ได้
นายสหการณ์กล่าวว่า นายทักษิณรักษาที่ร.พ.ตำรวจ เป็นระเบียบของเรือนจำ แม้จะถูกจำกัดเสรีภาพแต่การดูแลคุณภาพชีวิต สุขภาพอนามัยเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ต้องขังหากเจ็บป่วยอันตรายถึงแก่ชีวิต ก็ต้องส่งตัวรักษาตามมาตรฐาน ส่วนที่จะให้แพทย์คนกลางมาร่วมตรวจสอบนั้น ต้องไปดูข้อกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ว่าทำได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามจริยธรรมทางการแพทย์ทุกร.พ.ก็มีมาตรฐานในการรักษา ซึ่งตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับทีมงานและตรวจสอบอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นายนัสเซอร์ย้อนถามรองปลัด ยธ.ซ้ำ ถึงสาเหตุที่มายื่นเรื่องครั้งนี้ เป็นเพราะประชาชนไม่เชื่อว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ และเจ้าตัวยังไม่ได้นอนคุกเต็มคืนก็ออกไปรักษาตัวข้างนอกแล้ว จนผู้คนมองเป็นละคร ส่วนการกักโรค ตอนนี้ก็เป็นช่วงหลังโควิด-19 ระบาดแล้ว แม้นายทักษิณจะเป็น กลุ่ม 608 ผู้ต้องขังสูงอายุ แต่หากเป็นนักโทษคนอื่นถูกคงตัดผมไปแล้ว ต้องมีภาพออกมาเผยแพร่ให้สื่อมวลชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสหการณ์ชี้แจงขั้นตอนต่อกลุ่ม คปท.เสร็จสิ้น สมาชิกได้แสดงความไม่พอใจก่อนตะโกนโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบพานายสหการณ์ออกไป
จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสหการณ์เปิดเผยกรณีมีกระแสการย้ายตัวนายทักษิณออกจากร.พ.ตำรวจไปรักษายัง ร.พ.เอกชนว่ายืนยันยังไม่มีการส่งตัวออก และส่วนตัวมั่นใจว่า ร.พ.ตำรวจมีศักยภาพในการดูแลรักษาได้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ติดตามดูแลอาการอย่างใกล้ชิด เพราะนายทักษิณยังอยู่ในการควบคุมของเรือนจำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเผยแพร่ภาพของนายทักษิณขณะรับการรักษา เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง ส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 4 นาย คอยคุ้มกันอยู่นอกห้องพัก
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า อาการป่วยของนายทักษิณทรุดลงหลังจากเข้าเรือนจำ ตนต้องชี้แจงว่า หากจินตนาการว่าต้องเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัดสิทธิ จากที่กินอยู่สุขสบาย ก็อาจส่งผลให้ร่างกายมีปัญหาได้ ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งจิตแพทย์เข้าไปดูแลอาการนายทักษิณ แต่แพทย์ได้รักษาอาการเจ็บป่วยตามประวัติการรักษาจากต่างประเทศ
นายสหการณ์กล่าวอีกว่า สำหรับหลักเกณฑ์ในการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล ต้องเป็นไปตามที่เรือนจำกำหนด คือ ญาติที่สืบสายเลือดและครอบครัวเข้าเยี่ยมได้ไม่เกิน 10 คน โดยไม่ให้เข้าเยี่ยมใน 5 วันแรก และต้องแจ้งความจำนงมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนปฏิบัติตามกติกาโรงพยาบาล คือเข้าเยี่ยมระหว่างเวลา 11.00-13.00 น. และ 17.00-19.00 น. ในวันปกติ หากอยู่โรงพยาบาลเกิน 5 วัน และมีบุคคลสำคัญนอกเหนือจากญาติ เช่น นักการทูต ต้องสอบถามตัวผู้ป่วยเองว่าอยากให้บุคคลนั้นเข้าพบหรือไม่ ส่วนการติดต่อสื่อสารใดๆ นายทักษิณต้องดำเนินการผ่าน เจ้าหน้าที่ และให้แจ้งผ่านญาติ ทั้งนี้ นับแต่วันคุมขัง นายทักษิณยังไม่แจ้งความประสงค์ใด โดยตนได้พบเห็นเจ้าตัวครั้งล่าสุดในวันรับตัวเข้าเรือนจำ สวมเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสแล็กส์ สีกรมท่า และยังไม่ได้เปลี่ยนชุด
ที่โรงแรมเซ็นทราฯ ศูนย์ราชการ ในงาน “สมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2566” ภายใต้แนวคิด “75 ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี เสรีภาพความเสมอภาค และความยุติธรรมสำหรับทุกคน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
นายสมชาย หอมลออ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และที่ปรึกษาอาวุโส มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้จะครบรอบ 75 ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยก็เป็นสมาชิก ซึ่งต้องนำหลักการของปฏิญญาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อิสรภาพเสรีภาพความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ และความยุติธรรมสำหรับทุกคน แต่ค่อนทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่ได้นำหลักการเหล่านี้มาปฏิบัติอย่างจริงจัง ยังมีความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะกับกลุ่มคน เปราะบาง กลุ่มคนชายขอบ คนยากจนเกษตรกร กรรมกรชาวไร่ชาวนา แรงงานข้ามชาติ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้ใช้ยา และอื่นๆ ซึ่งตกเป็นเหยื่อของการเอารัดเอาเปรียบ การทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ สิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องมาทบทวน
“กรณีของนายทักษิณนั้น ส่วนตัว มองว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในระบบ ระบอบที่ไม่เป็นไปตามหลักการของความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของปฏิญญา” นายสมชายกล่าว
ด้าน น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธาน กสม.ตอบคำถามกรณีขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนายทักษิณประเด็นการละเมิดสิทธิ เลือกปฏิบัติ เข้ามาหรือไม่ ซึ่งน.ส.พรประไพกล่าวว่า ยังไม่มี เราก็ฟังจากข่าว ทั้งนี้ ถ้ามีใครมาร้องเรียนก็จะดูก่อนว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิหรือไม่ หรือมีความชัดเจนว่ามีการกระทำใดๆ ของหน่วยงานใดที่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ทางกสม.ก็จะดำเนินการตามอำนาจที่มี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการร้องเรียนอะไรเข้ามา