ชื่นชมมติชน-เดลินิวส์ชี้สะท้อนความคิดเห็น
‘หมอชลน่าน’ ร่วมโหวตโพลมติชน-เดลินิวส์ พร้อมเชิญชวนพากันโหวตเพื่อประโยชน์ของทุกคน ยืนยันรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน นำมาปรับนโยบายให้ตรงตามความต้องการ ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่นสะท้อนความเห็นถึงรัฐบาล อยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สร้างงานให้ชุมชน รวมถึงส่งเสริมตลาดเพื่อเกษตรกร อำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่นำสินค้าของท้องถิ่นมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการโหวตโพลมติชนx เดลินิวส์ ที่ร่วมกันจัดทำแบบสอบถามความเห็นประชาชน ว่า มติชนและเดลินิวส์มีความประสงค์ในการรับฟังความเห็น สำรวจโพลจากประชาชนว่า อยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไรให้ท่าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เรื่องปัญหาเชิงโครงสร้าง หรือความเดือดร้อนต่างๆ ทุกท่านสามารถกดลิงก์เข้าไปตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น
“มติชนและเดลินิวส์เป็นสื่อกระแสหลักที่มีความน่าเชื่อถือ หากความเห็นของท่านได้รับการประมวลผลแล้วก็จะเป็นโพลที่บอกกับรัฐบาลว่าประชาชนต้องการอะไร และเราในฐานะรัฐบาลยินดีที่จะนำความต้องการของพี่น้องประชาชนมาดูเพื่อกำหนดนโยบาย หรือมีนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับท่านให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมทำโพล เพื่อประโยชน์ของท่าน” นพ.ชลน่านกล่าว
ด้านนายบรรพต กำไลแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี กล่าวว่าอยากให้รัฐบาลแก้ไขอะไรมากที่สุด ระหว่างเศรษฐกิจกับการเมือง ซึ่งตนอยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยส่งเสริมเรื่องการตลาด ให้มีตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าของชุมชน ให้ชุมชนได้เข้ามามีพื้นที่ในการจัดจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น โดยเอาของในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ และสินค้าขึ้นชื่อ เข้ามาให้มีการส่งเสริมการตลาด เพราะอยากให้รัฐบาลเขาแก้ เรามีพื้นที่ตลาดอยู่แล้ว อยากให้ประสาน อบจ.อีกที ต้องการปรับปรุงให้ชัดเจนขึ้น
ขณะที่นางกรคสรร เวชกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองชุมพล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี อยากให้รัฐบาลแก้ไขเศรษฐกิจ เพราะเป็นการสร้างและเป็นการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเคลื่อนไหว แล้วก็เจริญเติบโตของนักลงทุน เพราะว่าตำบลหนองชุมพลนี้ เป็นเขตพื้นที่ประกอบอุตสาหกรรม ในการส่งเสริมการลงทุนในด้านการสร้างโรงงานจะทำให้มีนักลงทุนมาลงทุนในพื้นที่มากขึ้นและก็จะทำให้มีการจ้างงาน มีแรงงานเพิ่มขึ้น ประชาชนมีงานทำ ทุกอย่างก็จะโตตามไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นในพื้นที่ของตำบลหนองชุมพลนี้ก็จะมีพื้นที่ 2 ชนิด คือ พื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีม่วง เพราะฉะนั้นถ้ามีการปรับเปลี่ยนพื้นที่หรือมีการ แก้ไขผังเมืองก็จะมีการเกิดการพัฒนาการลงทุนมากขึ้น
สำหรับปัญหาในพื้นที่ที่อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาอะไรเร่งด่วน นางกรคสรร กล่าวว่าตำบลหนองชุมพลมีประชากรแฝงและประชากรในพื้นที่มากกว่า 5,000 คน เพราะฉะนั้น การพัฒนาพื้นที่ก็จะประกอบไปด้วยเรื่องของเมื่อพื้นที่โตขึ้นก็จะมีการใช้ทรัพยากรมากขึ้น อย่างเช่นเรื่องของทรัพยากรน้ำ เพราะฉะนั้นทางตำบลหนองชุมพลมีการขาดแคลนแหล่งน้ำ ในการพัฒนาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำการเกษตร เพราะฉะนั้นต้นทุนในการผลิตน้ำประปาของเรามีพื้นที่แหล่งกักเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิตอุปโภคบริโภค ประกอบกับการที่ตำบลหนองชุมพลมีทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ถ้าเรามีการบริหารจัดการน้ำที่ดี เราจะได้น้ำจากคลองชลประทานขึ้นไปดูแลเรื่องของการเกษตรได้ด้วย เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมและการเกษตรถ้าโตไปด้วยกันจะทำให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจของตำบลหนองชุมพลได้ดีกว่านี้
นายศักดิ์ชัย ชาติพุดซา กำนันตำบลหนองกระทุ่ม อ.เมือง ในฐานะนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การทำโพลของมติชน x เดลินิวส์ ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องก่อน ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ดี กินดี สนับสนุนรัฐบาลดำเนินโครงการดิจิตอล 1 หมื่นบาท ขอให้รัฐบาลดูแลในเงื่อนไขสิทธิ์การใช้จ่ายเงิน ให้ถึงมือประชาชน และร้านค้าที่อยู่ในชุมชนรัศมี 4 กิโลเมตร ต้องเป็นร้านค้าของชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าสะดวกซื้อของนายทุนยักษ์ใหญ่
ปัจจุบันสื่อมวลชนหรือสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอการประพฤติปฏิบัติตนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมไม่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย กระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล เช่น กำนันใน จ.นครปฐม ถูกจับกุมในคดีอาญาในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น อันเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน
อย่างไรก็ตาม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ในฐานะผู้ปกครองท้องที่ระดับตำบล หมู่บ้าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรในท้องที่ ดังนั้น เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกิดภาพลักษณ์ที่ดี เป็นที่พึ่งของประชาชน ขอให้รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุนบทบาท อยู่ในวาระ 60 ปีเหมือนเดิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้ใจของประชาชนในท้องถิ่นกลับคืนมา
นายกันตภณ สุขุมาลินทร์ หรือ ส.ท.อ้อ อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า กรณีการทำโพลของมติชนร่วมกับเดลินิวส์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และยังเป็นการสะท้อนปัญหาทางสังคม รวมทั้งยังแนะนำแนวการแก้ปัญหาทางสังคมได้ตรงจุดอีกด้วย หากรัฐบาลนำปัญหาไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหา ยอมรับว่าปัญหาทางสังคม การเมือง ได้มีความพยายามจะแก้ไขมาตลอด แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนกินอิ่ม นอนหลับได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน จึงทำให้เกิดแนวความคิดที่ว่า “หากผู้บริหารไม่โกงกินบ้านเมือง แต่ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ เพราะมีปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ถ้าอย่างนั้นปล่อยให้มีการโกงกินบ้านเมือง แล้วชาวบ้านอิ่มท้องไม่ดีกว่าหรือ” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด แต่ประชาชนคิดอย่างนั้นจริงๆ
“ในความเห็นของผมนั้นอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการเมือง บางครั้งนโยบายอาจจะดี แต่ก็ต้องพิจารณาถึงผลกระทบด้วย อาทิ การขึ้นค่าแรงงาน จะเกิดผลกระทบอย่างมากมาย เพราะไปผลักภาระให้กับนักธุรกิจ เจ้าของโรงงาน หากธุรกิจอยู่ไม่ได้ ผลที่ตามมาคือทำให้คนตกงาน หนี้สินครัวเรือนสูงขึ้น ปัญหาปากท้องของชาวบ้านก็จะตามมาอีก รัฐบาลจึงต้องพิจารณาให้ รอบคอบ” นายกันตภณ กล่าวและว่าอยาก ให้รัฐบาลสอนให้ประชาชนใช้เงินเป็นด้วย เพราะไม่เช่นนั้นก็จะนำเงินไปเล่นหวย หรือไปใช้จ่ายกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น ถ้าประชาชนได้เงิน 1 หมื่นบาทแล้วมีความคิดเกี่ยวกับการนำเงินก้อนนั้นไปลงทุน ก็จะส่งผลดี ต่อเศรษฐกิจมหาศาล เพราะเงินจำนวนดังกล่าวแทนที่จะนำไปกินไปใช้ แต่หากไป ต่อยอดในการทำธุรกิจ ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่างน้อยก็จะทำให้ชาวบ้านที่ทำมาค้าขาย มีเงินไปหมุนเวียน โดยไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ
ที่ จ.เลย นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 (อพท.5) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการทำโพล การมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ประชาชนและองค์กรภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ สามารถสะท้อนปัญหาเข้าไปให้รัฐบาลรับฟัง เพื่อชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนในประเทศจะเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่ทำให้ทางฝั่งรัฐบาลนำไปปฏิบัติตามความต้องการของประชาชน
“ส่วนเรื่องของการสะท้อนการทำงานของรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ เพื่อให้จีดีพีโต 5% ต่อปี ปัจจุบันหน่วยงานที่อยู่ในระดับจังหวัด ควรให้มีการบูรณาการ พื้นที่ไหนที่มีปัญหาควรแก้ไขโดยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือที่เป็นปัญหาและอุปสรรคเกินกว่านั้น ทางจังหวัดสามารถเสนอผ่านกระทรวง ทบวงกรม เพื่อนำไปสู่มติของคณะรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ของชุนชนที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ป่าสงวนฯ อุทยานฯ ที่ทับซ้อนกับชุมชน ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของภาครัฐถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง” นายธรรมนูญกล่าว
สำหรับกิจกรรมการทำ “โพลมติชน x เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ครั้งนี้ เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชน และเดลินิวส์ โดยเปิดโหวตเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค. สามารถร่วมโหวต โพลมติชน x เดลินิวส์ ได้ที่ https://poll.matichon.co.th/srettha-government-2023/ หรือสแกนคิวอาร์โค้ดที่ภาพในหน้าหนังสือ พิมพ์ และทุกแพล็ตฟอร์มของสื่อทั้ง 2 สำนัก