จากโทษจำคุก8ปี-เหลือติดปีเดียวครอบครัวซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ‘วิษณุ’ชี้เป็นพระราชอำนาจเด็ดขาด‘ฮุนเซน’ร่วมยินดี-ขอให้พี่ชายโชคดี
พระราชทานอภัยโทษ ‘ทักษิณ’ จากโทษจำคุก 8 ปี เหลือ 1 ปี หลังทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เคยดำรงตำแหน่งนายกฯ ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน มีความจงรักภักดี เมื่อถูกดำเนินคดีและศาลพิพากษาก็เคารพ ในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับโทษ สำนึกผิด อายุมาก มีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วย ต้องเข้ารักษา พยาบาลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ ครอบครัวซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ขณะที่ ‘วิษณุ’ ชี้ไม่มีลดหย่อนโทษอีกแล้ว เพราะเป็นพระราช อำนาจเด็ดขาด ด้านสื่อนอกตีข่าวครึกโครม
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษ ความว่าตามที่นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร ยื่นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาจำนวน 3 คดี คดีที่ 1 ความผิด ต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก 3 ปี คดีที่ 2 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี คดีที่ 1 กับคดีที่ 2 นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก 3 ปี และคดีที่ 3 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม กำหนดโทษจำคุก 5 ปี รวมกำหนดโทษจำคุก 8 ปี รับโทษมาแล้ว 10 วัน เหลือโทษจำคุก 7 ปี 11 เดือน 20 วัน อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ความว่าเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน มีความ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษ จำคุกดังกล่าวด้วยความเคารพในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิดในการกระทำ มีความสำนึก ในความผิด จึงขอรับโทษตามคำพิพากษา ขณะนี้อายุมาก มีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยต้องเข้า รักษาพยาบาลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น
ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ ให้นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชนสืบไป พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขณะที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายทักษิณ โพสต์เฟซบุ๊กว่าข้าพเจ้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ และนายทักษิณ ชินวัตร จะใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ทั้งชีวิต ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม ประชาชน และรับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์สืบไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ส่วนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ให้สัมภาษณ์ ว่ายินดีด้วย ซึ่งครอบครัวน่าจะสบายใจขึ้น เพราะนายทักษิณเป็นความดันสูง น่าเป็นห่วง และสภาพจิตใจนายทักษิณน่าจะดีขึ้น
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นายทักษิณ กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องขอร้องประชาชนไม่สมควรที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรือโต้เเย้งคัดค้านใด เพราะอาจเป็นก้าวล่วง หรือละเมิดพระราชอำนาจ ส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอบสวน หรือชั้นศาล ทนายความ จะดำเนินการในฐานะจำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม เรื่องใดในชั้น สอบสวนก็จะร้องขอความเป็นธรรมและขอให้สอบสวนต่อพนักงานอัยการ เนื่องจากต้องให้โอกาสผู้ต้องหาต่อสู้คดีอาญาอย่างเต็มที่ ส่วนคดีที่อยู่ในชั้นศาลนั้นหากมีคดีที่สามารถถอนฟ้องหรือยอมความได้ก็ต้องดำเนินการเพื่อหาข้อยุติ และจะไปเยี่ยมนายทักษิณ อีกครั้งในต้นสัปดาห์หน้า
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รักษาการรองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การถวายฎีกา คือการติดต่อระหว่างนักโทษกับพระเจ้าอยู่หัว อย่าไปวิจารณ์ตรงนั้น ข้อความจะมีอย่างไรเขาก็ไม่เอามาเปิดเผยกัน ปกติเป็นธรรมเนียมของการขอพระราชทานอภัยโทษ จะบอกเพียงว่าขอพระราชทานอภัยโทษ จะไม่เขียนอย่างอื่น การอภัยโทษมี 3 อย่าง คือ ลดโทษ เปลี่ยนโทษ และปล่อยตัว ซึ่งการปล่อยตัว ก็จะมีเงื่อนไขได้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายทักษิณอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ จะนับเป็นการจำคุกด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า นับ อยู่ในกำหนดระยะเวลาด้วย ถือว่าอยู่ในการควบคุมของกรมราชทัณฑ์ตลอด ถึงต้องส่งพนักงานกรมราชทัณฑ์ 4 คนไปเฝ้า มีอำนาจออกระเบียบว่าใครเข้าเยี่ยมบ้าง เข้าเยี่ยมได้กี่คน คนละกี่นาที รวมทั้งตัดผม หรือไม่ตัดผม เสื้อผ้าใส่ชุดไหน กรมราชทัณฑ์เป็นผู้กำหนดทั้งหมด
นายวิษณุกล่าวว่า เราไม่ควรไปยุ่งเรื่องการตัดผมมากนัก เพราะนักโทษที่อยู่ในเรือนจำบางคนจะได้รับการอนุมัติผ่อนผันเรื่องตัดผม ที่ใหญ่กว่านั้นคือเรื่องการทำงาน นักโทษ ต้องทำงาน นักโทษทุกคนพยายามทำงาน เพื่ออัพเกรดเป็นนักโทษชั้นกลาง ต่อไป เป็นนักโทษชั้นดีและชั้นดีมาก เป็นสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ดูแลทั้งหมด และนายทักษิณก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์นี้ทั้งหมด แต่ระหว่างอยู่ร.พ. ก็มาทำงานไม่ได้อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่าอภิสิทธิ์ที่นายทักษิณได้รับ จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำให้สังคมเกิดความแตกแยกหรือไม่ รักษาการรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ไม่เห็นว่าเป็นอภิสิทธิ์อะไร แต่เป็นสิทธิ์ ที่นักโทษพึงมี ถ้าป่วยจริงถือเป็นสิทธิ์ธรรมดา ไม่ใช่อภิสิทธิ์ นักโทษธรรมดาก็ส่งไปร.พ. ตั้งเยอะแยะ และภายใน 1-2 วันตนจะพ้นกระทรวงยุติธรรม คงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เอาไว้ถามรมว.ยุติธรรมคนใหม่
รักษาการ รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์ อีกครั้งทางโทรศัพท์ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะดำเนินการตามปกติกับนักโทษทั่วไป เมื่อนายทักษิณหายป่วยก็กลับเข้าเรือนจำ ถ้าอาการป่วยไม่ดีขึ้นก็ต้องรักษาตัวต่อไป เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็บังคับใช้ได้ทันที ตั้งแต่วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ลงมา นายทักษิณไม่สามารถที่จะขอพระราชทาน อภัยโทษได้อีก เพราะเป็นพระมหากรุณาธิคุณลงมาแล้ว นายทักษิณต้องโทษจำคุกอีก 1 ปี ไม่มีลดหย่อนโทษอีกแล้ว เพราะเป็นพระราชอำนาจเด็ดขาดแล้ว
วันเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน ประธานที่ปรึกษา พระมหากษัตริย์กัมพูชา และอดีตนายกฯ กัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่าขอแสดงความยินดีกับนายทักษิณที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยลดจากจำคุก 8 ปี เหลือเพียง 1 ปี ขอให้พี่ชายโชคดี
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศต่างนำเสนอข่าวนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวรอยเตอร์, แชนเนล นิวส์ เอเชีย, สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น, สำนักข่าวเอพี, สำนักข่าวบีบีซี และสำนักข่าวอัลจาซีร่า เป็นต้น