เมื่อวันที่ 29 ก.ย. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ว่าที่ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ. (191) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาบ้า 6.8 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 358 กิโลกรัม รถยนต์ 4 คัน และรถจักรยาน 1 คัน ในพื้นที่จ.นครปฐม
พ.ต.อ.ทวีเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ขอชื่นชมการขยายผลจาก 15 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา สำหรับวันนี้ขยายผลได้เพิ่มอีก 6.8 ล้านเม็ด ถือว่ามากที่สุดจากฐานสำรวจของ สำนักงานป.ป.ส. ซึ่งรายงานว่าเป็นการจับครั้งใหญ่ คนร้ายชุดนี้หากรวมยากันแล้วมากถึง 22 ล้านเม็ด ถือว่าเป็นคดีที่มีจำนวนยาเสพติดที่ยึดได้ใน 1 คดีที่ถือว่ามากที่สุด ก่อนหน้านี้สถิติที่เคยจับยึดยาบ้าได้สูงสุดคือปี 2563 จำนวน 14 ล้านเม็ด ในพื้นที่ สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่

จับมากสุด – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ร่วมกับพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ว่าที่ผบ.ตร. นำตำรวจ 191 ขยายผลจับยาบ้าใน จ.นครปฐมได้อีก 7 ล้านเม็ด หลังจากเพิ่งจับ 15 ล้านเม็ด นับเป็นการจับยาบ้ามากที่สุดใน 1 คดี เมื่อวันที่ 29 ก.ย.
จากการตรวจสอบทราบว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมถึงเครือข่ายตัวจริง เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมที่มีหมายจับสมคบเป็นรายใหญ่ มีต้นตอของยามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่น่าเป็นห่วงคือยาล็อตนี้มาเป็นที่พักยา หากหลุดออกไปส่วนใหญ่จะใช้กับคนไทย จากข้อมูลป.ป.ส.นอกจากจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลางแล้วยังระบายไปสู่ภาคใต้ บางส่วนและข้ามไปประเทศมาเลเซีย ถือเป็นผลงานครั้งใหญ่ของว่าที่ผบ.ตร.และคณะที่ดำเนินการ จับกุมและจริงจังในการแก้ปัญหายาเสพติด
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตำรวจประสานงานกับป.ป.ส. มีประวัติของกลุ่มเครือข่ายนี้อยู่ คาดว่ายังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก สำหรับตัวยาที่เราเจอเป็นตัวยาที่ผลิตจากทางภาคเหนือของประเทศเพื่อนบ้านติด จ.เชียงใหม่ และเชียงราย โดยรมว.ยุติธรรมรับปัญหามาจากทางนายกรัฐมนตรีให้ทำในเรื่องของการสกัดกั้นอย่างทุกมิติที่ท่านให้นโยบายมาแล้ว สำหรับยาล็อตนี้ที่พบ 6.8 ล้านเม็ดมาจากการขยายผลของผู้ต้องหา 4 คนที่เราได้จับกุมไป เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาจำนวน 15 ล้านเม็ด จากการซักถามได้ให้ข้อมูลไปถึงผู้ส่งยา ตัวการต้นตอซึ่งเป็นคนที่มีหมายจับตัวใหญ่ โดยตำรวจจะขยายผลเพิ่มเติม สำหรับวันนี้มีมูลค่ากว่า 100 ล้าน หากรวมกับเมื่อวานนี้ต้องมีกว่า 400 ล้านบาท