พื้นที่ 5แสนไร่ทับที่ชาวบ้าน
ชาวลำปางโวยกรมอุทยานฯ เตรียมจัดตั้งกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 5 แสนไร่ รวมทั้งหมด 5 อำเภอ 13 ตำบลของจังหวัด เปิด 5 เวทีรับฟังความคิดเห็น อ้างประสบปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและการบุกรุกพื้นที่ป่า และถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก ป้องกันไม่ให้มีการ ตัดไม้ ผู้ใหญ่บ้านซัดเป็นการโยนความผิดให้คนที่อยู่ในป่าว่าเป็นพวกลักลอบตัดไม้ไปขายให้นายทุน ทั้งๆ ที่ชุมชนอยู่ในป่า มานานกว่าร้อยๆ ปีและคอยดูแลผืนป่า มาตลอด
วันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ระบุว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จ.ลำปาง เพื่อเตรียมการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยาน แห่งชาติ มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 448,933.43 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5 อำเภอ 13 ตำบลของจังหวัดลำปาง
โดยระบุว่าที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติ ถ้ำผาไท ประสบปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและการบุกรุกพื้นที่ป่า และมีการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก
นายสมชาติ รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า การที่หน่วยงานราชการอ้างจะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท เพราะป้องกันไม่ให้มีการตัดไม้ เป็นการโยนความผิดให้คนที่อยู่ในป่าว่าเป็นพวกลักลอบตัดไม้ไปขายให้นายทุน ทั้งๆ ที่ชุมชนอยู่ในป่ามานานกว่าร้อยๆ ปีและคอยดูแลผืนป่ามาตลอด
“เจ้าหน้าที่มีความคิดเห็นที่มีอคติกับชาวบ้าน ไม่มีความชอบธรรม อ้างว่าจะประกาศเป็นอุทยานเพราะกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในป่าค้าไม้เถื่อน ทำให้สังคมคิดว่าเราค้าไม้ ผลกระทบจากมติต่างๆ อาจทำให้ชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ในป่าตกหล่น การแจ้งว่าจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์ป้องกันจากการบุกรุกทำลายป่า แสดงว่าที่ผ่านมาอุทยานไม่มีน้ำยาดูแลป่าไม้ได้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติบางแห่งก็ยังมีคนเข้าไปลักลอบ ตัดไม้” นายสมชาติกล่าว
ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง กล่าวอีกว่า มีความกังวลเกี่ยวกับแผนที่ซึ่งจะนำมากำหนดพื้นที่ผืนป่าให้อยู่ในอุทยานแห่งชาติกรณีครอบคลุมพื้นที่ชุมชนซึ่งอยู่มานานกว่า 100 ปีแล้วหรือไม่ และเวทีรับฟังความคิดเห็นจะชอบธรรมหรือไม่ และที่บอกว่าสามารถลงชื่อแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ได้ ชาวบ้านบางคนไม่มีโทรศัพท์ เข้าไม่ถึงว่าต้องลงชื่ออย่างไร แสดงว่าถ้าให้ลงชื่อแบบนี้ก็เกณฑ์คนมาลงชื่อในเว็บไซต์ได้ ตอนนี้พวกเราคุยกันอยู่อาจจะต้องนัดชาวบ้านมาประชุมกันว่าสถานการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร ต้องคุยกับเครือข่ายชาติพันธุ์ลำปางก่อนว่าจะเอาอย่างไร แล้วจึงจะบอกได้ว่าจะเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นนี้หรือไม่
ขณะที่เฟซบุ๊กมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ได้เผยแพร่ข้อมูลโดยระบุว่า ให้จับตาเวทีรับฟังความเห็นประกาศอุทยานแห่งชาติ ถ้ำผาไท เดิมพันวิถีชาติพันธุ์ใต้กฎหมาย ป่าไม้ ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2534 หลังรัฐบาลมีนโยบายปิดป่า การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาตินั้นมาควบคู่กับการดำเนินโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม หรือที่รู้จักกันในนามโครงการอพยพคนออกจากป่า ทำให้เร่งรัดประกาศเขตป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคืออุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จ.ลำปาง
ดังนั้นจึงเชิญชวนติดตาม จับตา เวทีรับฟังความเห็นประกาศอุทยานแห่งชาติ ถ้ำผาไท ในระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย.นี้ อันจะเป็นเดิมพันสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตป่าทั่วประเทศที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจรัฐ รวมถึงเดิมพันอนาคตลูกหลานใต้เงื้อมมือกฎหมายป่าไม้ฉบับต่างๆ และอาจจบลงที่การถูกประกาศพื้นที่อุทยานหลังจากนี้
ทั้งนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง มีประกาศ เรื่อง การประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) จ.ลำปาง เป็นไปตามประกาศกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 25 พ.ย. 2564 โดยจะเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงความเห็นใน 5 เวที ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ได้แก่ อ.งาว วันที่ 4 ก.ย. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว อ.งาว จ.ลำปาง, อ.เมืองลำปาง วันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแลง อ.เมืองลำปาง, อ.แจ้ห่ม วันที่ 6 ก.ย. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแจ้ห่ม อ.แจ้ห่ม, อ.วังเหนือ วันที่ 7 ก.ย. 2566 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง อ.วังเหนือ, อ.แม่เมาะ วันที่ 8 ก.ย. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง
สำหรับสิ่งที่ต้องจับตา คือ ความกังวลใจของประชาชนในพื้นที่ที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงจากการประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท แนวอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ที่ยังทับซ้อนกับพื้นที่การใช้ประโยชน์ของชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ทำกินและพื้นที่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในป่า การเก็บหาของป่า และพื้นที่ในรูปแบบจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งหากถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติฯ ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ล้นมือ มีบทลงโทษหนัก และจะถูกจำกัดวิถีการทำกิน ความเคลื่อนไหวของประชาชนในระดับพื้นที่ ได้แก่ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่ได้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวของกรมอุทยานฯ ที่ยังอ้างเหตุผลว่าประสบปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและการบุกรุกพื้นที่ป่า และมีการดำเนินคดีจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะกล่าวโทษประชาชนในเขตป่า ขัดต่อบรรยากาศการแก้ไขปัญหาร่วมกันตามที่ขบวนการภาคประชาชนได้เรียกร้องต่อรัฐบาล และความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง ทั้ง สส.เขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความเห็น