ฝนถล่มเชียงราย ตลาดชายแดนแม่สายจม ชาวบ้าน-ผู้ค้าขนของหนีน้ำจ้าละหวั่นกลางดึกลำน้ำแม่สายเอ่อเกือบ 5 เมตรเกือบแตะผิวสะพาน ส่วนที่แม่สามแลบ แม่ฮ่องสอน น้ำป่าบ่าท่วมโรงเรียน บ้านริมฝั่ง พัดพาโคลนถล่มเต็มห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนเสียหาย เมืองโคราชอ่วมอีก ฝนเทหนักข้ามคืน วัดปริมาณน้ำฝนได้กว่า 200 ม.ม. บ้านเรือนจมนับพันหลัง ลำตะคองล้นทะลักชุมชน น้ำป่าบ่าซัดถนนราชสีมา-โชคชัย ขาด-น้ำสูงครึ่งเมตร พัทยา-บางละมุง ชลบุรี ก็ท่วมหนัก ถนนสุขุมวิท-เลียบทางรถไฟจม รถติดหนึบ รถดับกลางน้ำอื้อ อุตุฯ นราธิวาสเตือนฝนตกหนักร้อยละ 60 ถึง 2 พ.ย. ระวังน้ำป่า-ท่วมฉับพลัน เรือเล็กงดออกฝั่ง
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงคืนวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้น ระบบส่งสัญญาณเตือนระดับน้ำสูงที่ต้นน้ำท่าหัวฝาย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ทำให้ประชาชนและร้านค้าตลาดสายลมจอย ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนที่อยู่ริมแม่น้ำต้องเร่งเก็บข้าวของไว้บนที่สูง
ขณะที่ระดับน้ำบริเวณสะพานข้ามลำน้ำสายไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 เพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ที่ 4.40 เมตร เกือบถึงตัวสะพาน ก่อนที่น้ำจะล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมถนนใต้สะพานจนสัญจรผ่าน ไม่ได้ และเข้าท่วมร้านอาหาร ร้านค้าที่อยู่ใกล้กับสะพาน ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดร้าน หนีน้ำทิ้งข้าวของที่ขนย้ายไม่ทันให้จมน้ำไป
ด้านฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา น้ำได้บ่าเข้าท่วมร้านค้าและตลาดท่าล้อซึ่งเป็นตลาดชายแดนเช่นกัน ชาวบ้านและเจ้าของร้านค้าต้องพากันขนย้ายข้าวของหนีน้ำ กระทั่งสู่ช่วงสายวันเดียวกันระดับน้ำได้ทรงตัวและค่อยๆ ลดลง

ท่วมห้องเรียน – เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยกองก้าด ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียนที่ดินโคลนจากน้ำป่าทะลักเข้าท่วมโรงเรียนหลังเกิดฝนตกหนักตลอดคืน เมื่อวันที่ 31 ต.ค.
ส่วนที่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะบ้านห้วยกองก้าด น้ำในลำห้วยแม่กองก้าดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเกิดฝนตกหนัก ก่อนไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนบ้านห้วยกองก้าด พัดพาดินโคลนเข้าห้องเรียน ห้องธุรการ ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และโรงครัว ยกเว้นห้องนักเรียนอนุบาล เนื่องจากอยู่ที่สูง และน้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ
นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบเปิดเผยว่า อบต.แม่สามแลบ นำเจ้าหน้าที่ อบต.ร่วมกับชาวบ้าน กำลังพลกรมทหารพรานที่ 36 อส. จนท.วนอุทยานไม้สักใหญ่ และเจ้าหน้าที่ อช.สาละวิน และคณะครูนักเรียนได้ช่วยกันทำความสะอาด เอาดินโคลนที่เข้าท่วมในห้องเรียน ล้างและเก็บกวาดทำความสะอาดห้องเรียนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานรถไถตักดินโคลนออกจากบริเวณสนามหน้าโรงเรียนด้วย
ด้าน จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มวลฝนที่ตกข้ามคืนทำให้มีน้ำเต็มท่อระบายน้ำไม่ทัน จึงเอ่อทะลักออกมาท่วมผิวทาง ทำให้ประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก ขณะที่บ้านเรือนประชาชนหลายจุด มวลน้ำก็ทะลักเข้าท่วม ได้รับความเสียหาย
พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดลงพื้นที่อำนวยการจราจรให้ประชาชนช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในเขตตัวเมือง และในจุดที่การจราจรติดขัด พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนที่รถยนต์ติดขัดเนื่องจากน้ำท่วม
ขณะเดียวกันมีประชาชนหลายจุดที่ร้องขอความช่วยเหลือ นำอพยพออกจากบ้านเรือน เนื่องจากน้ำท่วมสูงและมีทีท่าว่าจะสูงเพิ่ม ขึ้นอีก ซึ่งทหารจิตอาสาพระราชทาน กองทัพภาคที่ 2 และทีมกู้ภัย ได้ระดมสรรพกำลังและรถบรรทุกยกสูงเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยพบว่าหลายจุดมีน้ำท่วมสูงและกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ประชาชนไม่สามารถเดินฝ่ากระแสน้ำเข้าบ้านเรือนหรือออกไปด้านนอกได้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องผูกเชือกขึงไว้กับรถยกสูงและมัดที่ ตัวประชาชน นำไปขึ้นรถบรรทุกจีเอ็มซีของทหาร เพื่ออพยพไปยังจุดที่ปลอดภัย
ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครราชสีมา ที่มีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา เป็นผอ.ศูนย์ ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยช่วงระหว่างวันที่ 29-30 ต.ค. ขณะเดียวกันระดับน้ำในลำตะคองที่บริเวณสะพานข้ามลำตะคอง ชุมชนมิตรภาพ ซอย 4 เทศบาลนคร ได้นำธงสีน้ำเงินมาติดตั้งเอาไว้ เฝ้าระวังปริมาณน้ำในลำตะคองที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจนอาจเอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านเรือนภายในชุมชน ซึ่งระดับน้ำในลำตะคองยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากมีฝนตกหนัก
ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า ขณะนี้ยังเหลือ 1 อำเภอที่ได้รับผลกระทบคือ อ.เมือง โดยมี 4 ตำบล 1 เทศบาลนคร 17 หมู่บ้าน 1 ชุมชน รวม 960 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ โดยระดับน้ำลำตะคองที่จุดสถานีวัดระดับน้ำท่าในแต่ละจุดแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ยังต้องจับตาเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่
นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายก ทน. นครราชสีมา กล่าวว่า ฝนตกสะสมต่อเนื่อง มาหลายวัน ทำให้น้ำในคลองมีปริมาณมาก ประกอบกับภายในเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 207 มิลลิเมตร และศูนย์กลางร่องมรสุมอยู่กลางเมืองโคราช จึงมีน้ำท่วมรอการระบายที่ไนต์บาซาร์วัดบูรพ์ หน้าจวนผู้ว่าฯ แยกโนบุบาร์ แยกสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 1 (บขส.เก่า) ตลาดร้อยปี แยกท่าตะโก ถนนสุรนารี 2 แยกไอที หน้า วัดหลักร้อย หน้าคลังพลาซ่าใหม่ แยกวัดสวนพริกไทย ชุมชนเทคโนวิลเลจ ชุมชน 30 กันยา หน้าหอการค้านครราชสีมา
ที่ อ.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โชคชัย เข้าตรวจสอบทางหลวงสาย 224 ราชสีมา-โชคชัย ฝั่งขาเข้าเมืองนครราชสีมา บริเวณ จุดกลับรถหน้าสำนักงานขนส่งอำเภอโชคชัย ซึ่งมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจรเป็นจำนวนมาก และมวลน้ำทุ่งยังคงไหลมาต่อเนื่องเอ่อล้นท่วมถนนตั้งแต่เวลา 01.00 น.เมื่อคืน ที่ผ่านมา ท่วมผิวทางช่วง ก.ม.26+550 ถึง ก.ม.26+850 ระดับน้ำสูงกว่า 30 ซ.ม.
นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมจากทาง อ.โชคชัยว่า มวลน้ำทุ่งได้ไหลหลากจากพื้นที่บ้านคลองยาง ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย ไปยังบ้านเสาเดียว ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย และบางช่วงได้กัดเซาะผิวจราจรด้านใต้ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าหมู่บ้าน จนถนนขาดและทรุดแตกกว้าง 4-5 เมตร กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านต้องระดมกำลังช่วยกันเอาทรายมากรอกใส่ถุงแล้วนำไปอุดถมใต้พื้นถนนเพื่อไม่ให้กระแสน้ำ กัดเซาะและพัดเอาดินใต้พื้นถนนหายไป จนทำถนนพังเสียหายเพิ่มขึ้นอีก

ช่วยคนไข้ – เจ้าหน้าที่ช่วยนำคนป่วยออกจากบ้านพักในเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมาซึ่งถูกน้ำท่วมเพื่อส่งโรงพยาบาล ขณะที่หลายพื้นที่ของจ.นครราชสีมาอยู่ในสถานการณ์ น้ำท่วมจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ชาวบ้านเดือดร้อนนับพันหลังคาเรือน เมื่อวันที่ 31 ต.ค.
ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายกิติภูมิชัย วงษ์สนิท นายอำเภอห้วยเม็ก นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ นายอัครนันท์ ปัญญาเจริญโรจน์ นายก อบต.หัวหิน สำรวจเส้นทางจราจร และสะพาน เชื่อมระหว่าง ต.หัวหิน กับ ต.บึงนาเรียง ที่เกิดความเสียหายหลังน้ำลด รวมทั้งสำรวจแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง ป้องกันปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ตลอดจนสามารถกักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ได้ตลอดในฤดูแล้ง
ด้านเมืองพัทยา และ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเกิดฝนตกทั่วพื้นที่ต่อเนื่องกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดและน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะบริเวณซอยเขาน้อย ถนนสุขุมวิทหน้าทางหลวงพัทยาใต้ และถนนเลียบทางรถไฟ ซึ่งมีน้ำท่วมขังสูงระดับ 50 ซ.ม.ถึง 1 เมตร ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัด รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ รถหลายคันได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างช่วยกันเข็นรถที่ได้รับความเสียหายหลบเส้นทางจราจร
ส่วนที่ภาคใต้ นายเร๊าะมันคาน โอราสะมันนี ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส กล่าวว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าในช่วงสัปดาห์นี้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งบริเวณ อ.เมือง บาเจาะ ยี่งอ ตากใบ เจาะไอร้อง สุไหงปาดี และสุไหงโก-ลก ขอให้ประชาชนระวังอันตราย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในส่วนของภาคใต้ฝั่งตะวันออกถึงวันที่ 2 พ.ย. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่ง ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง