ตร.ขยายผลต่อไว้รับมือวีซ่าฟรี

ตร.ส่งหนุ่มจีนอุ้มรีดเงินสาวจีนฝากขังวันนี้ ลุยขยายผลค้นห้องพักสอบประวัติเป็นข้อมูลรับมือ ‘วีซ่าฟรี’ นักท่องเที่ยวจีน แจ้ง 5 ข้อหา เรียกค่าไถ่-กักขังหน่วงเหนี่ยว-ทำให้สูญเสียอิสรภาพ-ทำร้ายร่างกาย-ความผิดทางเพศ ประสานอัยการขอสืบพยานล่วงหน้า ชี้ผู้เสียหาย เป็นเอเยนต์พาชาวมังกรไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีใต้ บิ๊กเด่น-ผบ.ตร.ชื่นชม 4 ตำรวจทางด่วน ไหวพริบดี สกัดคนร้ายได้ทันท่วงที มอบเงินรางวัลเป็นขวัญกำลังใจ ยกเป็นตัวอย่างการปฏิบัติตามหลัก 5 เอสของตร.

จากกรณีที่ ตำรวจสน.ทางด่วน 2 จับกุมนายจ้าว วู่ หลิน อายุ 36 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุลวงหญิงสาวชาวจีน อายุ 27 ปี ไปรีดทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ต่อเนื่องวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนตำรวจสืบสวนนครบาล และสน.มักกะสัน คุมตัว ผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ในซอยรามคำแหง 65 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาและผู้เสียหายนัดพบรับประทานอาหารกัน จากนั้นพาไปตรวจค้นห้องพักที่โรงแรม แห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 81 ที่ผู้ต้องหา พักอาศัย และห้องพักของผู้เสียหาย ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านอโศกมนตรี โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปเก็บ หลักฐานเพิ่มด้วย เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยตำรวจเข้าตรวจค้นทั้ง 3 จุด แล้วเสร็จในเวลา 03.00 น. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจ นครบาล 1 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีกับ ผู้ต้องหาในข้อหา เรียกค่าไถ่, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, ทำให้สูญเสียอิสรภาพ, ทำร้ายร่างกาย และความผิดทางเพศ โดยแจ้งข้อหากระทำอนาจารไว้ก่อน หากผลตรวจของแพทย์ระบุว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศ ก็จะแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราต่อไป โดยจะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในวันที่ 16 ก.ย.นี้ นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะทำเรื่องถึงพนักงานอัยการ เพื่อขอสืบพยานล่วงหน้า เนื่องจากผู้เสียหายมีอาชีพเป็นเอเยนต์พา คนจีนด้วยกันไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ มักเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง จึงเห็นควรให้สืบพยานล่วงหน้าก่อน

พล.ต.ต.อัฏธพรกล่าวต่อว่า คดีนี้ตำรวจ ให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในฐานะที่เราเป็น เจ้าบ้าน จึงต้องดูแลตรวจสอบไม่ให้มีชาว ต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามา ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว เพื่อสร้างความ เชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ของประเทศไทยด้วย เพื่อเตรียมรับนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยว โดยใช้มาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวชาวจีน และ คาซัคสถาน ที่เตรียมประกาศใช้ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 ก.ย.66 – ก.พ.2567 หากประชาชนพบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยให้แจ้งตำรวจ เพื่อไปดำเนินการตรวจสอบอย่างทันท่วงที

ที่สน.ทางด่วน 2 กก.2 บก.จร. พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร. ตรวจเยี่ยม และมอบ เงินรางวัล 4 ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือหญิงสาวชาวจีนดังกล่าว และสามารถจับกุมคนร้ายชาวจีนได้อย่างทันท่วงที ประกอบด้วย ร.ต.ต.อาทิตย์ วรรณพราหมณ์ รอง สว.จร., ส.ต.อ.ปวรินทร์ ภูชัน, ส.ต.อ.เกริกเกียรติ อุทัยคำ และ ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ จันทร์ส่งแสง ผบ.หมู่ สน.ทางด่วน 2 บก.จร.

พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวว่า ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือหญิงสาวชาวจีนที่ถูกจับเรียกค่าไถ่นั้นมีไหวพริบที่ดีมาก ไม่ยึดติดในหน้าที่การกวดขันวินัยจราจรของตนเพียงอย่างเดียว โดยหากรอให้หญิงชาวจีนเข้า แจ้งความดำเนินคดีเสียก่อน ผู้ก่อเหตุอาจ หลบหนีไปได้ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลัก 5S คือ SMlLE ยิ้มแย้มเป็นมิตร SMART บุคลิกภาพดี SALUTE สุภาพให้เกียรติ SERVICE MlND มีจิตอาสาบริการ และ STANDARD มีมาตรฐานสากล ตามแนวทางการสร้าง “สุภาพบุรุษจราจร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน