อีกทั้งบินไปรอที่อียิปต์ก่อนสงเครื่องรับกลับ15คนชุดแรก-ถึงบ้าน‘รมต.-ครอบครัว’แห่รับอิสราเอลเยียวยาเต็มที่
‘เศรษฐา’ประชุมเร่งหาทุก ช่องทางอพยพคนไทยออกจากอิสราเอลทันทีหลังกลับจากสิงคโปร์ แย้มอาจใช้ประเทศที่สามเป็นที่พักชั่วคราว เพื่อให้นำ คนไทยออกมาจากพื้นที่เสี่ยงได้รวดเร็ว และอาจต้องให้คนไทยนั่งรถออกไปรอที่จอร์แดน เนื่องจากเข้าไปรับในอิสราเอลลำบาก เพราะการสู้รบยังรุนแรง วอนสายการบินเอกชน ช่วยด้วย เผยได้เครื่องบินแอร์เอเชีย นกแอร์ รวม 4 ลำ รอคำตอบจากการบินไทย นายกฯ นัดถกทูตอิสราเอลวันนี้ ขณะที่แรงงานไทยชุดแรก 15 คนเดินทางกลับถึงบ้านแล้ว รมต.-ครอบครัวแห่ต้อนรับแน่นสุวรรณภูมิ ก่อนนำตัวไปประเมินอาการ คัดกรองตรวจสุขภาพร่างกายจิตใจที่สถาบันบำราศ กต.เผยคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม ยอดพุ่ง 21 ราย บาดเจ็บ 14 ราย ถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มรวม 16 รายแล้ว ด้านรัฐบาลอิสราเอลพร้อมเยียวยาแรงงานไทยเหยื่อสงครามอย่างเต็มที่
15 แรงงานไทยชุดแรกกลับถึงบ้าน
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีแรงงานไทย 15 คนจากอิสราเอลเดินทางด้วยเที่ยวบิน ที่ LY083 สายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ ซึ่งออกจากกรุงเทลอาวีฟ เวลา 22.55 น. วันที่ 11 ต.ค. มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้ เวลา 11.23 น. ซึ่งเป็นแรงงานไทยกลุ่มแรกที่เดินทางกลับจากอิสราเอล
โดยนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว. ต่างประเทศ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุขเข้าไปรับแรงงานไทยในจุดตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากแรงงานมาถึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัว ที่ต่างสวมกอดลูกหลาน และภรรยาของครอบครัวที่มารอคอยกันตั้งแต่เช้าตรู่
เกือบ 6 พันคนแจ้งขอกลับ
นายปานปรีย์กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ต้อนรับคน เดินทางกลับมา 15 คน ซึ่งเป็นคนที่ลงทะเบียนกับกระทรวงการต่างประเทศ และวันนี้มี คนไทยเดินทางกลับมารวมทั้งหมด 41 คน ได้กลับมา ยืนยันว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ พยายามให้แรงงานไทยในอิสราเอลกลับมา ในประเทศไทยเร็วที่สุด ยอมรับว่าการเดินทางเวลานี้ลำบากมาก ขณะนี้มีแรงงานที่ต้องการกลับบ้านลงทะเบียนกว่า 5,990 คน ซึ่งจะพยายามให้กลับไทยเร็วที่สุด ส่วนตัวประกันชาวไทยมีตัวเลขเพิ่มขึ้น เมื่อช่วงเช้าได้รับรายงานว่ามี 16 คน ซึ่งกำลังประสานอยู่กับประเทศข้างเคียงและรัฐบาลอิสราเอล ในการดึงตัวประกันออกมาให้อยู่ในที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
สำหรับแรงงานที่เดินทางกลับมาชุดแรก 15 คน ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายสมมา แซ่จ๊ะ จ.ตาก โดนยิงที่ขา 2.นายจิรายุ สุกใส จ.สุรินทร์ บาดเจ็บที่หัวไหล่ เดินได้ปกติ 3.นายวิมาน วงศ์จำปา จ.หนองบัวลำภู ถูกยิงที่แขนซ้าย 4.นายกรัชกร พุทธสอน จ.พะเยา ถูกยิงที่เข่า 5.นายอนุชา บุญญะสาร จ.นครราชสีมา 6.นายกิตติพงษ์ ไชยโก จ.หนองบัวลำภู 7.นายสมบูรณ์ แซ่ว่าง จ.เชียงราย 8.นายจันทร์ดี แซ่ลี จ.เชียงราย 9.นายสุพิพัฒน์ กงแก้ว จ.ยโสธร 10.นายสมพร คาระบุตร จ.หนองบัวลำภู 11.นายธนศักดิ์ จันทร์ดำ จ.หนองบัวลำภู 12.นายสถิตย์ พรมอนารถ จ.หนองคาย 13.นายไกรสร บัวฝาย จ.อุดรธานี 14.นายณรงค์ชัย ลีละครจันทร์ จ.สกลนคร และ15.นายวิชัย คำศรี จ.อุบลราชธานี
ด้านน.ส.นิทธยา สุนทรชัย อายุ 50 ปี ลูกพี่ลูกน้องของนายสถิตย์ พรมอนารถ เปิดเผยว่า ตนติดตามสถานการณ์ตลอด รู้สึกเป็นห่วงน้องมากๆ ช่วงนั้นน้องพยายามติดต่อกลับมา แต่สัญญาณโทรศัพท์ติดๆดับๆ เหมือนกัน น้องยังโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังเหตุระเบิดลงยังได้เฟซไทม์มาให้ดูว่าอยู่กับทหารในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เพราะที่อยู่เดิมอยู่ไม่ได้ระเบิดลง และยังถ่ายรูปโคนมตัวใหญ่ 5-6 ตัวที่โดนระเบิดตายหมด ฝาบ้านโดนกระสุนปืนพรุนไปหมด
พบเจ็บ 4-ต้องนั่งวีลแชร์ 2 ราย
ด้านนพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมดูแลคนไทยกลับจากอิสราเอลเที่ยวบินแรก 15 คน ว่า หลังจาก เดินทางมาถึงอาคารศูนย์กักกัน สถาบันบำราศนราดูร จะคัดกรองสุขภาพกายและจิตใจ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีแรงงานไทยบาดเจ็บถูกยิง 2 คน จำเป็นต้องใช้รถวีลแชร์ แต่อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนการคัดกรอง หากไม่มีโรค ไม่มีผลกระทบทางจิตใจ และประสงค์จะเดินทางกลับก็สามารถกลับได้ทันที แต่หากไม่สะดวกสามารถพักที่อาคารศูนย์กักกัน สถาบันบำราศนราดูร พร้อมกับญาติได้ ส่วนคนที่มีปัญหาสภาพจิตใจจะได้รับการประเมินต่อและมีทีม MCATT ติดตามไปยังพื้นที่ เพื่อประเมินสภาพจิตใจ สำหรับความห่วงกังวลขณะนี้ คือห่วงสภาพจิตใจ ของผู้บาดเจ็บและครอบครัวมากกว่า เชื่อว่าสุขภาพทางกายไม่ได้มีปัญหามากนัก เนื่องจากพื้นที่อิสราเอลไม่ได้มีการแพร่ระบาดของโรคที่น่ากังวล
สำหรับคนไทยชุดแรกที่เดินทางกลับมา มีผู้บาดเจ็บ 4 คน โดยรายแรกเป็นชาว จ.ตาก บาดเจ็บโดนยิงที่ขา และชาวพะเยา ถูกยิงที่เข่า ทั้งคู่ต้องขอใช้รถวีลแชร์ ส่วนอีก 2 ราย เป็นชาวสุรินทร์ บาดเจ็บที่หัวไหล่ขวา และชาวหนองบัวลำภูถูกยิงที่แขนด้านซ้าย สามารถเดินได้ตามปกติ สำหรับอีก 11 คน ที่เหลือมีภูมิลำเนาอยู่ที่นครราชสีมา หนองบัวลำภู เชียงราย ยโสธร หนองคาย อุดรธานี สกลนคร และอุบลราชธานี

ถึงไทย – นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข ต้อนรับ 15 แรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.
ส่งคนเจ็บรักษาสถาบันบำราศฯ
ต่อมาเวลา 13.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถพยาบาล 2 คันนำส่งคนไทยที่เดินทาง กลับจากอิสราเอลชุดแรก 2 คน จาก 15 คนที่บาดเจ็บถูกยิงที่ขาและเข่า จนต้องนั่งรถ วีลแชร์มาถึงอาคารศูนย์กักกัน สถาบันบำราศ นราดูร เพื่อเข้ารับการตรวจประเมินอาการบาดเจ็บ และคัดกรองสุขภาพกายและจิต
นพ.ธงชัย กีรติหัตุยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บ ดังกล่าว หลังจากประเมินคัดกรองอาการ เบื้องต้นแล้ว จะส่งไปที่สถาบันบำราศนราดูรเพื่อเอกซเรย์บาดแผลต่างๆ หากมีความจำเป็น จะให้นอนพักรักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งมีบุคลากรทางการแพทย์พร้อมให้การดูแล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.15 น. คนไทยที่เดินทางกลับอิสราเอลจำนวน 13 คนนั่งรถทัวร์จากสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ มาถึงอาคารศูนย์กักกัน สถาบันบําราศนราดูร จ.นนทบุรี ตามหลัง ผู้บาดเจ็บ 2 คนที่ถูกยิงซึ่งเดินทางมาถึง ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) และผู้บริหาร สธ. ให้การต้อนรับ จากนั้นทั้งหมดเข้าไปยังอาคารศูนย์กักกัน เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองและประเมินอาการ ทั้งสุขภาพกายและจิตใจ พร้อมรับมอบเงินเยียวยาตามกองทุนเพื่อ ช่วยเหลือคนทำงานต่างประเทศรายละ 15,000 บาท และมอบถุงยังชีพ
2 คนไทยเจ็บส่งรักษา‘ราชวิถี’
ที่อาคารศูนย์กักกัน สถาบันบำราศนราดูร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงานต้อนรับคนไทยชุดแรก 15 คน ที่เดินทางกลับจากอิสราเอล และส่งตัวมาตรวจสุขภาพกายและจิตใจที่สถาบันบำราศนราดูร
นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์ว่า ตรงนี้เป็นจุดในการตรวจสภาพร่างกาย จิตใจ ความเครียด และประเมินสิทธิต่างๆ ของกระทรวงแรงงาน และ พม. ผู้เดินทาง 15 คน มี 2 คน ที่บาดเจ็บ เราตรวจประเมินเบื้องต้น อาจจะต้องส่งไปรักษาต่อที่ร.พ.ราชวิถี เนื่องจากบาดเจ็บที่เข่าและขาจากอาวุธปืน ส่วนอีก 2 คนที่บาดเจ็บแต่ยังไม่ต้องถึงขั้นส่งรักษาต่อ ส่วนการประเมินจิตใจ ความเครียด และผลกระทบ จะแบ่งแยกประเภทออกมา หากจำเป็น ต้องรักษาเยียวยาด้านจิตใจก็จะดำเนินการ ภาพรวมเราแบ่งการดูแล 3 แนวทาง คือ 1.แรงงานที่ประสงค์จะพักที่นี่ก่อนแม้ไม่มีอาการอะไร ก็จัดที่พักที่นี่พร้อมกับญาติ 2.กลุ่มที่มีอาการจะเข้ากระบวนการเยียวยา ให้คำปรึกษาแนะนำ ก็จะให้พักที่นี่เช่นกัน และ 3.ส่งกลับบ้านเมื่อมีความพร้อมอยากจะกลับบ้าน โดยจะส่งกลับโดยพม.เป็นผู้ดูแล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมประชาสัมพันธ์กรมการแพทย์ ระบุว่า ทีมแพทย์ของกรมการแพทย์ที่ดำเนินการคัดกรองสุขภาพร่างกายคนไทยกลับจากอิสราเอลที่สถาบันบำราศนราดูรไม่ได้ส่งต่อผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ไปยังร.พ. ราชวิถี เนื่องจากประเมินอาการคนไข้แล้ว ไม่จำเป็นต้องนอนร.พ.และผู้ป่วยประสงค์ จะกลับบ้าน
นายกฯเสียใจตายเพิ่ม-ยอด 21
เมื่อเวลา 09.10 น. วันเดียวกัน ตามเวลาท้องถิ่นประเทศมาเลเซียซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนออ เดินทางจากประเทศมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากความคืบหน้าเมื่อคืนวันที่ 11 ต.ค. เรื่องการอพยพของคนไทย ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจว่ามีรายงานเพิ่มเติมคนไทย เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 21 ราย ขณะนี้เรื่องการนำเครื่องบินเข้าไปมีความ คืบหน้า กระทรวงการต่างประเทศรายงานมาว่าเรามีความพยายามหาช่องทางอื่นในการอพยพ ซึ่งน่าจะเป็นทางเรือน่าจะดีที่สุด แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าท่าเรือที่จะสามารถอพยพได้ต้องผ่านกาซ่า ฉะนั้นก็เป็นส่วนอันตราย ซึ่งทางเอกอัครราชทูตไทย ประจำอิสราเอลกังวลว่าน่าจะลำบาก ก็มีทางเดียวคือทางรถยนต์ออกทางจอร์แดนก็พยายามดูแลอยู่
“วันนี้ไม่ใช่แค่ส่งบุคลากรของกระทรวงการต่างประเทศเพียงอย่างเดียว มีหน่วยงานรัฐอื่น แต่ขอไม่เปิดเผยที่มีความชำนาญในเรื่องของการอพยพได้มีการติดต่อเข้าไป และจะส่งบุคลากรเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือ คนไทยให้เคลื่อนย้ายออกมาอย่างรวดเร็ว และปลอดภัยอย่างที่สุด” นายเศรษฐากล่าว
‘เศรษฐา’ถกด่วนช่วยคนไทย
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมการอพยพคนไทยในอิสราเอล โดยมีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร นายสุทิน คลังแสง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ปลัดกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยน.ส.พรรณภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รายงานสถานการณ์ในอิสราเอล หลังเกิดเหตุการณ์ สู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส เข้าสู่ วันที่ 7 แล้ว ซึ่งตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 11 ต.ค. จนถึงวันที่ 12 ต.ค. ยังคงมีการโจมตีระหว่างกันด้วยจรวดอยู่บ้าง และในวันนี้ก็ยังมีการยิงระเบิดเข้ามาในพื้นที่ฉนวนกาซ่า เวสต์แบงก์ และทางเหนือของอิสราเอล เป็นระยะ
ทั้งนี้ก่อนการประชุมกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งข้อมูลคนไทยในอิสราเอลตามที่ได้รับจากสถานเอกอัครราชทูต ณ เทลอาวีฟ สถานะ ณ วันที่ 11 ต.ค. 2566 มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ผู้บาดเจ็บ 14 ราย ผู้ถูกควบคุมตัว 16 ราย และคนลงทะเบียนแสดงความจำนง กลับไทย 5,990 คน

เร่งช่วยคนไทย – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ หลังกลับจากเยือนสิงคโปร์ ตรงดิ่งเรียกประชุมทันทีวางแผนอพยพแรงงานไทยหนีภัยสงครามในอิสราเอล โดยเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานสถานการณ์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.
เร่งอพยพคนไทยในอิสราเอล
ต่อมาเวลา 17.50 น. นายเศรษฐา แถลงภายหลังการประชุมว่า ตนเดินทางกลับจากต่างประเทศถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ก็มาประชุมที่กระทรวงการ ต่างประเทศทันที เพราะมีความกังวลถึงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและทางฮามาส ซึ่งขยับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีพี่น้อง ชาวไทยอยู่ในเขตอันตรายแสดงเจตจำนงมาแล้วประมาณ 6,000 คน และวันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้กลับเข้ามาล็อตแรก แต่ยังมีอีกเยอะมาก ซึ่งเราต้องลำเลียงกลับเข้ามา แต่มีความเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงเป็นใยญาติพี่น้องและความกังวลของผู้ที่อยู่ในจุดนั้น ซึ่งมีหลายเรื่องหลายปัญหา
นายกฯ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบินที่จะบินเข้าไป ซึ่งปัจจุบันวันๆ หนึ่ง เราได้ไม่ถึง 1 ไฟลต์ จึงพูดคุยกันว่าทางกองทัพบกและกองทัพอากาศจะเอาซี-130 และแอร์บัส A 340 เริ่มบินเข้าไป โดยวันแรกจะออกจากที่นี่ในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งจะมีคนไทยเดินทางกลับเข้ามาประมาณ 140 คนและมีการขนเสบียงไปให้ด้วย แต่ตนสั่งการไปว่าลำเดียวไม่พอ และมีอีกทีในวันที่ 20 ต.ค. กว่าๆ นั้น มันเป็นอะไรที่น้อยมากและช้ามาก ในที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าให้สั่งการเตรียมตั้งแต่วันนี้ไปจะมีให้เครื่องบินพร้อมตั้งแต่วันนี้ โดยที่นกแอร์จะมีให้ 2 ลำ และแอร์เอเชียมีให้ 2 ลำ ส่วนการบินไทย 13 ต.ค. จะให้คำตอบว่าจะมีให้ได้หรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วในบางเรื่องที่เราคิดว่าบินออกไปได้เลยมันไม่ใช่ เพราะจะเป็นเที่ยวบินพิเศษต้องมีการผ่านน่านฟ้าถึง 10 ประเทศ ซึ่งในอดีตในวาระปกติต้องใช้เวลาประมาณเป็นเดือนกว่าจะขอบินผ่านน่านฟ้าของแต่ละประเทศได้ กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความกรุณาเร่งขึ้นเป็น 2 วัน แสดงว่าถ้าวันนี้หากมีการตกลงว่าจะใช้เครื่องบิน บินออกไปจะต้องมีการเจรจาทันที ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างเร็วที่สุด 48 ชั่วโมง กว่าจะบินออกได้ จึงได้สั่งการไปว่าขอให้เตรียมความพร้อมเครื่องบินทั้ง 4 ลำนี้ บวกอีกกี่ลำก็ตามจากการบินไทย ตรงนี้ได้สั่งการขอให้เป็นความสำคัญสูงสุด
ปรับแผนบินไปรับประเทศที่ 3
“ทูตไทยประจำอิสราเอลแจ้งมาว่า มีความพร้อมที่จะนำคนไทยออกมาจากจุดเสี่ยงทั้งหลายได้วันละ 200 คน จะดันเฉลี่ยแล้ววันละลำ สามารถลำเลียงออกมาได้ หากคิดง่ายๆ ถ้าวันละลำก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณเกือบเดือนกว่าจะลำเลียงออกมาหมด ดังนั้นจะต้องคิดวิธีที่จะทำให้รวดเร็วขึ้น มันมีปัญหาเรื่องงานเอกสารซึ่งบางท่านอาจมีพาสปอร์ตที่หายไป จึงสั่งการกับทูตไปในเรื่องงานเอกสารให้เป็นเรื่องรอง แต่ให้เรื่องความปลอดภัยสูงสุดเป็นเรื่องสำคัญ โดยนายปานปรีย์ให้ข้อคิดว่าหากเราไม่ต้องบินจากอิสราเอล บินออกไปที่ไคโรหรือประเทศที่ 3 ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อนำคนไทยออกไปก่อนและเตรียมความพร้อมที่จะขนถ่ายกลับมาอีกที ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถทำให้เร็วขึ้นได้ ตรงนี้ทางทีมงานกำลังพิจารณากันอยู่” นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า แต่ก็มีมุมหนึ่งที่สร้างความยากขึ้นอีกว่าหากไปพักประเทศ ที่สาม หากไม่มีเอกสารเขาจะให้เข้าประเทศหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความละเอียดอ่อนทางการทูตที่เราต้องพิจารณาด้วย ทาง เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกระทรวงการ ต่างประเทศก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเพิ่ม โดยมี เจ้าหน้าที่จากสถานทูตใกล้เคียง ก็พยายาม จะเข้าไปช่วยดำเนินงานทางด้านเอกสารแต่ยืนยันว่างานทางเอกสารจะไม่เป็นประเด็นในการที่จะไม่ให้พี่น้องคนไทยกลับมา ตนสั่งการไปลำดับสูงสุดเรื่องการนำพี่น้องกลับมาถือเป็นเรื่องที่สำคัญสุดและทุกหน่วยงาน รับทราบ และรัฐมนตรีหลายท่านก็อยู่ในที่ประชุมนี้ด้วย เรื่องการพิจารณาในแง่ของการลำเลียงคนออกมาทางบกก็คิดอยู่ แต่ก็เจอปัญหาใหญ่เพราะต้องผ่านดินแดนกาซ่า จึง ไม่สามารถผ่านออกมาได้ อย่างไรก็ตามยังเฝ้ามอนิเตอร์อยู่ในทางเรือ แต่ต้องมีการเดินทางเส้นทางรถออกมาก่อน ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องคำนึงถึงตลอดเวลา
“วันนี้ก็วิงวอนหากสายการบินเอกชนไหนที่พอจะช่วยได้ มีเครื่องบินเหลืออยู่ก็หวังว่าคงจะมาร่วมด้วยช่วยกันตรงนี้ และกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมจะประสานบินผ่านน่านฟ้าในหลายประเทศ เพราะถือเป็นภาวะสงคราม ยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น แต่ทางรัฐบาลให้ความเป็นห่วงและสำคัญ อย่างยิ่งสำหรับเรื่องนี้” นายเศรษฐากล่าว
เร่งเจรจาทุกทางปล่อยตัวประกัน
เมื่อถามถึงความพยายามในการเจรจาขอปล่อยตัวประกันแรงงานคนไทย นายกฯ กล่าวว่า มีความพยายามในการเจรจาทุก ช่องทางที่ทำได้ ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงขออนุญาตไม่เผยแพร่ แต่ขอให้มั่นใจว่าเราเจรจาทุกช่องทาง
เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นสัญญาณบวกใช่ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรามีความหวัง ต้องพยายาม ต้องกดดัน เพราะเราเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง และต้องยอมรับว่าถ้าดูตารางผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ขัดแย้ง แต่กลับมีความสูญเสีย 20 กว่ารายแล้ว เชื่อว่าหลายประเทศก็ให้ความเห็นใจ ในเรื่องของการที่จะได้รับการอำนวยความสะดวกจากหลายประเทศในการขอผ่านน่านฟ้า เราก็ขอวิงวอนและขอยืนยันว่าเราทำเต็มที่
เมื่อถามต่อว่าเครื่องบินการบินไทยมี ข้อติดขัดอะไรที่ยังไม่สามารถระบุจำนวนเครื่องบินว่าจะส่งไปได้จำนวนเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า น่าเห็นใจการบินไทยเพราะไม่มีเครื่องบินไปประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นเรื่องของงานเอกสารมากกว่าเรื่องเครื่องบินที่ถูกประกันไว้ แต่เขาอาจจะช่วยอีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องไปบินลงกรุงเทลอาวีฟ แต่ไปบินลงประเทศใกล้เคียง และให้สายการบินอื่น บินออกมาและเราไปรับจากที่นั่น ตนเชื่อว่าการบินไทยตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของแรงงานทุกคน เมื่อสักครู่ตนก็สั่งการ ทางอ้อม เพราะสั่งทางตรงไม่ได้ จึงสั่งการ ทางอ้อมว่าให้คำนึงถึงเรื่องนี้เป็นพิเศษ
เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ทูตที่ส่งไปเพิ่มเติมมีหน้าที่หลักคือช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หน้าที่หลักการช่วยเหลือเบื้องต้นให้คนไทยออกมาโดยเร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพราะการเดินทางในประเทศอิสราเอลยังไม่ปลอดภัย ถนนหลายสายถูกบล็อก ซึ่งจะต้องมีการเชื่อมต่อและพูดคุยระหว่างหน่วยงานความมั่นคงให้อำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่ายและผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็พยายามอย่างเต็มที่
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ทุกหน่วยงานกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งทูตประสานมาว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดี เรื่องหนึ่งที่ตนเชื่อว่าญาติ ผู้สูญเสียก็มีความกังวลว่าเมื่อไหร่จะรับศพกลับมาเพื่อบำเพ็ญกุศล ทั้งนี้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ เรามีความพยายามอย่างเต็มที่ เมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับทูต ซึ่งทูตบอกว่าก็เร่งและกดดันทางอิสราเอลอยู่ และเรื่องการชันสูตรศพ รวมถึงเรื่องเงินชดเชย ซึ่งการเสียชีวิตในภาวะสงครามประเทศอิสราเอลจะมีเงินชดเชยให้ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเรานำศพกลับมาก่อนโดยที่ไม่มีการออกหลักฐาน อาจจะเคลมเงินได้ช้า ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศดูครบทุกมิติ เราพยายามทำให้ดีที่สุด

ส่งกลับ – เอกอัครราชทูตไทยและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือส่ง 15 แรงงานไทยที่หนีตายจากการบุกโจมตีของกลุ่มฮามาส ในจำนวนนี้ 4 คนได้รับบาดเจ็บ เดินทางออกจากสนามบินกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อค่ำวันที่ 11 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
นายกฯนัดถกทูตอิสราเอลวันนี้
เมื่อถามว่าวันที่ 13 ต.ค.นายกฯหารือกับน.ส.ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย จะพูดคุยประเด็นใดเป็นพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ต้องขอความเห็นใจ จะพูดคุยว่าเราต้องการความช่วยเหลือด้านไหนบ้าง อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และเรามีความสูญเสียสูงที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องการลำเลียงศพออกมา หรือการเจรจาเรื่อง ตัวประกัน และเรื่องการลำเลียงแรงงานไทยที่ต้องการกลับประเทศไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยและไปถึงสนามบินให้เร็วที่สุด รวมถึงเรื่องการเปิดน่านฟ้าให้เครื่องบิน บินเข้าได้ ทั้งนี้จะพูดคุยทุกเรื่องและคงมีการพูดคุยเจรจากัน ตนเชื่อว่าความลำบากความสูญเสียและความรุนแรง ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าไม่มีใครอยากให้เกิด และพยายามแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและรวดเร็วที่สุด
เมื่อถามอีกว่าได้ประสานสายการบินของประเทศอิสราเอลหรือไม่ เพราะวันนี้ 15 คนไทยที่เดินทางกลับเดินทางด้วยเครื่องบิน สายการบินของอิสราเอลที่มีการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ก็มีการพูดคุยกัน และอิสราเอลก็มีเครื่องบินของเขาที่ไปเอาคนกลับมาจากต่างประเทศ และกลับออกไปใหม่จังหวะที่กลับออกไปใหม่นั้น ก็เป็นอีกทางเลือกที่อาจจะให้คนไทยบินออก ไปประเทศที่เขาจะไปรับคนของเขา และเราส่งเครื่องบินไปรับในประเทศที่ไม่อันตราย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งสิ่งที่เราภาวนาอยู่คือ ไม่อยากให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ หรืออย่างน่านฟ้าปิดหรือมีสถานการณ์รุนแรง เกิดขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่เพราะปัจจุบันมันก็แย่ อยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามีคนไทยอยู่ในพื้นที่สีแดงในอิสราเอล หลายคนแจ้งมาว่าถูกนายจ้างบังคับ ทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่แย่ นายกฯ กล่าวว่า แรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่สีแดง ที่ถูกนายจ้างบังคับให้ทำงาน เขาร้องเรียนมาและในวันที่ 13 ต.ค.ก็จะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในเรื่องของสิทธิมนุษยชน และควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องพูดคุยให้ชัดเจนเพื่อให้ช่วยกันอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด เท่าที่สามารถทำได้และสั่งการขั้นสูงสุดว่าเรื่องการอพยพคนไทยเป็นเรื่อง ที่สำคัญที่สุด เรื่องเอกสารเป็นเรื่องรอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 ต.ค. เวลา 08.45 น. นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการหารือกับนางสาวออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
อิสราเอลช่วยเยียวยาแรงงานไทย
ที่อาคารศูนย์กักกัน สถาบันบำราศนราดูร นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังต้อนรับคนไทย 15 คนที่เดินทางกลับจากอิสราเอลว่า สำหรับการมอบเงินเยียวยาตามกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนทำงานต่างประเทศหนีภัยสงครามจำนวน 1.5 หมื่นบาท จะมอบให้แก่แรงงานไทย ทุกคนที่เป็นสมาชิกกองทุน ซึ่งทั้ง 15 คน เป็นสมาชิกกองทุนทั้งหมด แต่หากมีพิการหรือทุพพลภาพจะได้รับการดูแล 3 หมื่นบาท ถ้าเสียชีวิตจะให้ญาติ 4 หมื่นบาท และค่าจัดงานศพไม่เกิน 4 หมื่นบาท ส่วนที่ไม่ได้ เป็นสมาชิกจะประสานทางอิสราเอลมีเงิน ช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บ ถ้าแผลไม่ถึง 10% ก็จะไม่ได้ ถ้า 10-19% จะได้ประมาณ 1.45 ล้านบาท ถ้าเกิน 20% จะได้เงินดูแลตลอดชีวิตประมาณ 3 หมื่นกว่าบาทต่อเดือน โดยกองทุนประกันสังคมอิสราเอลดูแล
เมื่อถามว่ายังต้องมีส่วนไหนที่ต้องเยียวยาดูแลอีกบ้าง นายไพโรจน์กล่าวว่า ถ้าเป็น ก้อนอื่น ก็จะเป็นเงินที่ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล นอกจากนี้ยังประสานสุขภาพจิตเพื่อดูแลจิตใจแรงงานให้ดีขึ้น และมอบ หน่วยงานสังกัดแรงงานทั่วประเทศตั้งวอร์รูม เพื่อให้ญาติพี่น้องแรงงานตรวจสอบรายชื่อ ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือถูกจับเป็นตัวประกันด้วย เพื่อให้ชัดเจนเรื่องข้อมูลเราส่งให้แรงงานจังหวัดทั่วประเทศสามารถตรวจสอบได้

ถล่มกาซ่า – กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มเป้าหมาย กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซ่า ต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนพร้อมตัดระบบไฟฟ้า ไม่มีเชื้อเพลิงปั่นไฟ พลเรือนชาวปาเลสไตน์เผชิญความทุกข์ยากแสนสาหัส เมื่อวันที่ 12 ต.ค. (เอพี)
3 แอร์ไลน์พร้อมรับคนไทย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กองบัญชาการกองทัพไทย และสายการบินเพื่อสรุปแผนอพยพคนไทยในประเทศอิสราเอลกว่า 5 พันคนที่แจ้งความประสงค์กลับประเทศว่า การเตรียมความพร้อมด้านเที่ยวบิน ขณะนี้มีสายการบินของไทยอย่างน้อย 3 สายการบินที่มีความพร้อมสำหรับปฏิบัติการรับคนไทยกลับประเทศ ได้แก่สายการบินไทยแอร์เอเชีย และนกแอร์ที่จะสามารถเดินทางไปรับได้ภายใน 3 วัน เมื่อกระทรวงต่างประเทศกำหนดแผนและสนามบินที่จะใช้เป็นจุดรับคนไทยเป็นที่ชัดเจนแล้ว โดยอาจเป็นทั้งที่สนามบินเทลอาวีฟ หรือสนามบินอื่นๆ ภายนอกประเทศอิสราเอลที่มีความปลอดภัย
ทั้งนี้การขออนุญาตทำการบินเพื่อการส่งกลับประเทศซึ่งจะต้องขออนุญาตทั้งประเทศปลายทางและประเทศที่บินผ่านเป็นกรณีพิเศษ ที่ประชุมสรุปให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการประสานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อยื่นขออนุญาตเป็นทางการกับอิสราเอล รวมทั้งประสานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอื่นๆ อาทิประเทศจอร์แดนกรณีที่มีแผนจะให้เครื่องบินไปรับนอกเขตแดนของอิสราเอลที่มีพรมแดนติดกัน ตลอดจนประสานประเทศระหว่างทางที่เที่ยวบินพิเศษนี้จะต้องบินผ่านเพื่ออำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง อันเป็นแนวปฏิบัติสากลระหว่างรัฐต่อรัฐในกรณีดังกล่าว
นายสุริยะกล่าวต่อว่า สรุปแผนจากที่ประชุมในวันนี้ ได้ข้อสรุปว่า 1.กระทรวงการต่างประเทศจะเร่งดำเนินการรวบรวมคนไทย และสรุปจำนวนและสถานที่นัดหมายรับ คนไทยเพื่อแจ้งให้กระทรวงคมนาคมทราบ เพื่อกำหนดแผนเที่ยวบินให้กับสายการบินทราบต่อไป 2.แผนการขนส่งคนไทยกลับประเทศจะกำหนดไว้เป็นสองแนวทางร่วมกัน ทั้งการบินตรงจากสนามบินต้นทางสู่ประเทศไทย และการอพยพคนไทยออกจากอิสราเอลไปยังประเทศที่ปลอดภัย อาทิ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรืออินเดีย ซึ่งเป็นการบินระยะสั้น สามารถดำเนินการขนคนไทยได้จำนวนมากในเวลาที่รวดเร็วกว่าก่อนที่จะจัดเครื่องบินพาณิชย์เดินทางกลับสู่ประเทศไทยต่อไป