เปิดปท.เป็นพื้นที่ส่งมอบเศรษฐาห่วงสถานการณ์โดนจับเพิ่มอีก-ยอด23
อียิปต์พร้อมช่วยไทย เปิดจุดผ่านแดนไปรับตัวประกันหากฮามาสยอมปล่อยตัว นายกฯ เศรษฐาถกฝ่ายความมั่นคง เตรียมพร้อมอพยพคนไทย ห่วงสถานการณ์สู้รบขยายวงกว้างทั่วภูมิภาค ขณะที่นายกฯ มาเลเซียโทร.สายตรง‘เศรษฐา’ลั่นพร้อม ช่วยเหลือไทยเต็มที่ กต.เผยคนไทยถูกจับ เป็นตัวประกันเพิ่มอีก 1 ราย ยอดรวม 23 คน ด้านพ่อแม่ร่ำไห้รับศพลูกชายที่ถูกส่งมาจากอิสราเอลถึงบ้าน
อียิปต์เปิดแดนรับตัวประกัน
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศพบปะหารือกับนายซามิห์ ฮัสซัน ชุกรี รมว.การต่างประเทศอียิปต์ ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. โดยฝ่ายไทยแสดงความเสียใจที่มีคนอียิปต์ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์สู้รบในอิสราเอล-กาซ่า และย้ำท่าทีร่วมกันในการเรียกร้องให้หยุดยิงทันทีและต่อเนื่องเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรมตามการเรียกร้องของประชาคมโลก และทั้งสองฝ่ายสนับสนุนการเจรจาสู่ทางออกร่วมกันที่สันติอย่างจริงใจและสร้างสรรค์ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์
ในโอกาสนี้ ฝ่ายไทยขอรับความสนับสนุนในการเจรจาเพื่อปล่อยตัวคนไทยและคนชาติอื่นที่ถูกจับเป็นตัวประกันโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้อียิปต์ เปิดให้ฝ่ายไทยเข้าถึงจุดผ่านพรมแดนราฟาห์ เมื่อตัวประกันชาวไทยได้รับการปล่อยตัว เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือคนไทยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งอียิปต์รับจะสนับสนุนอย่างเต็มที่
นายกฯถกฝ่ายมั่นคงอพยพไทย
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งแรกว่า เรื่องสำคัญที่ได้พูดคุยในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสื่อบอกว่าใช้เวลาแป๊บเดียวนั้น ส่วนมากที่คุยกัน ทางนายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสมช. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ สมช. อธิบายที่มาที่ไปของสมช. ซึ่งตนเองก็ใหม่ ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่ง และอีกเรื่องคือปัญหาที่อิสราเอล เรื่องนี้ถก กันนาน มีการแจ้งสถานการณ์เชิงลึก แต่อะไรที่ตนพูดได้ก็จะพูด แต่คงมีหลายเรื่องที่เรา ต้องระมัดระวัง เพราะเป็นความละเอียดอ่อน เรื่องตัวประกันเป็นเรื่องสำคัญ แต่สาระสำคัญคือ สงครามมีแนวโน้มจะขยายวงกว้าง ไม่ใช่ระหว่างผู้ขัดแย้งสองฝ่าย แต่ขยายวงกว้างไประดับภูมิภาค ซึ่งมีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จอร์แดนและเลบานอน ซึ่งมีประมาณ 10 ประเทศ และตอนนี้เขาเข้าไปคุยกับประชาชนของเขาที่อยู่ใน 2 ประเทศนี้ เรื่องการให้พิจารณาเรื่องการอพยพ เดี๋ยวทางเราจะไปประเมินกันอีกทีว่าจะต้องแจ้งให้ทราบถึงประเด็นปัญหาที่จะลุกลามไปในระดับภูมิภาคที่มีความเป็นไปได้
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเหตุผลที่พอจะทราบข้อมูลมาว่าที่จะขยายวงไปเพราะเริ่มมีการทำสงครามทางไซเบอร์กับการใช้โดรนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้ทำให้เราเป็นห่วง อาจมีการขยายวงกว้างไปสู่ประเทศที่อยู่ใกล้เคียงด้วย สำหรับแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศนั้นๆ ต้องพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ส่วนที่อิสราเอล ตอนนี้แรงงานไทยที่แจ้งเจตจำนงกลับมาก็จะหมดแล้ว ไฟลต์วันนี้ก็ว่างประมาณ 100 กว่าที่นั่ง ฉะนั้นไม่อยากใช้คำว่าหมดภารกิจของทางรัฐบาล แต่เราต้องพูดคุยต่อเนื่องกับคนที่ ยังอยู่ว่ามีความรุนแรงของสงครามที่จะขยายวงกว้างไปได้ ต้องบอกมา หากอยากจะแจ้งเจตจำนงจะเดินทางกลับ แล้วตรงนี้ก็มีความซับซ้อนอีกด้วยว่ามีแรงงานที่เราไม่ทราบจำนวน โดยฝ่ายความมั่นคงแจ้งมาว่าน่าจะมีอีกจำนวนพอประมาณ ซึ่งไม่ได้แจ้งตอนที่ออกไป สรุปแล้วเป็นแรงงานที่ไปโดยไม่ถูกต้อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ซึ่งเรื่องใหญ่กว่าคือ เราต้องพยายามเสาะหาให้ได้ว่าคนเหล่านี้ อยู่ที่ไหน และแจ้งตรงไปให้ทราบถึงความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อให้เขาตัดสินใจ ที่จะกลับมาได้ แม้จะไปอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เรายินดีรับกลับมาได้ ส่วนแรงงานที่ยังไม่ตัดสินใจจะกลับ เราต้องการให้แน่ใจว่าการสื่อสารที่ได้สื่อสารออกไปไม่ผ่านบุคคลที่สอง ซึ่งรัฐบาลจะสื่อสารตรงไปเองว่าความรุนแรงของสถานการณ์เป็นอย่างไร อย่างน้อยพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่นจะได้ทราบถึงความรุนแรงของสถานการณ์เอง จากรัฐบาล ดังนั้น เดี๋ยวจะคุยกับกระทรวง การต่างประเทศและกระทรวงแรงงานเพื่อหา รายชื่อ หากมีช่องทางที่จะติดต่อได้ทางโทรศัพท์ก็จะติดต่อไป และส่งข้อความไปแจ้งว่าสถานการณ์รุนแรงขนาดไหน อย่างไร
เตรียมรับมือเหตุสู้รบขยายวง
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องตัวประกันก็ยังทำงานกันอย่างเต็มที่ ตนจะพบปะพูดคุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศที่เพิ่งบินกลับมา และวันเดียวกันนี้ได้พบกับผู้บัญชาการ ทหารสูงสุดในที่ประชุมสภาความมั่นคง แห่งชาติก็ได้ข้อมูลมา ตอนนี้ทุกๆ ฝ่ายช่วยอย่างเต็มที่ แต่เรื่องของการให้ข่าวและเรื่องที่หลายๆ ฝ่ายช่วยเหลือกัน ตนขอร้องไปทุกๆ หน่วยงานว่าหากต่างคนต่างทำก็ให้มีการ เชื่อมโยงข้อมูลกันให้ดี จะได้ไม่มีความสับสน ซึ่งแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ต้อง คอยก่อนว่าจะมีข่าวดีจริงๆ เมื่อไหร่ เราเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร และเรื่องการอพยพเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ความปลอดภัยของประชาชนเป็นเรื่องที่เรา ให้ความสำคัญสูงสุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากสถานการณ์การสู้รบที่ส่อจะขยายวงกว้างไปในระดับภูมิภาค รัฐบาลเตรียมรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่จะเกิดอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า อันนี้ได้มีการพูดคุยกันในวงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางด้านพลังงาน ได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน และในเร็วๆ วันนี้ท่านจะเสนอมาตรการด้านความมั่นคงทางพลังงานมา หากมีปัญหาเกิดขึ้นจริงอย่างที่ตนเรียนว่า หากสงครามขยายวงกว้างก็จะมีผลกระทบ ต่อไป ซึ่งข้อดีของแนวโน้มของประเทศที่สงครามจะขยายวงกว้างไปคือความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเรามีน้อย แต่ก็ต้องระมัดระวัง เหนือสิ่งอื่นใด ที่สำคัญคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศที่มีแนวโน้มว่าความรุนแรงจะขยายตัวไปจุดนั้น ส่วนเรื่องการอพยพแรงงานไทยนั้น จะมีการพูดคุยกันในวันเดียวกันนี้ เพราะรับทราบว่าสถานการณ์จะขยายวงกว้าง จึงต้องมีการคิดแผนออกมา ตอนนี้เริ่มแจ้งเตือนไปแล้ว ซึ่งเราก็ต้องพร้อมอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบินไปรับตัวประกัน ได้รับรายงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขออนุญาตไม่พูดในทีนี้ดีกว่า เข้าใจว่าทุกท่านมีความหวังดีและปรารถนาดี
เมื่อถามว่าจากการที่ได้คุยกับนายกฯ อิสราเอล ซึ่งนายกฯ ระบุว่าพร้อมรับทุกเงื่อนไขเพื่อให้ปล่อยตัวประกัน มีสัญญาณอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนได้บอกไปว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไร ตรงนี้เราเต็มที่ เอาชีวิตของพี่น้องประชาชนกลับมาให้ได้ก่อนแล้วกัน
นายกฯมาเลย์ต่อสายคุย‘เศรษฐา’
เมื่อเวลา 16.47 น. นายเศรษฐาโพสต์ข้อความผ่าน x โดยเปิดเผยว่า “วันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซียโทร.มาแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การจับตัวประกันไทยในประเทศอิสราเอล ซึ่งทางการมาเลเซียพร้อมช่วยเหลือรัฐบาลไทยอย่างเต็มที่ เพื่อให้คนไทยเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยโดยเร็วครับ ในเดือนนี้ผมยังได้นัดหมายพบกับท่านนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซียเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทั้งในประเด็นเรื่องด่านชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ และการก่อสร้างสะพานสุไหงโก-ลกแห่งที่ 2 ด้วยครับ”
‘สุทิน’รับคนไทยบางส่วนลังเล
เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการของกองทัพในการไปรับคนไทยกลับจากอิสราเอลให้เพียงพอกับยอดความต้องการว่า เรามีแผนไปรับกลับอยู่แล้ว เรา ไม่หนักใจ แต่ที่หนักใจคือการนำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงมายังสนามบิน
เมื่อถามว่า ทางสถานทูตที่กรุงเทลอาวีฟ แจ้งให้แรงงานไทยลงทะเบียนทำเอกสาร เดินทางกลับ การข่าวทางความมั่นคงคิดว่า จะกลับมาได้หมดหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า มาได้เกือบหมด แต่ยังพบปัญหาอุปสรรค อยู่บ้าง ก็พยายามทำทุกวิถีทาง การค้นหา คนไทยยังค้นหาได้ไม่หมด อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาลสื่อสารให้คนไทยเดินทางกลับและบอกถึงการประเมินสถานการณ์วันข้างหน้ามีแนวโน้มว่าคนไทยอยากกลับเพิ่มขึ้น แต่ก็มีไม่น้อยที่ยังลังเล
ญาติเศร้ารับศพหนุ่มขอนแก่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศ ลำเลียงร่างของนายพิทักษ์ โทแหล่ง อายุ 54 ปี แรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ระหว่างขับรถไปทำงาน ถูกกลุ่มฮามาสยิงถล่มจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนทิ้งศพกลางถนน ซึ่งทางการอิสราเอลส่งมาให้ไทยเป็นล็อตที่ 3 เมื่อวันที่ 1 พ.ย. จากนั้นนำขึ้นรถตู้ของบริษัท สุริยา คอฟฟิน จำกัด ส่งมาที่บ้านเกิด เลขที่ 49 บ้านโนนทัน หมู่ 9 ต.ดอนดั่ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 1 พ.ย.
ทันทีที่รถตู้เคลื่อนศพมาถึง นายผาย โทแหล่ง อายุ 81 ปี พ่อของนายพิทักษ์จุดธูปเชิญดวงวิญญาณลูกชาย ขอเจ้าที่เจ้าทาง เปิดทางให้ดวงวิญญาณลูกชายกลับบ้านเกิดเพื่อทำพิธีส่งดวงวิญญาณ
ขณะที่น.ส.อรนภา โทแหล่ง อายุ 22 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต พร้อมน้องแทมมี่ ลูกสาวชาวอิสราเอลเดินทางมาพร้อมพี่เลี้ยงต่างร้องไห้เข้ากอดคุณปู่ด้วยความเสียใจ
ภายหลังทำพิธีเชิญดวงวิญญาณเข้าบ้าน พ่อและลูกสาวผู้เสียชีวิต รวมทั้งชาวบ้าน ร่วมกันเคลื่อนย้ายร่างนายพิทักษ์มาบรรจุใส่ โลงเย็น โดยลูกสาวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน รวมทั้งพี่เลี้ยงของน้องแทมมี่ต่างกอดกันร่ำไห้ จากนั้นเข้าไปจุดธูปกราบศพ โดยครอบครัวกำหนดสวดศพตามประเพณี 3 คืน เริ่มวันที่ 2 พ.ย. ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพนายพิทักษ์ ที่วัดในหมู่บ้าน
แม่ป่วยติดเตียงรับศพลูกกลับ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.10 น. รถตู้สุริยาหีบศพบรรทุกร่าง นายปริญญา แต้มกลาง อายุ 37 ปี แรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล จากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงบ้านเลขที่ 189 บ.หนองท่ม ม.8 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม มี นางโสดา แต้มกลาง อายุ 73 ปี และนางอรอุมา แต้มกลาง อายุ 35 ปี แม่และน้องสาว พร้อมญาติและเพื่อนบ้านจำนวนมากมารอรับศพ
ก่อนนำศพเข้าบ้าน นางอรอุมาจุดธูปบอกเจ้าที่เพื่อเชิญดวงวิญญาณพี่ชาย พร้อมเคาะโลง 3 ครั้งบอกพี่ชายว่ามาถึงบ้านแล้ว ขณะที่นางโสดานอนร้องไห้ติดเตียง เนื่องจากป่วยเดินไม่ได้ ท่ามกลางความเศร้าสลด
นางอรอุมากล่าวทั้งน้ำตาว่า พี่ชายเดินทางไปทำงานสวนเกษตรที่โมชาฟในอิสราเอล ได้ 2 ปี ในสวนมะม่วง ได้เงินเดือน 40,000-50,000 บาท โดยไม่ได้กู้หนี้ยืมสินเพราะ พี่ชายเคยไปขายแรงที่ประเทศคูเวต แอฟริกา มาเลเซีย วันเกิดเหตุ 7 ต.ค.66 ซึ่งเป็นวันหยุด ไปรับจ๊อบทำงานรีดนมวัวในฟาร์มพื้นที่สีแดง ห่างจากจุดสู้รบ 5 ก.ม. วันที่กลุ่มฮามาส บุกอิสราเอล ช่วง 10 โมงเช้า ครอบครัว ไม่สามารถติดน้องชายได้ ผ่านมา 15 วัน ยังไม่รู้ชะตากรรม กระทั่งวันที่ 21 ต.ค. เพื่อนลูกชายวิดีโอคอลแจ้งข่าวว่าพี่ชายเสียชีวิต หลังถูกกลุ่มฮามาสบุกแคมป์ ตนและแม่ ต่างนอนร้องไห้เสียใจ เพราะเป็นเสาหลัก ของครอบครัว
แม่ห่วงลูก-อยากให้กลับไทย
ตามที่รัฐบาลไทยต้องการให้แรงงานไทยกลับออกมาจากอิสราเอล โดยมีมาตรการให้เงินกับแรงงานที่เดินทางกลับไทยรายละ 5 หมื่นบาท และให้กู้เงินจากธนาคารในอัตราดอกเบี้ยต่ำ รายละ 1.5 แสนบาท เพื่อจูงใจให้แรงงานไทยในอิสราเอลเดินทางกลับประเทศนั้น
นางสมร รัตนะ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 2 ต.หนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา แม่ของนายปราโมทย์ รัตนะ แรงงานชาวนครราชสีมาที่ไปทำงาน ที่ประเทศ อิสราเอลซึ่งขณะนี้ยังคงทำงาน อยู่ที่อิสราเอล ท่ามกลางภาวะสงครามก็ตาม ซึ่งนายปราโมทย์ทำงานในโรงงานผลิต ประตูม้วน ได้เงินเดือน เดือนละ 2 หมื่นกว่าบาทนั้นว่า มาตรการของทางรัฐบาลนั้นดี แต่ยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับแรงงานที่ทำงานอยู่ประเทศอิสราเอลได้ เพราะเรื่องภาระหนี้สินที่อยู่ทางประเทศไทยและมาตรการของทางรัฐบาลที่ให้แรงงานนั้นสามารถกู้เงินได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ แม้ดอกเบี้ยจะต่ำแต่ก็ยังเป็นหนี้อยู่ดี จริงๆ แล้วตนอยากให้ลูกชายกลับมาประเทศไทย เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย ก็คุยกันตลอด โดยลูกชายบอกว่าสถานที่ทำงานนั้นอยู่ ในเขตปลอดภัย ยังคงสามารถทำงานได้ แต่ถ้าสถานการณ์บานปลายจนไม่ปลอดภัย ก็จะเดินทางกลับ นางสมรกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ลูกชายยังไม่กลับเพราะกังวลเรื่องหนี้สินของทางบ้านที่จะต้องดูแล ทั้งหนี้สินของแม่ที่กู้เงินธ.ก.ส. มาสร้างบ้านกว่า 6 แสนบาท และครอบครัวของลูกชายที่มีภรรยาและ ลูกวัย 6 ขวบอีก 1 คน นอกจากนี้ยังกู้เงิน นอกระบบอีก 1 แสนบาท โดยที่เสียดอก ร้อยละ 2 บาท เพื่อไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเพิ่มเติม ถ้าลูกได้กลับมาแล้วอยากให้ดูแลเรื่อง ภาระหนี้สินที่กู้มาเพื่อไปทำงานที่อิสราเอล และดอกเบี้ยเงินกู้ในสถาบันการเงิน เนื่องจากถ้าลูกของตนกลับมาแล้วต้องว่างงาน ทำให้ขาดรายได้ในการจ่ายเงินกู้ต่างๆ

รับศพ – เมียญาติพี่น้องร่ำไห้รับร่างนายบัญชา ดัชถุยาวัตร แรงงานไทยที่เสียชีวิต ในสงครามอิสราเอล-ฮามาส หลังเจ้าหน้าที่นำศพส่งถึงบ้านเกิดที่บ้านวังแสนสุข ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดในหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 1 พ.ย.
ลูกเมียร่ำไห้รับศพหนุ่มอุดรฯ
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างของนายบัญชา ดัชถุยาวัตร แรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลถูกลำเลียงมาถึงบ้านเลขที่ 85 หมู่ที่ 6 ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยมี น.ส.บุญยนุช สนรักษา อายุ 28 ปี ภรรยาของนายบัญชา ดัชถุยาวัตร น้องมะนาว ลูกสาว และนางศูนย์ แม่ยายพร้อมด้วยญาติๆ รอรับศพ ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด โดยน.ส.บุญยนุชร่ำไห้เมื่อเห็นร่างของสามี โดยญาติจัดบำเพ็ญกุศลตามประเพณี 2 คืน ก่อนนำไปฌาปนกิจที่เมรุวัดป่าประชาธรรม ในวันที่ 3 พ.ย.
เมื่อมาถึงญาติทำพิธีจุดธูปเทียนบอก ดวงวิญญาณของผู้ตายว่าได้กลับบ้านเกิดแล้ว
ขณะที่ร่างของนายจักรพงษ์ จันทรเสนา ส่งถึงบ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 5 ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานีเช่นกัน โดยญาตินำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไป
พ่อแม่รอ 25 วันได้รับศพ
ที่บ้านเลขที่ 127 บ้านหนองแวงใต้ หมู่ 3 ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลนายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี หนึ่งในแรงงานไทยที่เสียชีวิตในประเทศอิสราเอล ที่เสียชีวิตตั้งแต่วันแรกจากการสู้รบ บรรยากาศเศร้าสลด หลังจากศพของนายสมควร ลำเลียงมาถึง โดยมีนายกระบวน พันธ์สะอาด อายุ 64 ปี นางหนูพา พันธ์สะอาด อายุ 63 ปี พ่อแม่ พร้อมญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง หน่วยงานกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารอรับศพ และให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต
โดยนายกระบวน นางหนูพา และญาติ พี่น้องร่ำไห้หลังจากเฝ้ารอคอยรับศพลูกชายมาตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566 นาน 25 วัน โดยเฉพาะนางหนูพาร้องไห้จนเป็นลม ญาติๆ ต้องเข้ามาช่วยประคองและปฐมพยาบาล
ทั้งนี้ญาติจะทำพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรม 3 คืน และเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 พ.ย. นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ เดินทางมาวางพวงหรีด ร่วมแสดงความ อาลัย พร้อมมอบเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือ คนหางาน เงินสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม กรณีบำเหน็จชราภาพ และเป็นประธานสวดบำเพ็ญกุศลด้วย
ส่วนพิธีฌาปนกิจ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. ที่เมรุวัดหาฤทธาราม บ้านขมิ้น ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
ไทยถูกจับเพิ่ม-ยอดขยับ 23
วันเดียวกัน นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการ ต่างประเทศแจ้งสรุปสถานการณ์ผลกระทบต่อคนไทยจากสถานการณ์อิสราเอล-กาซ่า สถานะวันที่ 2 พ.ย. 66 ว่า ผู้เสียชีวิตคงเดิม จำนวน 32 คน ผู้บาดบาดเจ็บคงเดิม 19 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 4 คน และผู้ถูกจับกุมเพิ่มขึ้น 1 คน เป็น 23 คน
สำหรับเที่ยวบินอพยพเที่ยวต่อไป คือ LY085 คาดว่าจะถึงสุวรรณภูมิวันที่ 3 พ.ย. เวลา 04.00 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 91 คน