เมื่อวันที่ 27 ต.ค. พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยกรณีนางปวีณา หงสกุล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พาน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พนักงาน บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าพบร.ต.อ.คีรีเอก บุญมงคล รองสว. (สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับสิบตรีทหารสามี ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์นั้น ในเบื้องต้นจะมีการเชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพื่อให้ทราบรายละเอียดในทุกประเด็นและจะได้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป และหลังจากนั้นจะออกหมายเรียกฝ่ายชายมาสอบปากคำต่อไป

ผัวทหารซ้อม – นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำหญิงสาวอายุ 30 ปี เข้าแจ้งความ สน.บางเขน ถูกสิบตรีทหารบก สามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนทนไม่ไหวขอแยกทาง แต่ยังถูกตามมาข่มขู่ถึงบนโรงพัก เมื่อกลางดึกวันที่ 26 ต.ค.
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 26 ต.ค. โดยในระหว่างมาแจ้งความนั้น สิบตรีรายดังกล่าวยังตามมาที่โรงพักราวีเพื่อให้น.ส.เอกลับไปอยู่กับบ้านแล้วไม่ให้แจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้นางปวีณาทราบ ก่อนที่นางปวีณาจะประสานกับพ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน เพื่อแยกผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาให้อยู่คนละห้องเพื่อรับแจ้งความ ทำให้สิบตรีคนดังกล่าวเดินทางกลับไป
น.ส.เอกล่าวว่า ที่ผ่านมาตลอดการคบหากันราว 2 ปี ต้องถูกทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด และต้องยอมจดทะเบียนสมรสกันเมื่อเดือนมีนาคม 66 ที่ผ่านมา ต่อมาตอนหลังสามีเริ่มใช้อาวุธมีดทั้งข่มขู่จะทำร้าย ทำให้รู้สึกหวาดกลัวอยากเลิกราไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก โดยตน มีลูกติด 2 คน เป็นผู้หญิง 2 คน อายุ 9 ขวบ และ 12 ปี ถูกสิบตรีสามีใช้มือลูบขากระทำอนาจาร โดยแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว
ด้านนางปวีณากล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เสียหาย ตนได้ประสานกับบ้านพักฉุกเฉินของ พม.เพื่อให้ดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้น และจะประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของทหารรายนี้เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมที่ทำร้ายภรรยาและในส่วนของลูกติดของผู้เสียหายทั้งสองคนด้วย จะต้องมีการประสาน พม.นำสหวิชาชีพมาสอบสวนถึงพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหารายนี้ต่อไป