ชี้สะท้อนเสียงชาวบ้านนายกนครรังสิตก็หนุนปากท้อง-ต้องมาก่อน!
‘วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม’ อธิบดีกรมการค้าภายในเชิญชวนให้ประชาชนร่วมโหวต ‘โพลมติชน-เดลินิวส์’แสดง ความเห็นต่อรัฐบาลว่าควรมีทิศทางแก้ปัญหาอะไรก่อนหลังขณะที่นายกเทศมนตรีเทศบาลนครรังสิตเชียร์แก้เศรษฐกิจปากท้องก่อน อีกทั้งอยากให้ช่วยสนับสนุนอาชีพการทำกินอย่างจริงจัง ด้าน ซีอีโอกาแฟโคราชหนุนช่วยเรื่องปากท้องก่อน เพราะต่างก็ต้องเผชิญกับหนี้สินครัวเรือน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน
วันที่ 20 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคึกคักของการร่วมกิจกรรมในการโหวตโพลมติชนx เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร เริ่มเปิดโหวตเมื่อวันที่ 1-31 ตุลาคม 2566 โดยระยะเวลาการโหวตใกล้เข้าโค้งสุดท้าย ทางกองบรรณาธิการในเครือมติชนและเดลินิวส์ ได้ประมวลชุดคำถาม รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? แล้วนำมาเปิดให้ประชาชนโหวต ผ่านทางคิวอาร์โค้ดที่อยู่ในสื่อทั้ง 2 เครือทั้งหนังสือพิมพ์ 4 เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และ ติ๊กต็อก
คำถามมี 2 หัวข้อใหญ่ คือ 1.เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.1 แก้รัฐธรรมนูญ, 1.2 ปฏิรูปกองทัพ, 1.3 กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, 1.4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, 1.5 รัฐสวัสดิการ และ 1.6 ปัญหาอื่นๆ และ 2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย 2.1 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท, 2.2 “แก้ปัญหาหนี้สิน ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ, 2.3 แก้ปัญหาการเกษตร, 2.4 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี, 2.5 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน และ 2.6 ปัญหาอื่นๆ
หลังจากประชาชนโหวตโพลจนครบกำหน ดถึงวันที่ 31 ต.ค.แล้ว จะมีกิจกรรม เจาะลึกเรื่องโพลของมติชน-เดลินิวส์ ในเดือนพ.ย. โดยเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการเมืองมาร่วมวิเคราะห์ผลด้วย
วันเดียวกัน นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาเชิญชวน ให้ประชาชนร่วมโหวตโพล มติชนxเดลินิวส์ หัวข้อรัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร? ซึ่งเปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค. ผ่านคิวอาร์โค้ด ที่อยู่ในหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงโหวตผ่าน คิวอาร์โค้ดและลิงก์ ในช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก ของสื่อในเครือ เดลินิวส์และมติชน
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ขณะนี้เครือมติชนและเดลินิวส์ร่วมกันจัดทำโพล เพื่อสำรวจความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของรัฐบาลว่าต้องการให้มีทิศทางอย่างไร จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนเข้ามาร่วมโหวต ผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชน และเดลินิวส์ จนถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น
ด้านนายมารุต ชุ่มขุนทด ซีอีโอ คลาส คอฟฟี่ กาแฟแบรนด์ดังโคราช ฐานะแกนนำ พัฒนาเมืองโคราช เปิดเผยว่า การทำโพล ของสองสื่อหลักถือเป็นการนำเทคโนโลยี สมัยใหม่มาใช้ในการสอบถามความต้องการ ของประชาชน ที่ตรงประเด็น โดยความเห็น มองว่ารัฐบาลควรแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องก่อน เนื่องจากต่างต้องเผชิญกับหนี้สินครัวเรือน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้ปัญหาเหล่านี้ วนกลับมาซ้ำเติมพี่น้องประชาชนอีก เนื่องจากที่ผ่านมาราคาต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้นทุกปี ที่สำคัญ ไม่ควรนำประเด็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง มารวมกับประเด็น ทางการเมือง
นายมารุตกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่างได้รับความเดือดร้อน จากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ จากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ขณะนี้สถานการณ์โลกเกิดสงคราม ในเขตพื้นที่ฉนวนกาซ่า อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อปัญหาสินค้าและการบริการมีราคาแพงขึ้นกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ รัฐบาลควรจัดหางบประมาณ ไปสนับสนุนโครงสร้างของการสร้างอาชีพให้เกิดความมั่นคงยั่งยืน สร้างกระแสการเงินให้หมุนเวียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ มากกว่า การอัดฉีดเงินให้ประชาชน มีความสุขชั่วครั้ง ชั่วคราว ไม่ยั่งยืน นโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท นั้นอาจจะคาดหวัง เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความเป็นจริงในกระเป๋าของประชาชนส่วนใหญ่มีหนี้สิน ดังนั้นทิศทางการใช้เงินของประชาชนอาจเลือก ใช้หนี้สินมากกว่าการใช้เงินสำหรับจับจ่ายใช้สอย
ขณะที่ นายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น อดีตหนึ่งในนักดนตรีวงโปงลางสะออน เข้าร่วมกิจกรรมตอบคำถามที่ทางมติชนและเดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชน และกล่าวว่า ในฐานะผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนคนรากหญ้า มองว่าเรื่องที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขเป็นอันดับแรก คือ ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา เราต่างบอบช้ำจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบกับเศรษฐกิจของไทยในบริบทของท้องถิ่น ก็จะต้องมาดูว่าจากทรัพยากรที่มีอยู่ มีนโยบายไหนที่สามารถส่งเสริมผลักดันได้ ถ้าประชาชนกินดี อยู่ดี มีความสุข จะทำให้ เศรษฐกิจและการเมืองมีความยั่งยืน ยกตัวอย่าง เช่น การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ถ้าสามารถทำได้จริงก็จะทำ ให้เกิดการหมุนเวียน เศรษฐกิจในท้องถิ่น ส่วนการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน-หนี้สาธารณะ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทุกครัวเรือนต่างมีหนี้สิน เมื่อมีหนี้สิน ก็ทำให้เกิดสภาวะความไม่พร้อมในการอยู่ร่วมกับสังคม ไม่กล้าทำ ไม่กล้าตัดสินในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในครอบครัวตนเอง ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ทางเทศบาลคอยดูแล ติดตามอยู่ตลอดเวลา
นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ ยังกล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องการเกษตรก็เป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่สุด อย่างในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาล ก็มีภาคการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์โคนม ขณะนี้ประสบปัญหา ผลผลิตน้ำนมราคาตกต่ำ รวมทั้งราคาอ้อยและมันสำปะหลังด้วย สวนทางกับราคาต้นทุนการผลิต เช่น อาหารสัตว์และปุ๋ยที่มีราคา เพิ่มสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้หากรัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และทันท่วงที เชื่อว่าจะสามารถ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้มั่นคงและยั่งยืน เมื่อท้องถิ่นเกิดความยั่งยืน ก็จะส่งผลดี ต่อเศรษฐกิจในระดับจังหวัดและในระดับประเทศ
นายจักรพงศ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันเรื่องการแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้าง สังคม ก็มีความสำคัญในอันดับถัดมา มองว่าเรื่องการเมือง ก็ต้องเป็นเรื่องการบริหารงานของภาครัฐ หากรัฐมนตรีหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าใจปัญหาในเชิงลึกได้ สามารถปรับแก้หรือลดเงื่อนไขต่างๆ ที่มีความยุ่งยาก เช่น การขออนุมัติ การขออนุญาต หรือการขอดำเนินการ หากสามารถลดขั้นตอนเหล่านี้ได้จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้การสนองตอบ การแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
นายจักรพงศ์กล่าวด้วยว่า สำหรับการร่วมมือ กันระหว่างมติชนและเดลินิวส์ ในการทำโพล ครั้งนี้ เป็นการนำเอาข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่สื่อสารไปยังรัฐบาล นับเป็นสิ่งที่ดี เพราะฐานข้อมูลที่สำคัญในการนำไปพัฒนาประเทศคงไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเมืองหรือเศรษฐกิจในระดับบน แต่ในระดับประชาชนคนรากหญ้าก็มีความสำคัญ หากข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม สามารถสื่อสารไปถึง ผู้บริหารในระดับประเทศได้ เชื่อว่าจะส่งผลดี กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที
ด้านร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายก เทศมนตรีเทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี บุตรชายของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ร่วมกิจกรรมโหวตโพลผ่านแพลตฟอร์มสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ควรแก้ปัญหาอะไร ระหว่าง ปัญหาการเมืองหรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน
ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพน์กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ทั้งสองเรื่อง ปัญหาการเมืองหรือปัญหาเศรษฐกิจนั้น มองว่ามีความสำคัญครบคู่กันเราก็จะเห็นหัวปัญหาต่างๆ มันเกิดขึ้นซึ่งต้องแก้ไขพร้อมกัน แต่ถ้าให้เลียงลำดับว่า ควรจะแก้ปัญหาไหนก่อนหลัง มองว่าเราควรจะต้องแก้ไขด้านเศรษฐกิจปากท้องประชาชนก่อน เพราะว่าเศรษฐกิจของเราในประเทศเรา ณ ปัจจุบันทั้งในชุมชนต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานี หยุดชะงักมานานแล้วตั้งแต่มีโรคโควิดระบาด และจนมาถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่ถึงเท่าระดับที่ดีขึ้นเท่าไหร่
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครรังสิต กล่าวต่อว่าตรงนี้ก็จะมองเห็นได้ว่าพี่น้องประชาชนยังมีความเดือดร้อนกันหมดก็อยากให้ทางรัฐบาลรองดูในเรื่องของการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจต่างๆ หลายๆ ด้าน ไม่ว่าเป็นในเรื่อง ของนโยบายที่ออกมา ถามว่าดีไหมดี แต่ว่ามันก็มีเรื่องการหมุนเวียนกลับไปของเรื่องภาษีที่มากขึ้นประชาชนก็เดือดร้อนเหมือนกันก็ควรมองดูว่า จะมีแนวทางไหนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงได้ทันแล้วก็ไม่ใช่แบบว่ามองกลับไปในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้การที่เราลงพื้นที่ช่วยเหลือเขาแล้ว แต่ว่าเรามีการยื่นภาษีที่จะเก็บ มากขึ้นก็จะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ซึ่งมันก็จะวนกันอยู่นี้เราก็มีแนวทางแก้ไข ในเรื่องของอาชีพปากท้องประชาชน
ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพน์กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยสนับสนุนอาชีพการทำกินของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ซึ่งเข้าใจ ว่าแต่ละพื้นที่บริบทไม่เหมือนกัน แต่ว่าแนวทางแต่ละพื้นที่ที่มีนโยบายสนับสนุน มีงบประมาณต่างๆ ได้เข้าช่วยเหลืออย่างที่บอกสิ่งแรก ที่สำคัญเศรษกิจปากท้องและอย่างที่สองคือการบริหารบ้านเมืองการเมือง ก็อยากจะฝากว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือและเป็นสิ่งที่กระทบพี่น้องประชาชนด้วยคือ การกระจาย อำนาจ ให้ท้องถิ่นสามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ได้รวดเร็วและทันทวงทีก็คงจะช่วย บรรเทา ปัญหาความเดือดร้อนได้เร็วยิ่งขึ้น