ติดกล้องห้องเปลี่ยนชุด
พบเหยื่ออื้อ-ล้วนคนดัง
นักร้องเกิร์ลกรุ๊ปดังแจ้งจับช่างภาพตั้งกล้องแอบถ่ายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในสตูดิโอ ย่านสุทธิสาร หลังจับได้พร้อมหลักฐานแต่โบ้ยฝีมือเจ้าของสตูดิโอ สุดท้ายรับสารภาพ ขอรับผิดทุกอย่าง พร้อมขอโทษ ระบุก่อเหตุมานาน 1 ปี รับทำแบบเดียวกันนี้กับเหยื่ออีก 5-6 ราย เผยตัวเองชอบความท้าทาย เหยื่อสุดช็อก ไม่คิดว่าคน ที่ไว้ใจจะก่อเหตุ พบมีเหยื่ออีก 5-6 ราย ‘คุณชายอดัม’ เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับชื่อดังเป็นตัวแทนหนึ่งในผู้เสียหาย ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่สน.สุทธิสาร นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พานางแบบและนักร้องเกิร์ลกรุ๊ป 4 คน เข้าพบพ.ต.อ.สุรศักดิ์ ลาวัณย์วิสุทธิ์ ผกก.สน.สุทธิสาร เพื่อติดตามคดี หลังถูกช่างภาพ ตั้งกล้องแอบถ่ายผู้หญิงตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยวันนี้เดินทางมาพูดคุยกับคู่กรณี
สาวผู้เสียหาย วัย 26 ปี อดีตสมาชิกวงไอดอล สไตล์ญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ ยูทูบเบอร์ ติ๊กต็อกเกอร์เล่าข่าว แปลข่าวภาษาจีนซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5 หมื่นคน เล่าว่า วันเกิดเหตุ คือเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ที่สตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร กทม. ตนต้องการถ่ายภาพ เพื่อเป็นที่ระลึกให้แฟนคลับในงานแฟนมีตติ้ง โดยรู้จักกับช่างภาพดังกล่าวเนื่องจากอดีตวงของตนเคยว่าจ้างช่างภาพรายนี้มาเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ประจำ ด้วยความสนิทและเชื่อใจ จึงติดต่อมาถ่ายภาพให้ ระหว่างการถ่ายภาพจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เลยเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนชุด ระหว่างนั้นตนสังเกตนาฬิกา ดิจิทัลตั้งอยู่ รู้สึกเอะใจว่านาฬิกาไม่ควรมาอยู่ในห้องน้ำ ห้องแต่งตัวเช่นนี้ ตนจึงใช้ไฟฉายส่องดู พบว่ามีกล้องซ่อนอยู่ ประกอบกับมุมที่ตั้งก็หันไปทางที่ตนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพอดี ช่วงที่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะกลับ สังเกตอีก ว่าทำไมนาฬิกาเดินไม่ตรงกับเวลาจริง ด้วยความ ตกใจ จึงตะโกนบอกช่างภาพคนดังกล่าวว่าเจอกล้องในห้องแต่งตัว และรู้สึกไม่สบายใจ จึงนำกล้องดังกล่าวออกมาจากห้องน้ำ และมาวาง ในจุดที่มีกล้องวงจรปิดจับภาพได้ พร้อมบอกช่างภาพว่าตนรู้สึกไม่สบายใจ ช่วยแกะมันออกมาหน่อย แต่ช่างภาพดังกล่าวปฏิเสธ และถามกลับว่า “มันมีด้วยเหรอ กล้องในห้องน้ำ” จากนั้นช่างภาพดังกล่าวแกะให้ แต่แกะเฉพาะตรงที่เป็นถ่าน โดยอ้างว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นของเจ้าของสตูดิโอ ต่อมาช่างภาพอ้างว่าถามเจ้าของสตูดิโอแล้ว บอกว่า มันคือเครื่องวัดอุณหภูมิ แต่ตนแปลกใจว่าเครื่องวัดอุณหภูมิอะไร ทำไมมีหน่วยองศาเซลเซียส ขึ้นมาเลย และไม่ควรมาอยู่ในห้องน้ำเช่นนี้
สาวผู้เสียหายเล่าต่อว่า คู่กรณีไม่มีท่าทีตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย พร้อมบอกตนว่า “ไม่เป็นไร พี่จะขอเก็บไว้เป็นของกลาง และจะไปแงะดูที่บ้านว่ามีกล้องจริงมั้ย” ต่อมาตนเสิร์ชดูในแอพพลิเคชั่นช้อปปี้ พบนาฬิกาแบบเดียวกัน และพบว่าเป็นกล้อง วงจรปิด ไม่ใช่นาฬิกา ซึ่งสามารถควบคุมด้วยโทรศัพท์ได้
ผู้เสียหายกล่าวด้วยว่า วันนี้ที่ต้องมาพูดคุยกับคู่กรณี และจะเอาเรื่องนั้นเพราะว่าก่อนหน้านี้มีเพจออกมาเตือนว่ามีช่างภาพรายหนึ่งพยายามซ่อนกล้องในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นลักษณะนาฬิกา ประกอบกับมีแฟนคลับของตนหลายคนทักมาว่าช่างภาพรายนี้เคยมีข่าวแอบถ่าย และพบว่ากล้องนั้นเป็นตัวเดียวกัน ก่อนจะพบว่าขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกกระทำลักษณะเดียวกัน 3-4 คนแล้ว โดยไปถ่ายที่ สตูดิโอเดียวกัน ช่างภาพคนเดียวกัน พบกล้องเหมือนกัน มุมเดียวกัน รวมถึงตนได้ขอภาพกล้องวงจรปิดจากสตูดิโอเพื่อให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ พบว่าช่างภาพคนดังกล่าวเป็นคนนำกล้องไปตั้งในห้องแต่งตัว นำกล้องออกมา และหลังเกิดเหตุพยายามจะเปลี่ยนเมมโมรี่การ์ดของกล้อง จึงมั่นใจว่าช่างภาพคนดังกล่าว เป็นคนกระทำอย่างแน่นอน ตอนนี้ตนไม่ทราบ ว่ากล้องอยู่ที่ไหน หลังเกิดเหตุอดีตต้นสังกัดตนโทรศัพท์ไปสอบถามคู่กรณี แต่คู่กรณีให้การปฏิเสธ และตนได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดแน่นอน ส่วนกรณีเจ้าของสตูดิโอจะเอาผิดช่างภาพดังกล่าวเนื่องจากทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่นั้น ตนทราบว่า เจ้าของสตูดิโอมาลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และคาดว่าคงจะไม่ยอมเช่นกัน

ช่างภาพหื่น – ‘กัน จอมพลัง’ พาเน็ตไอดอลสาว อดีตนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง แจ้งจับ ช่างภาพตั้งกล้องแอบถ่ายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสตูดิโอ ขณะที่ผู้ต้องหาสารภาพอ้างชอบความ ตื่นเต้นท้าทาย ที่สน.สุทธิสาร เมื่อวันที่ 15 ก.ย.
ต่อมาเวลา 12.00 น. ช่างภาพผู้ก่อเหตุ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผู้เสียหายกล่าวนั้น ตนยอมรับว่าทำไปจริงทั้งหมด ยอมรับผิด ทุกอย่าง อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ให้ทุกคน ที่เป็นช่างภาพว่าควรมีจรรยาบรรณ ไม่ควร ตั้งกล้องแอบถ่าย รู้สึกเสียใจที่ทำให้นางแบบ คนในวงการเสียใจ เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียน ของตน และยืนยันว่าไม่เคยหนี เพราะตั้งแต่ที่ผู้เสียหายติดต่อนัดให้มาลงบันทึกประจำวันที่สน.สุทธิสารตนก็มา และสารภาพผิด ยอมรับ ผิดทุกอย่าง
ผู้ก่อเหตุกล่าวด้วยว่า รู้สึกว่าตนมีความผิดปกติ เพราะรู้สึกชอบความท้าทาย แต่จะไม่ใช้เป็นข้ออ้างว่าเป็นโรคจิตเพื่อจะให้รอดคดี จะต้องรักษาด้วยตนเอง โดยนัดแพทย์แล้ว ในวันพรุ่งนี้ ขอยืนยันว่าตนจะไม่ทำซ้ำ ถ้าคลิป หลุดออกไป หรือทำซ้ำอีกก็พร้อมให้ดำเนินคดี ได้หมด ยืนยันว่าตนลบคลิปหมดแล้ว ภาพที่แอบถ่ายนั้นตนไม่ได้ตั้งใจถ่ายเพื่อนำมาใช้สำเร็จ ความใคร่ แต่ยอมรับว่าเคยมีบางส่วนที่ใช้สำเร็จความใคร่ ตนก่อเหตุลักษณะนี้มาได้ประมาณ 1 ปี มีผู้เสียหาย 5-6 ราย ยืนยันว่าไม่เคยส่งต่อให้ใคร ไม่มีใครรู้ว่าตนก่อเหตุลักษณะนี้ และไม่รู้จักใครที่ก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ ส่วนภาพผู้เสียหายมีคนทักมาขอซื้อภาพ 1 คน ตนจะส่งให้ กัน จอมพลังดำเนินการต่อไป สาเหตุที่ตนไม่ยอมรับตั้งแต่แรก เพราะกลัวความผิด แต่พอเวลาผ่านไปตนรู้สึกไม่ถูกต้อง อย่างเคสก่อนหน้านี้ที่ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ตนก็พาผู้เสียหายมาที่สน. เพื่อยอมรับผิด อยากขอโทษผู้เสียหายทุกคน โดยเฉพาะผู้เสียหายรายนี้ที่มีความเชื่อใจให้ ตนได้ทำลายมันพังลงหมดแล้ว อยากขอโทษเพื่อนร่วมอาชีพที่ทำให้เสื่อมเสียและกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงาน ยืนยันว่าจะไม่กลับมา ประกอบอาชีพช่างภาพอีก ตนยอมให้สังคมประณาม และรับกรรมที่ต้องเผชิญ
ต่อมาเวลา 12.30 น. ผู้เสียหายเปิดใจ หลังการเจรจาพูดคุยกับผู้ก่อเหตุว่า ตนเองโกรธ และเสียใจมากที่คนใกล้ตัว เป็นตากล้องที่เจอประจำ ถือเป็นพี่คนหนึ่ง ปกติตนไม่รับงานถ่ายสตูดิโอเลยเพราะกลัว แต่วันนี้ตนเสียใจมาก ต่อให้คู่กรณีจะขอโทษ แต่ก็เสียความรู้สึก และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะรับงานถ่ายแบบ ในสตูดิโออีกหรือไม่ ผู้เสียหายกล่าวว่า ตนเป็นโรคแพนิก ผู้ก่อเหตุก็รับรู้ และตนรักษาจะหายแล้ว พอเกิดเหตุเช่นนี้ตนกลัว ไปหมด ไม่กล้ารับงานถ่ายแบบในสตูดิโอ และคงต้องปฏิเสธคนที่ติดต่อเข้ามา และหยุดถ่ายแบบไปสักพักหนึ่ง
ด้านกัน จอมพลัง เปิดเผยผลการเจรจาระหว่างผู้เสียหายกับผู้ก่อเหตุว่า ผู้เสียหายเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไว้ใจมาก ออกงานด้วยกันตลอด ส่วนผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นทนายให้คำแนะนำดี ส่วนคู่กรณียอมรับผิด และยืนยันว่าจะปิดเพจ เลิกรับงาน รวมทั้งโพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ โดยให้ผู้เสียหายกำหนดข้อความมาได้เลย ส่วนการเยียวยาจะต้องตกลงกันระหว่างทั้งสองฝ่าย และหากมีภาพหลุดออกไปจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทันที
ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณชายอดัม ผู้กำกับฯ ชื่อดัง เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาในฐานะ 1 ในผู้จัดการของผู้เสียหายท่านหนึ่ง และได้พูดคุยกับผู้เสียหายแต่ละคนแล้ว อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ แก่ช่างภาพ และคนที่ทำผิดว่ามีโอกาสถูกจับได้ ส่วนเหยื่อหรือผู้เสียหายก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ และปกป้องศักดิ์ศรีร่างกายตนเอง ส่วนผู้เสียหาย ขณะนี้มีทั้งหมด 5 ราย และอาจจะเข้าข่าย ถูกแอบถ่าย เนื่องจากเคยถ่ายแบบกับช่างภาพรายนี้ ตนอยากปล่อยให้กระบวนการกฎหมายทำงาน ส่วนจะกระทบกระเทือนวงการช่างภาพ หรือไม่ ตนมองว่าทุกอุตสาหกรรมมีทั้งคนดี และไม่ดี กฎหมายมีไว้ป้องกันการกระทำผิด ต้องใช้กฎหมายเต็มประสิทธิภาพ