‘บิ๊กก้อง’ลุยล้างบางสงปปง.ลงดาบสองยึดทรัพย์ก๊วนจีนเทาบ้าน17หลัง-11รถหรู

ล่าอีก 5 หัวโจกจีนเทา แก๊งไฮบริด สแกม ‘กีกี้ แม็กซิม’ ที่หลุดรอดร่างแหตำรวจที่ปูพรมค้น30 จุดทั่วปท. อายัดทรัพย์กว่าพันล้าน ทั้งบ้านหรู 17 หลัง เก๋งหรู 12 คัน เงินสด ทองคำรูปพรรณ นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม ‘บิ๊กก้อง’ ผบช.สอบสวนกลางส่งปปง.ลงดาบสองยึดทรัพย์เหี้ยน ยืนยันหลักฐานแน่นหนาและสำนักงานอัยการให้คำปรึกษา ไม่หวั่นแก๊งอาชญากรข้ามชาติมีทนายคอยแก้ต่าง

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พล.ต.ต. พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พร้อมตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “Shut down one billion Hybrid Scam” ทลายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลังนำเจ้าหน้าที่กว่า 270 นาย กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 30 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ชลบุรี และอุดรธานี

จากปฏิบัติการดังกล่าวเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 9 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.เบียน ฉี อายุ 40 ปี สัญชาติจีน, 2.น.ส.ไช่ ผิงเฝย อายุ 32 ปี สัญชาติจีน, 3.น.ส.อัจฉรา เหล่าเกษกรรม อายุ 28 ปี, 4.น.ส.จักรีณา ชูขาวศรี หรือ กีกี้ แม็กซิม อายุ 28 ปี, 5.น.ส.ภัสรา เหล่าเกษกรรม อายุ 26 ปี, 6.นายณัฐฐินันท์ เภาชิต อายุ 30 ปี, 7.น.ส.สุภาวินี เพ็ชร์เอี่ยม อายุ 32 ปี, 8.น.ส.สุมาลี แซ่พุ่ง อายุ 34 ปี และ 9.น.ส.ศิริวรรณ สุทธิวรรณา อายุ 30 ปี

พร้อมตรวจยึดของกลาง บ้านหรู 17 หลัง, รถยนต์หรู 12 คัน, เงินสดรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท, สร้อยคอทองคำกว่า 10 รายการ, นาฬิกาหรู, กระเป๋าแบรนด์เนม, คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวนหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทลายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (ไฮบริดสแกม) ตั้งแต่ระดับหัวหน้าเครือข่ายที่มีหน้าที่ควบคุมสั่งการศูนย์ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปจนถึงคนควบคุมบัญชีม้า, คนรับจ้างเปิดบัญชีม้า และคนที่ดูแลเรื่องฟอกเงินตามหมายจับ 14 คน สามารถตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน ในจำนวนนั้นเป็นชาวจีน 2 คน และคนไทย 7 คน มี น.ส. จักรีณา หรือ กีกี้ แม็กซิม นางแบบสาวเซ็กซี่รวมอยู่ด้วย

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2565 มีผู้เสียหายได้ถูกกลุ่มคนร้ายใช้เฟซบุ๊ก ปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดีเข้ามาพูดคุยตีสนิทจนผู้เสียหายเชื่อใจ แล้วชักชวนให้ร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ผ่านเว็บไซต์ชื่อ CBOEX แอพพลิเคชั่นที่กลุ่มคนร้ายปลอมขึ้นมาทั้งหมด ทำให้มีลักษณะคล้ายกับแอพพลิเคชั่นดั้งเดิมที่ใช้ชื่อ CBOE ซึ่งปัจจุบันได้ปิดไปแล้ว โดยคนร้ายจะแนะนำให้ผู้เสียหายสมัครเปิดบัญชีกับแพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิทัลของไทย เพื่อสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลไปซื้อเหรียญดิจิทัลสกุลเงิน USDT ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว จากนั้นหลอกให้ ผู้เสียหายโอนเงินเหรียญดิจิทัลเข้าไปยังกระเป๋าเหรียญดิจิทัลของคนร้าย แล้วแจ้งยอดผลกำไรจากการลงทุนให้แก่ผู้เสียหายยิ่งทำให้หลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนเพิ่มอีก รวมเป็นเงินความเสียหายกว่า 13 ล้านบาท

ด้านพล.ต.ต.อธิปกล่าวว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและเส้นทางของเหรียญดิจิทัลของผู้เสียหายพบการโอนจากกระเป๋า ผู้เสียหายไปยังกระเป๋าเหรียญดิจิทัลส่วนตัวกว่า 20 กระเป๋า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนโอนไปรวมที่กระเป๋าเหรียญดิจิทัลของคนร้ายแล้วเทขายเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทย ในปี 2565 คนร้ายแก๊งนี้ขายเหรียญดิจิทัลที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

ส่วนรูปแบบการกระทำความผิดพบว่าทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ คือ ระดับหัวหน้าสั่งการ, กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ติดต่อพูดคุยหลอกลวงเหยื่อ, กลุ่มนายหน้าจัดหาบัญชีม้า และกระเป๋าเงินดิจิทัลม้า, กลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า และกระเป๋าเงินดิจิทัลม้า และกลุ่มที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน โดยนำเงินไปซื้อทรัพย์สินมีค่า และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

ยึดพันล้าน – พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. แถลงผลทลายเครือข่ายจีนเทาไฮบริด สแกม แก๊ง ‘กีกี้ แม็กซิม’ นางแบบสาว ตุ๋นลงทุนเงินดิจิทัล ยึดบ้าน รถหรู และเงินสดรวมกว่า 1 พันล้านบาท ที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 31 ส.ค.

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายผลจับกุมคดีนี้ถือว่าเป็นคดีแรกๆ ที่สามารถขุดรากถอนโคนตั้งแต่ผู้เปิดบัญชีม้าไปจนถึงตัวการสั่งการระดับหัวหน้า สามารถอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก จากการขยายผลตรวจสอบข้อมูลของบริษัทนอมินีและคนไทย นอมินีที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้าย พบการครอบครองบ้านหรู 17 หลัง, รถยนต์หรู 11 คัน, เงินสดกว่า 6 ล้านบาท, ทองรูปพรรณกว่า 10 รายการ, นาฬิกาหรู, กระเป๋า แบรนด์เนม, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคารหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ตรวจยึดส่งให้ ปปง. ตรวจสอบเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 5 คนที่ยังหลบหนี และจะขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

เมื่อถามว่าการที่เครือข่ายดังกล่าวมีบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่งคอยให้คำปรึกษาด้านข้อกฎหมายต่างๆ นั้น ทางตำรวจจะมีข้อกังวลในส่วนของเรื่องคดีหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพตอบว่า ในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใด ก่อนหน้าจะเริ่มสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีดังกล่าว กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีทำงานด้วยความรอบคอบ เก็บรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด อีกทั้งทางตำรวจมีสำนักงานอัยการสูงสุดคอยให้คำปรึกษาแนะนำต่างๆ ส่วนบริษัทกฎหมาย ดังกล่าวจะมีความเกี่ยวข้องกับการร่วมกระทำผิดด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานข้อเท็จจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน