บุกค้น14จุด7จว.ทีมไนจีเรีย-ไทยอ้างทหารมะกัน

ทลายแก๊งโรแมนซ์สแกม ‘ลวงรัก’ กองปราบฯ บุกค้น 14 จุด 7 จังหวัด รวบหนุ่มไนจีเรีย กับ 13 คนไทย ร่วมทีมล่าเหยื่อ ตั้งแต่ปี 2561เชิดเงินไปรวมกว่า 800 ล้าน ตร.ตามแกะรอยจากเบาะแสผู้เสียหายรายล่าสุดร้องเรียนถูกกลุ่มมิจฉาชีพตีสนิทผ่านออนไลน์ ปลอมโปรไฟล์สวมรอยเป็นทหารหญิงอเมริกัน ปฏิบัติการอยู่ไนจีเรีย แสร้งตกหลุมรักเหยื่อมากถึงขั้นคิดบินมาใช้ชีวิตคู่ที่ไทย ล่อลวงส่งของมีค่าไปให้ แต่อ้างติดปัญหาต้องจ่ายค่าภาษี หว่านล้อมให้เหยื่อจ่ายไปก่อนแล้วจะคืนให้ภายหลัง พอหลงเชื่อโอนเงินให้รวมนับล้านบาทก็เชิดเงินหนีหายไป ผู้ต้องหารับสารภาพ ส่งตัวดำเนินคดี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ส.ค. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊ง “Romance Scam ลวงให้รักก่อนเชิดเงินหนี” หลังนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 14 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็นในพื้นที่กทม. 7 จุด, ปทุมธานี 1 จุด, พิษณุโลก 2 จุด, อุทัยธานี 1 จุด, อุตรดิตถ์ 1 จุด, กำแพงเพชร 1 จุด และพิจิตร 1 จุด

จากปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้จำนวน 14 คน แบ่งเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 13 ราย และ ผู้ต้องหาสัญชาติไนจีเรีย 1 ราย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ จำนวน 21 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 20 เล่ม บัตรเอทีเอ็มจำนวน 18 ใบ สมุดกองทุนรวมธนาคาร 1 เล่ม คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, เอกสารโอนเงินไปต่างประเทศจำนวน 5 ชุด ซิมการ์ดโทรศัพท์ 1 อัน เมมโมรี่กล้อง 3 ตัว กระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อชาเนลอีก 2 ใบ

แสร้งรัก – ตำรวจกองปราบฯ บุกค้น 14 จุด 7 จังหวัด จับกุมนายอูโซซูกะวู เจอโรม ชาวไนจีเรีย แก๊งโรแมนซ์สแกมร่วมกับคนไทยอีก 13 คน แสร้งรักลวงเหยื่อหลายรายหลอกเงิน รวมกว่า 800 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ส.ค.

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า เนื่องจากเมื่อต้นปี 2565 ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่งว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาทำทีตีสนิทผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้โปรไฟล์เป็นรูปภาพหญิงต่างชาติหน้าตาดี อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหารสาวชาวอเมริกัน ปฏิบัติภารกิจอยู่ในประเทศซีเรีย เมื่อพูดคุยกันจนสนิทสนม มิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็เริ่มออกอุบายว่ากำลังจะเดินทางมาประเทศไทย เหตุเพราะประทับใจและตกหลุมรักในตัวผู้เสียหายมาก พร้อมอ้างว่าได้ส่งพัสดุภายในเป็นทรัพย์สินมีค่ามาให้แต่ติดปัญหานำออกจากสนามบินไม่ได้ จึงอยากให้ช่วยจ่ายค่าภาษีให้ก่อนแล้วจะคืนเงินให้ภายหลัง

ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์กล่าวว่า เมื่อเห็นว่า ผู้เสียหายเริ่มหลงเชื่อคล้อยตามกลุ่มคนร้าย จะให้ผู้ร่วมขบวนการที่เป็นคนไทยทำทีโทรศัพท์ติดต่อมายังผู้เสียหายก่อน โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินแล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้อ้างเป็นค่าดำเนินการต่างๆ เพื่อที่จะนำกล่องพัสดุออกจากสนามบินได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ไปจำนวนหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่าล้านบาท เมื่อเห็นว่าได้ยอดเงินตามที่ต้องการแล้วคนร้ายกลุ่มนี้ก็จะเริ่มออกลาย ตัดขาดการติดต่อแล้วเชิดเงินทั้งหมดหนีหายไปในที่สุด

ขณะที่ พ.ต.ท.อัครพลกล่าวว่า หลังรับเรื่องทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยสืบหาเบาะแสจนพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้ทำกันเป็นขบวนการ มีทั้ง คนไทยและชาวไนจีเรีย โดยเฉพาะนายอูโซซูกะวู เจอโรม อายุ 45 ปี ชาวไนจีเรีย ซึ่งก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2561 เคยถูกจับในคดีลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่เข็ดหลาบ กลับมาก่อเหตุซ้ำซากหลายครั้ง

“จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบว่าเมื่อได้เงินจากผู้เสียหายแล้วกลุ่มคนร้ายจะรีบโอนออกไปยังบัญชีธนาคารต่างประเทศโดยทันที เฉพาะตั้งแต่ปี 2561-2564 พบมีเงินหมุนเวียนออกไปยังบัญชีในต่างประเทศ รวมกว่า 800 ล้านบาท เมื่อมีหลักฐานการกระทำผิดที่แน่ชัดแล้วนั้นจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและนำมาสู่การตามจับกุมตัวนาย อูโซซูกะวู พร้อมผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ อีก 13 ราย ได้ดังกล่าว” พ.ต.ท.อัครพลกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า จากการสอบปากคำหนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินโทรศัพท์หลอกลวง ผู้เสียหายนั้นให้การรับสารภาพว่า ขณะนั้นถูกว่าจ้างมาจากแฟนหนุ่มชาวไนจีเรีย ซึ่งเจอกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันไม่ได้คบหากันแล้ว โดยได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์จากการหลอกลวงดังกล่าว อ้างสาเหตุที่ต้องทำเพราะช่วงนั้นไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน