นายกฯต่อสายทูตยังไม่ยืนยันเศร้า-ดับเพิ่ม2กลับปท.อีก145-7ศพ-ชุดที่2ด้วย

นายกฯ แจงข่าวสื่อโลกรายงานอิสราเอลเผยตัวเลขแรงงานไทยถูกฮามาสจับเป็นตัวประกันถึง 54 คน ยืนยันบัวแก้ว-สถานทูตไทย กรุงเทลอาวีฟ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอล คงตัวเลขที่ 18 ราย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตสุดเพิ่มอีก 2 ราย รวมแล้ว 33 ศพ วันนี้นำร่างกลับถึงไทยอีก 7 ราย ญาติร่ำไห้จัดเตรียมงานศพ กระทรวงแรงงานเผยยอดอพยพกลับไทยแล้วกว่า 5 พัน ที่เหลือคาดสิ้นเดือนนี้ได้มาหมดทุกราย ประสานครม.พักการผ่อนชำระหนี้ ทั้งต้น-ดอกเบี้ย 3 ปี ทอ.พานักรบแรงงานอพยพถึงมาตุภูมิอีก 145 ชีวิต

แรงงานไทยดับเพิ่มอีก 2

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การความไม่สงบอิสราเอล ว่า ขณะนี้มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ขณะที่การเจรจาช่วยเหลือ ตัวประกันจากกลุ่มฮามาส ก็ดำเนินการ อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาที่รัฐสภา นายเศรษฐาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงหนึ่งว่า เรื่องที่อิสราเอลเป็นเรื่องที่สะเทือนใจที่เรามีปัญหาในการลำเลียงแรงงานกลับมา ขณะนี้เรานำกลับมาได้ 4,000 คนแล้ว จาก 8,000 คน ปัญหาคือเริ่มมีแรงงานที่เปลี่ยนใจไม่อยากกลับ โดยนายจ้างให้เงินเพิ่มทำให้แรงงานหวั่นไหว ทำให้สะเทือนใจ เพราะสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ปัญหาความยากจน เป็นเรื่องที่รัฐบาลคำนึงตลอด ว่าทำไมเขาต้องไปแลกชีวิตด้วยเงินที่เพิ่มขึ้นโดยอยู่แบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย

“รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และเราจะใช้แผนซ้อนแผน แม้นายจ้างพยายามยื้อให้ค่าจ้างให้แรงงานไทยอยู่ต่อ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเวลานี้อะไรทำได้ต้องทำก่อน แรงงานไทยที่ไปอยู่บางคนมีหนี้เป็นแสนบาทในการเดินทางไปทำงาน ดังนั้น จะประสานสถาบันการเงินให้สินเชื่อพิเศษแก่แรงงานเหล่านี้ เพื่อเอาเงินนี้ไปใช้หนี้ เพื่อดึงแรงงานกลับประเทศโดยเร็วที่สุด เราพยายามเต็มที่ให้แรงงานไทยกลับมาโดยเร็ว ไม่อยากให้คำนึงเรื่องเงิน เราใช้ทุกวิถีทางให้แรงงานกลับบ้านโดยปลอดภัย และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน” นายเศรษฐา กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

สื่อโลกเผยไทยถูกจับ 54 คน

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานจากข้อมูลของรัฐบาลอิสราเอลว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของตัวประกันที่กองกำลังฮามาสจับกุมและควบคุมตัวไว้ในพื้นที่ฉนวนกาซ่า เป็นชาวต่างชาติ และมาจากประเทศต่างๆ อย่างน้อย 25 ประเทศ ในจำนวนนี้รวมถึงตัวประกันสัญชาติไทย 54 คน นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เหยื่อผู้เสียชีวิตราว 1,400 ราย ในเหตุ กองกำลังฮามาสเปิดฉากโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติ 328 ราย จาก 40 ประเทศ ที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตหรือสูญหาย

ขณะที่นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอล สถานะคืนวันที่ 25 ต.ค. ว่าผู้เสียชีวิต 33 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 ราย ผู้บาดเจ็บคงเดิม 18 ราย และผู้ที่คาดว่าถูกควบคุมตัว จํานวน 18 ราย ซึ่งลดลง 1 ราย เนื่องจากทางการอิสราเอลแจ้งยืนยันรายชื่อว่าเป็นผู้เสียชีวิต

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า จากที่มีรายงานข่าวว่า มีคนไทยถูกจับกุมตัวไป 54 คนนั้น ยังอยู่ระหว่างการขอยืนยันตัวเลขดังกล่าวจากทางการอิสราเอล และจนถึงวันที่ 26 ต.ค. ทางการไทยจัดเที่ยวบินอพยพกลับถึงประเทศไทยแล้ว 21 เที่ยวบิน และมีผู้ได้รับการช่วยเหลือผ่านสถานทูตแล้ว 4,223 คน โดยมีเที่ยวบินอพยพที่จะกลับถึงไทยในวันที่ 27 ต.ค. ดังนี้ 1.TG8953 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 01.40 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 280 คน 2. LY085 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 08.50 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 268 คน

ต่อมาเวลา 18.43 น. นายเศรษฐาโพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า จากที่มีการสัมภาษณ์เมื่อช่วงบ่ายกรณีมีรายงานว่าคนไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่ม ได้ตรวจสอบกับหน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แล้ว ทราบว่า ตัวเลขผู้ถูกจับกุมตัวจำนวน 54 คนตามที่เป็นข่าวนั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ คาดว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นการกล่าวรวมตัวเลข 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ถูกจับ 2.กลุ่มที่เสียชีวิตแล้ว 3.กลุ่มที่สูญหาย จึงขอยืนยันการรายงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ สถานะ ณ วันที่ 26 ต.ค.ว่า มีคนไทยถูกจับกุมเป็นตัวประกันทั้งหมด 18 คน จำนวนนี้ได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอล

คาดสิ้นต.ค.อพยพกลับหมด

ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน พร้อม นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา และคณะอนุกรรมาธิการฯ ในโอกาสเยี่ยมเยียน พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปและหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน

หลังการประชุม นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ว่า ตอนนี้มีแรงงานไทยอยู่ในอิสราเอลประมาณ 3 หมื่นคน มีคนลงทะเบียนขอกลับไทยประมาณ 8,500 คน และกลับไทยมาแล้วประมาณ 5 พันคน คาดที่เหลืออีก 3 พันกว่าคนจะเดินทางกลับมาภายในเดือนต.ค.นี้ ทั้งหมด ล่าสุดยังไม่มีการลงทะเบียนขอกลับไทยเพิ่มเติม โดยนายกฯ กำชับมาขอให้ประชาสัมพันธ์และหาแนวทางขอให้แรงงานชาวไทยกลับจากอิสราเอลให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีนายจ้างให้เงินเป็นพิเศษ เพื่อให้แรงงานไทยทำงานต่อที่อิสราเอลจะทำอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้น เราได้ส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานไปที่อิสราเอล 10 คน เพื่อประสานกับแรงงานไทยให้กลับประเทศ นอกจากเงินเยียวยา 15,000 บาท ที่แรงงานไทยจะได้รับหลังกลับมาไทยแล้ว กระทรวงงานกำลังขอสิทธิพิเศษบางอย่าง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือกับทางครม.ให้ได้ก่อน เช่น พักการผ่อนชำระหนี้ ทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 150,000 บาท นอกจากนี้มีการหารือเพิ่มเติมของบกลางจากนายกฯ ด้วย

ถกแรงงาน – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ต้อนรับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เข้าพบหารือแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

เผยเหตุไม่ยอมกลับ

เมื่อถามว่ามีแรงงานไทยบางส่วนเปลี่ยนใจไม่กลับประเทศไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้มีแรงงาน 123 คน ที่เปลี่ยนใจ เบื้องต้นตามรายงานทราบว่า ผู้ประกอบการจะมีการจ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือน ภายในวันที่ 9 ของเดือนถัดไป ไม่ใช่ภาวะของการเกิดสงครามแล้วเลื่อนการจ่ายเงินเดือนจากสิ้นเดือนไปวันที่ 9 ทั้งนี้ ประสานขอให้ผู้ประกอบการจ่ายเงินชดเชยให้กับแรงงานไทยที่ทำงานไม่ครบเดือน โดยให้จ่ายค่าแรงตามจำนวน วันที่ทำงานก่อนที่แรงงานไทยจะกลับบ้านด้วย

ส่วนแรงงานที่เปลี่ยนใจยังไม่ยอมกลับไทยมีปัจจัยจากการได้ค่าแรงเพิ่ม และอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงมาก เข้าใจว่าผู้ประกอบการเป็นห่วงเรื่องการเก็บเกี่ยวของพืชผลทางการเกษตร เช่น ในส่วนของภาคกลาง และภาคเหนือบางส่วน หากแรงงานไทยกลับมาเกิดความเสียหายกับเจ้าของฟาร์มจึงจ่ายค่าแรงเพิ่มให้

นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า รัฐบาลอยากให้ พี่น้องแรงงานไทยกลับบ้านกันเยอะๆ กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัว แต่หากแรงงานไทยไม่อยากกลับเราไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเข้าใจว่าบางคนมีการกู้หนี้ยืมสินไว้จึงเป็นกังวลยังไม่กล้ากลับไทย ทั้งนี้กระทรวงแรงงานได้ประสานไปยังประเทศเกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ว่าเราจะนำแรงงานที่มีทักษะสูงไปทำงานการเกษตรยัง 2 ประเทศนี้ ซึ่งในเดือนพ.ย.นี้ จะเดินทางไปยังออสเตรเลีย เพื่อหารือว่าจะรับแรงงานอีกกี่ตำแหน่ง

ด้านพล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เราได้ทำงานเป็นคู่ขนานกับทางกระทรวงแรงงาน โดยศึกษาแนวทาง ข้อกฎหมาย การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยในเรื่องความไม่สงบที่อิสราเอล ขอชื่นชมกระทรวงแรงงานในการดูแลแรงงานไทย ตั้งแต่การอพยพกลับไทย การเยียวยาชดเชย รวมทั้ง การจัดหางานให้ใหม่ ส่วนค่าแรงขั้นต่ำเป็น กระบวนการของไตรภาคีที่ต้องดูอย่างรอบคอบต่อไป

เคลื่อนอีก 7 ศพกลับไทย

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยแพร่ภาพสถานทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ร่วมพิธีการส่งร่างผู้เสียชีวิต ครั้งที่ 2 จำนวน 7 ราย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ต.ค. (เวลาท้องถิ่น) น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ นายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม และนายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) เป็นผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยและ ส่งร่างผู้เสียชีวิตชาวไทย 7 รายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สงครามในอิสราเอลกลับประเทศไทย บริเวณลานบินของท่าอากาศยานเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ

ผู้แทนฝ่ายอิสราเอลประกอบด้วย นายเอลิยาฮู รีวีโว สมาชิกรัฐสภาและประธาน คณะกรรมการรัฐสภาว่าด้วยแรงงานต่างชาติ นายไมเคิล โรเนน อธิบดีกรมเอเชียและแปซิฟิก นางอินบาล มาเชช หัวหน้าสำนักงานแรงงานต่างชาติ นางเชอร์ลี ไรซิน แซสสัน ผอ.ด้านความตกลงทวิภาคี สำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมือง นางโชชี เรเชฟ มอร์ ผอ.กองการค้าต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและชนบท และเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เข้าร่วมพิธี นอกจากนี้ สถานทูต ยังได้เชิญน.ส.ชญาดา อรชุน แรงงานไทยในอิสราเอล และพี่สาวของนายศักดา สุระคาย หนึ่งในผู้เสียชีวิตมาร่วมพิธีด้วย

ในพิธี น.ส.พรรณภา วางพวงหรีดเพื่อเคารพศพ นายรีวีโว กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียของไทย รวมทั้งขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลไทย และประชาชนไทย ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดี รวมทั้งรับประกันว่าแรงงานไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ผู้แทนกระทรวงเกษตรอิสราเอลยังกล่าวแสดงความเสียใจต่อการ สูญเสียของไทย โดยพร้อมที่จะให้การสนับ สนุนและช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ถูกควบคุมตัวเป็นตัวประกัน

ในช่วงท้าย น.ส.พรรณนภาได้กล่าวขอบคุณผู้มาร่วมพิธีทุกคนที่เดินทางมาส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย และเป็นการให้เกียรติต่อผู้วายชนม์ พร้อมแจ้งว่ายินดีที่อิสราเอลให้คำมั่นในการดูแลครอบครัวของผู้วายชนม์และผู้บาดเจ็บ

อีก 7 ศพ – นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ร่วมพิธีรับศพแรงงานไทยชุดที่ 2 อีก 7 ราย ที่อาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

ถึงมาตุภูมิอีก 145 ราย

ส่วนที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 เครื่องบิน A340-500 ของกองทัพอากาศที่เดินทางไปอพยพคนไทยในอิสราเอล มีจำนวน 145 คน แบ่งเป็นชาย 141 คน และหญิง 4 คน เดินทางหลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี พล.อ.ณรงค์ อินทชาติ รองผบ.ทอ. เป็นผู้แทนผบ.ทอ. ให้การต้อนรับ ผลการปฏิบัติภารกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่กองทัพอากาศวางแผนไว้

สำหรับการอพยพคนไทยในเที่ยวบินต่อไป ทอ.วางแผนนำ A340-500 จำนวน 1 เครื่อง ปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง ในวันที่ 29 ต.ค. เวลาในการออกเดินทางโดยประมาณ 09.00 น.

ส่วนที่เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ร่างของ 7 แรงงานไทยเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY083 เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 26 ต.ค. ประกอบด้วย 1.นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ ชาวอุดรธานี 2.นายศักดา สุระคาย ชาวหนองคาย 3.นายนิติกร แซ่ว่าง ชาวเชียงราย 4.นายอภิชาติ กุสะรัมย์ ชาวขอนแก่น 5.นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ชาวอุดรธานี 6.นายศรีทัศน์ กาเหว่า ชาวกำแพงเพชร และ 7.นายพิรุฬห์ พานนพิมพ์ ชาวอุดรธานี

โดยมีญาติพี่น้อง และครอบครัวบางส่วนของผู้เสียชีวิตไปรอรับตั้งแต่เช้า พร้อม นายอารี ไกรนรา เลขานุการรมว.แรงงาน นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายร่างแรงงานทั้งหมดกลับภูมิลำเนา

รายงานข่าวแจ้งว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 7 ราย มี 1 ราย คือ นายอภิชาติ กุสะรัมย์ อายุ 29 ปี ชาวขอนแก่น ที่ไปทำงานในฟาร์ม เลี้ยงสัตว์พร้อมกับน้องชายคือนายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี และถูกกลุ่มฮามาสบุกยิงเสียชีวิต ทั้ง 2 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการส่งศพคนน้องกลับมาแล้ว เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ครอบครัวประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดหัวหินประเสริฐธรรม อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ไปเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา

ร่ำไห้ลูกถูกจับไร้ชะตา

ที่บ้านผึ้ง ม.2 ต.นาไหม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นางคำมี ลำเนา อายุ 51 ปี และนายจินดา ประชานันท์ อายุ 56 ปี แม่และพ่อของนายสุรศักดิ์ หรือ แทน ลำเนา อายุ 30 ปี เผยว่า หลังเกิดเหตุวันที่ 7 ต.ค.จนถึงตอนนี้ติดต่อลูกชายไม่ได้ ทราบจากเพื่อนทำงานด้วยกันว่า ถูกกลุ่มฮามาสจับขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อเป็นตัวประกันพร้อมเพื่อนแรงงานไทยรวม 5 คน เหตุเกิดที่แคมป์ในโมชาฟ มิตตาคิม ที่ทราบข่าวเพราะมีเพื่อนแรงงานด้วยกันหลบหนีมาได้คนหนึ่ง เขาส่งข่าวมาบอกว่า กลุ่มฮามาสได้จับเอาคนไทย 5 คนไปเป็นตัวประกันขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อเข้าไปในปาเลสไตน์ อยู่แคมป์ใกล้กันกับนายมณี จิระชาติ และเพื่อนๆ ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

ตอนนี้ติดต่อลูกชายไม่ได้เลยเกือบครึ่งเดือนแล้ว ถามถึงจิตใจแม่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา กินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลดถึง 8 ก.ก. เครียดจัดจนต้องหันหน้าพึ่งวัด เพื่อไม่ให้คิดมาก เหมือนจะเป็นบ้าไปแล้ว ตอนนี้ชื่อลูกชายไม่มีชื่อใน 19 รายที่ทางการประกาศออกมา หรือไม่มีแม้ชื่อคนเจ็บและคนเสียชีวิต ติดต่อไปยังนายจ้างแล้วก็ติดต่อไม่ได้ อยากจะวิงวอนท่านนายกฯ เศรษฐา ช่วยติดตามลูกชายและเพื่อนแรงงานไทยให้ด้วย เพราะหากไม่มีชื่อลูกชายและเพื่อน 5 คนไม่มีชื่ออยู่ในตัวประกันกลัวว่าจะไม่ได้ถูกปล่อยตัวออกมา

ขณะที่นางกัญญาพัชร บุญพร้อม ภรรยานายสันติ บุญพร้อม 1 ใน 5 แรงงานไทยที่ถูกจับตัวไปพร้อมกัน ระบุว่า กลุ่มแรงงานไทยนี้ไม่มีคลิปยืนยันว่าถูกจับเป็นตัวประกัน มีแต่คลิปที่นายสันติถ่ายคลิปหน้าแคมป์คนงานแล้วส่งให้ดูวันเกิดเหตุ โดยที่ยืนยันได้ว่าคนไทยทั้ง 5 คนถูกจับเป็นตัวประกัน เพราะมีแรงงานไทยคนเดียวที่หลบหนีออกมาได้มาแจ้งข่าว โดยคนไทยทั้ง 5 คนประกอบไปด้วย นายสันติ บุญพร้อม หัวหน้างาน, นายพงษ์ศักดิ์ แทนมา, นายอนุชา แก้วมณี, อีกคนชื่อต้อม และนายสุรศักดิ์ หรือ แทน ลำเนา

ขณะเดียวกันนายธีระชัย แสนแก้ว รองประธานกรรมาธิการแรงงานฯ ทราบเรื่องนี้แล้วและจะได้แจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อประสานไปยังทางการอิสราเอลและนายจ้างตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน เพราะแรงงานไทยทั้ง 5 คนไม่มีรายชื่อเป็นตัวประกัน คนเจ็บหรือผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

หนองคายไร้ปาฏิหาริย์

ที่วัดป่าบ้านหนองหมื่น ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ญาติและชาวบ้านช่วยกันเตรียมสถานที่จัดงานศพนายศักดา สุระคาย อายุ 32 ปี โดยลัดดา สุระคาย พี่สาวนายศักดาเผยว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 4 คน ตนเป็นคนโต คนรองเป็นผู้หญิงไปทำงานที่อิสราเอลได้ ปีกว่า ส่วนอีก 2 คนเป็นผู้ชาย นายศักดาเป็นลูกชายคนเล็ก ตามพี่สาวคนรองไปทำงานที่อิสราเอล โดยรัฐบาลจัดส่งไปอย่างถูกต้อง สัญญาจ้าง 5 ปี จะครบ 1 ปีในเดือนต.ค.นี้พอดี ตอนแรกญาติพี่น้องยังไม่เชื่อว่าน้องชายเสียชีวิตจนกว่าจะได้รับการยืนยัน แต่พอได้รับการยืนยันแน่ชัดก็แทบทรุด เพราะไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุร้ายกับน้องชาย ส่วนพี่สาว ที่ทำงานห่างจากนายศักดา 20 กิโลเมตร ปลอดภัยดี ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

นายวิระ สุระคาย พ่อของนายศักดา บอกว่า ภรรยาของตนเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ไม่ถึงเดือนก็มาทราบเหตุการณ์การสู้รบในอิสราเอลบริเวณที่ลูกชายทำงานอยู่ ได้แต่ขอให้ดวงวิญญาณของภรรยาไปดูแลลูกชาย ขอให้ลูกชายปลอดภัย แต่ก็ไม่เป็นผล ลูกชายมาเสียชีวิตอีกคน เสียใจมาก เป็นการสูญเสียคนในครอบครัวในเวลาไล่เลี่ยกัน ยังทำใจไม่ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน