มติชน-เดลินิวส์ยันรัฐบาลพร้อมฟังความคิดเห็น
เริ่มเปิดโหวตวันที่ 1 ต.ค. ‘โพล มติชน-เดลินิวส์’สอบถามประชาชนรัฐบาลควรแก้ปัญหาอะไร? ‘นายกฯ เศรษฐา’ เชิญชวนร่วมสแกน ขอให้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเรียงลำดับความสำคัญ อยากให้ร่วมกันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากๆ ขณะที่ ‘เจี๊ยบ-อมรัตน์’ ก็ขอให้ร่วมสแกนกันเยอะๆ เพื่อร่วมกันส่งเสียงถึงรัฐบาล ด้านอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชี้ผลโพลเป็นการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่าประชาชนอยากให้แก้ปัญหาอะไร และอยากให้สนองตอบอย่างไร
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ การร่วมมือ มติชนx เดลินิวส์ ทำโพล “รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” ซึ่งจะสำรวจความคิดเห็นของประชาชนตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.นี้ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นประชาชนว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาอะไรบ้าง
นายเศรษฐากล่าวว่า การทำโพลเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นผลสะท้อนความต้องการของ พี่น้องประชาชน ว่าอยากให้รัฐบาลทำอะไรบ้าง เพื่อจะนำไปประกอบเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ และเรียงลำดับความสำคัญว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้อย่างไร ถือเป็นข้อมูลอย่างหนึ่งที่จะนำมาพิจารณา ทั้งนี้ จำนวนพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาทำโพลก็มีส่วนสำคัญ อยากให้เป็นโพลที่จำนวนคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเยอะ จะได้มีความน่าเชื่อถือสูง
ด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกพรรคก้าวไกล ตอบคำถามที่ทางมติชนกับ เดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชน “อยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง” ว่า ตนคิดว่าปัญหาการเมืองกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องคือเรื่องเดียวกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และไม่สามารถแก้อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนหลัง หรือทำตามลำพังได้
นางอมรัตน์กล่าวว่า ถ้าตราบใดโครงสร้างทางการเมืองยังมีปัญหา ประชาธิปไตยยังไม่ได้ลงหลักปักฐาน ยังไม่มีการทลายทุนผูกขาด ยังไม่มีการปฏิรูประบบราชการ ยังไม่มีการปฏิรูปกองทัพ และการกระจายโอกาส ต่อให้ทำรายได้เข้าประเทศได้สูงขึ้น มีจีดีพีสูงขึ้น ก็จะตกอยู่ในมือกลุ่มทุนชั้นนำไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ไม่ได้กระจายโอกาสและกระจายความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ความเหลื่อมล้ำก็จะมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา
“ประชาธิปไตยที่มั่นคงจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมสนับสนุนให้การแก้ปัญหาปากท้องมีประสิทธิภาพ อยากเชิญชวนทุกท่านมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ส่งเสียงของพวกเราไปถึงรัฐบาล ว่าเราอยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาประเทศในด้านใดบ้าง โดยการร่วมทำโพลกับมติชนและเดลินิวส์ ผ่านทางเว็บไซต์เครือมติชน” นางอมรัตน์กล่าว
ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนคิดว่ารอบนี้โจทย์ใหญ่ๆเยอะ มีทั้งการเมืองเศรษฐกิจ ปัญหาจากต่างประเทศและปัญหาภายในที่รุมเร้าของเราเอง แม้แต่โจทย์ใหญ่ก็เป็นโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องคิดเหมือนกัน ตนคิดว่าเราต้องจัดลำดับความสำคัญเรื่องความเร่งด่วนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าแต่ละส่วนได้รับผลกระทบต่างกันไป แต่ที่สำคัญที่สุดอยากเห็นพี่น้องประชาชนช่วยกันสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาอะไร ทั้งในมุมเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งอากาศที่เปลี่ยน ปีนี้ก็เห็นได้ชัด
“คิดว่าวันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีในภาวะที่การเมืองเปิดมากขึ้น เรามักจะพูดว่าเสียงของประชาชนเป็นเสียงสรรค์ แต่หากอยากให้เสียงประชาชนเป็นเสียงสวรรค์จริงๆ ผมว่าเราพี่น้องประชาชนคงต้องส่งสัญญาณ มันอาจจะไม่ใช่การเดินไปที่คูหา แต่อย่างน้อยสัญญาณครั้งนี้จะเป็นเสียงบอกว่าเราในฐานะประชาชนอยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาอะไร อยากเห็นรัฐบาลทำอะไรเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม และตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน” ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติกล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศ มนตรีรครยะลา กล่าวว่า ระหว่างปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจมีความจำเป็นทั้งสองด้าน เป็นสิ่งที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน และทำให้ประเทศของเราไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวหยุดไม่ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้คือเรื่องของการเมือง ตนคิดว่าอาจจะต้องเลือกประเด็นว่าเศรษฐกิจเรื่องใดเป็นปัญหาเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลได้แก้ปัญหาลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้พี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ในตัว เรื่องของค่าใช้จ่ายหลายอย่างควรได้รับการดูแลให้ครอบคลุม เพื่อที่ประชาชนจะไม่ต้องมารับภาระในระยะสั้นนี้
“แต่เรื่องการเมืองที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาครัฐ เพราะ 8 ปีที่ผ่านมา การเป็นรัฐราชการปัญหาคือต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทันต่อการแข่งขัน เชื่อว่า นายเศรษฐา นายกรัฐมนตรีซึ่งมาจากภาคเอกชน คงได้เห็นภาพเหล่านี้ชัด ตนคิดว่ามีความจำเป็นที่ต้องรีบทำเช่นกัน อีกทั้งระยะสั้นคงต้องช่วยลดค่าใช้จ่าย หารายได้เข้าประเทศ ซึ่งรัฐบาลพยายามทำเรื่องการ ท่องเที่ยว แต่การปรับโครงสร้างการเมือง ข้าราชการทุกระบบก็เป็นสิ่งจำเป็นด้วย รัฐบาลได้จัดตั้งมา 2 เดือนกว่า เราจะเห็นภาพท่านนายกฯได้ลงไปพบพยายามลงทุกพื้นที่เพื่อไปรับฟังปัญหาประชาชน วันนี้เรามีอีกพื้นที่ที่จะให้รัฐบาลได้รับฟังเสียงของประชาชนคือการทำโพล มติชนxเดลินิวส์ ซึ่งตนคิดว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสื่อถึงนายกรัฐมนตรีได้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นอยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันมากๆ ครับ” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
น.ส.ฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ณ ชั่วโมงนี้น่าจะต้องแก้เศรษฐกิจ เพราะตนลงพื้นที่เจอประชาชนเดือดร้อน เรื่องเงินๆ ทองๆ ทำมาหากินไม่ได้ ขณะเดียวกันเราก็กำลังจะเผชิญกับหน้าแล้ง ซึ่งเขาจะปลูกข้าว ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องช่วยแก้ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ และอยากให้เน้นเรื่องเศรษฐกิจมากๆ ในช่วงนี้
น.ส.ฐิติมากล่าวอีกว่า ทั้งมติชนและเดลินิวส์ร่วมกันทำโพลขึ้นมา จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในโพลว่ามีความคิดเห็นอย่างไร
ด้านน.ส.จิรัชยา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากดูจาก ณ วันนี้ ตนซึ่งเป็นสส.เขต ชาวบ้านลำบากมาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนี้สิน และส่วนใหญ่ชาวจ.สกลนครเป็นเกษตรกรด้วย จึงมองว่าปัญหาเรื่องปากท้องเป็นปัญหาที่สำคัญ ฉะนั้น จึงหวังว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจก่อน เนื่องจากมี พี่น้องประชาชนหลายคนลำบาก จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำโพลของเครือมติชนกับ เดลินิวส์ เข้ามาทำกันเยอะๆ
นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ปัญหาปากท้องกับการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ทั้ง 2 เรื่องมีความสำคัญ เท่าเทียมกัน จะเห็นได้ว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็เดินหน้าปฏิรูปการเมือง ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะเห็นว่ารัฐบาลทำงานคู่ขนานกัน
“ขอเชิญชวนประชาชนมาทำกิจกรรมโพล มติชนและเดลินิวส์ ระหว่างการปฏิรูปการเมืองกับการแก้ไขปัญหาปากท้อง โดยทุกคะแนนโหวตจะเป็นเข็มทิศชี้แนวทางให้รัฐบาลได้ถูกต้อง เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายภราดรกล่าว
สำหรับกิจกรรมการทำ “โพลมติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” ครั้งนี้ เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือเดลินิวส์และมติชน โดยเริ่มเปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.