เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พ.ต.ท.วรพล เลิศวิระยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุมนายกันต์กวี อายุ 24 ปี และน.ส.รสสุคนธ์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา
หลังพ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ปคม. นำหมายค้นเข้าค้นห้องพักของผู้ต้องหาทั้งสอง โดยสามารถจับกุมนายกันต์กวีและน.ส.รสสุคนธ์ ได้ที่ห้องพักคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งห้องดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายคลิป อีกทั้งยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหาทั้งสอง จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์พบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ (X), Telegram และ OnlyFans ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจริง นอกจากนี้ยังพบคลิปสื่อลามกอนาจารอีกจำนวนมาก
จากการสืบสวนขยายผลจากคลิปวิดีโอดังกล่าว พบว่าหญิงสาวส่วนใหญ่ที่ร่วมประเวณีด้วย มักจะมีอาการคล้ายคนเมา ไม่มีสติ หลังจากนั้นจะถูกผู้ต้องหาทั้งสองล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่สมัครใจ และถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่ จากการสืบสวนทำให้ทราบตัวผู้เสียหายในเบื้องต้น 2 ราย คือน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง เป็นลูกจ้างร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง และน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัท

ลวงถ่ายคลิป – ตำรวจปคม.รวบนายกันต์กวี บุญเฉลิม และน.ส.รสสุคนธ์ ภารบูลย์ ผัวเมียเซ็กซ์ครีเอเตอร์ ลวงสาวผ่านแอพหาคู่จับมอมเหล้าถ่ายคลิป สร้างคอนเทนต์สวิงกิ้ง นำออกขายสื่อโซเชี่ยล พบเหยื่อมากกว่า 10 ราย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้ข่มขืนเหยื่อ แต่รับว่ามีอาชีพทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการร่วมประเวณีสวิงกิ้งระหว่างทั้งสองกับหญิงสาวอื่นๆ โดยจะนำคลิปไปขายตามแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งทวิตเตอร์ (X), Telegram และ Onlyfans โดยนายกันต์กวี จะเป็นผู้หาหญิงสาวมาร่วมประเวณีด้วยจะใช้แอพพลิเคชั่นหาคู่ “Omi” พูดคุยกับหญิงสาวในลักษณะเชิงชู้สาว จากนั้นจะชักชวนเหยื่อให้มาดื่มกินที่คอนโดมิเนียม โดยจะใช้อุบายอ้างว่า มีพี่สาวอยู่ด้วย จึงทำให้เหยื่อเชื่อว่าปลอดภัย เดินทางไปหา หลังจากนั้นพวกตนจะชวน ดื่มเหล้าก่อนจะร่วมกันมีเพศสัมพันธ์ โดยจะสลับกันถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาว ก่อนจะนำคลิปมาขายในกลุ่มลับ ทำในลักษณะนี้มานานกว่า 6 เดือน รายได้รวมประมาณ 600,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลเพื่อเชิญตัวหญิงสาวผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกล่อลวงไปกระทำอนาจารลักษณะเช่นนี้เข้าเเจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป เบื้องต้นสามารถพิสูจน์ผู้เสียหายได้ประมาณ 10 ราย