โอด1เดือนแล้ว‘20 ตัวประกัน’ยันปลอดภัยดี
‘เศรษฐา’เผยนายกฯ มาเลย์แจ้งข่าวดี 20 ตัวประกันไทยที่ถูกฮามาสจับไปยังปลอดภัย กำลังนำมารวมกันที่จุดเดียว ส่วนอีก 3 คนกำลังค้นหาจุดที่ถูกกักขัง พร้อมสั่งเตรียมเครื่องบิน เคลียร์เส้นทางรับคนไทยกลับเพิ่ม ด้านแม่ของหนุ่มแรงงานโคราชโอดยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ทั้งที่ผ่านมาเกือบเดือน ตอนนี้เผาศพเรียบร้อยแล้ว วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ส่วนแรงงานไทยบินกลับบ้าน อีกล็อต 91 คน ยอดพุ่ง 8,637 คน
ไทยกลับอีก 91-ยอด 8,637
เมื่อเวลา 04.08 น. วันที่ 3 พ.ย. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน นางชโลบล ขจรผดุงกิตติ ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน น.ส.อาภากร ว่องเขตกร ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางวัชรี มากหวาน ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลและแจ้งความประสงค์เดินทางกลับถึงประเทศ ไทย ด้วยเที่ยวบินของสายการบิน เอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LY085 จำนวน 91 คน มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ
โดยกระทรวงแรงงานตั้งโต๊ะให้คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ให้บริการคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ เพื่อให้แรงงานไทยได้รับเงินสิทธิประโยชน์ ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
นายไพโรจน์กล่าวว่า วันนี้ตนมอบหมายให้นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ พร้อมคณะผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่เดินทางกลับด้วยเที่ยวบินที่ LY085 จำนวน 91 คน ขณะนี้มีแรงงานเดินทางกลับถึงไทยแล้วทั้งสิ้น 53 เที่ยวบิน 8,637 คน อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในอิสราเอลมีแนวโน้มรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นซึ่งจะส่งผล กระทบต่อความปลอดภัยของแรงงานไทย จึงขอให้แรงงานไทยที่ยังอยู่ในอิสราเอลเปลี่ยนใจและเดินทางกลับไทยก่อนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
20 ตัวประกันไทยยังปลอดภัย
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานคนไทยในอิสราเอลว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าอยู่ตลอด และคอยให้ความรุนแรงของสงครามในบางเขตที่จะพอให้ตัวประกันออกมาได้ และเมื่อวันที่ 2 พ.ย.นายกรัฐมนตรีมาเลเซียโทรศัพท์มาหาตน แจ้งให้ทราบว่าตอนนี้ตัวประกันคนไทยจำนวน 12 คน และอีก 8 คนกำลังถูกลำเลียงมาอยู่ในที่เดียวกันเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อมีจังหวะดีก็จะย้ายออกมาอยู่รวมกัน ส่วนอีก 2-3 คนกำลังหาตัวว่าอยู่จุดใด
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางครอบครัวของตัวประกันสบายใจได้แล้วใช่หรือไม่ว่ายังมีความปลอดภัย นายเศรษฐากล่าวว่า “ครับ อย่างที่บอกไปตามนั้นเพียงแต่ยังค้นหาตัวไม่ได้อีก 2-3 คน แต่จำนวน 20 คนทางนายกฯ มาเลเซียยืนยันว่าขอให้สบายใจได้ว่าปลอดภัย”
นายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรายังมีความกังวลอยู่ว่าสถานภาพของตัวประกันจะเป็นอย่างไร แต่จากการที่ได้พูดคุยกับนายกฯ มาเลเซียซึ่งท่านกรุณาโทรศัพท์มาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นมิตรกับเราดีและรู้ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยมีความเป็นห่วง และจากการที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเดินทางไปเจรจาที่มาเลเซียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านจึงให้ความสำคัญตรงนี้ คงจะได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และท่านก็เลยบอกว่าหากมีความคืบหน้าจะโทรศัพท์มาแจ้งให้ทราบ อีกทั้งการที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศเดินทางไปที่กาตาร์และอียิปต์ ต่างฝ่ายต่างช่วยกันอย่างเต็มที่ หลังจากนี้ตนจะสั่งการให้เตรียมพร้อมเครื่องบินไว้ แม้ขณะนี้ไม่มีคนไทยในอิสราเอลแสดงเจตจำนงแล้วแต่ก็ต้องเตรียมเส้นทางการบินไว้ หากมีความต้องการจะอพยพคนไทยในประเทศอื่นที่ไม่ใช่อิสราเอลจะได้เคลียร์เส้นทางการบินไว้ก่อน เป็นการเตรียมการล่วงหน้า
เมื่อถามย้ำว่าเรื่องตัวประกันถือว่าเป็นข่าวดีให้กับคนไทยได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนขอพูดแค่นี้ก่อนดีกว่า ไม่อยากให้ขยายความไปมากกว่านี้
‘ปานปรีย์’แถลงผลถก 3 ชาติอาหรับ
วันเดียวกัน นายปานปรีย์ พหิทธานุกร แถลงผลการเยือนกาตาร์และอียิปต์ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-2 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาให้ปล่อยตัวประกันคนไทยโดยเร็วที่สุด ขณะที่สถานทูตรายงานคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 23 คนนั้นว่า ตนไปเยือน 2 ประเทศ พบกับรมว.การต่างประเทศจาก 3 ประเทศ รวมถึงนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรมว.การต่างประเทศด้วย ทั้งกาตาร์ อิหร่าน และอียิปต์ แสดงความช่วยเหลือเต็มที่
นายปานปรีย์กล่าวต่อว่า ในการหารือสร้างความประหลาดใจให้กับตนหลายประการ ข้อแรก รัฐมนตรีหลายท่านไม่ทราบว่าคนไทยไปทำอะไรในอิสราเอล โดยคิดว่าไปทำธุรกิจ ตั้งบริษัท ตนจึงชี้แจงว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรซึ่งมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ทำงานที่อิสราเอล เพื่อให้มีรายได้และส่งเงินไปจุนเจือครอบครัวในไทย และไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองและสงคราม ตนขอให้สื่อสารประเด็นนี้ไปยังฮามาส ซึ่งไม่แน่ใจว่าฮามาสรู้หรือไม่ว่า แรงงาน ไทยที่ฮามาสจับไปเป็นตัวประกันเป็นเพียงแรงงานภาคเกษตร
ชี้ฮามาสหลายกลุ่มจับคนไทย
นายปานปรีย์ กล่าวอีกว่า ตนหารือกับ นายกฯ และรัฐมนตรีกาตาร์ และรัฐมนตรีจากอีก 2 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน และอียิปต์ เพราะว่ามีช่องทางในการสื่อสารพูดคุยกับระดับแกนนำของกลุ่มฮามาสได้ ทำให้เกิดข้อแปลกใจข้อที่ 2 คือ ตนทราบว่าจริงๆ แล้วกลุ่มฮามาสที่จับคนไทยไปไม่ได้มีกลุ่มเดียว ซึ่งทราบว่ามีฮามาสอย่างน้อย 2 กลุ่ม และไม่แน่ใจว่ามีฮามาสกลุ่มที่ 3 และ 4 หรือไม่ ดังนั้น การเจรจาปล่อยตัวประกันต้องแยกกันเจรจา จึงขอให้ 3 ประเทศช่วยผลักดันการเจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวคนไทยโดยเร็วที่สุด เขาอยากให้ไทยหนุนการหยุดยิงโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้มีโอกาสการปล่อยตัวประกันเร็วขึ้น หากหยุดยิงล่าช้าจะทำให้คนไทยถูกจับเป็นตัวประกันนานขึ้นด้วย ตนก็กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นอยากให้เจรจาปล่อยตัวประกันคนไทยโดยเร็วที่สุดในวันนี้ หรือพรุ่งนี้เลยยิ่งดี ซึ่งเขารับปาก โดยนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศกาตาร์เชื่อว่าคนไทยจะได้รับการประกันตัวเป็นกลุ่มแรก ตนได้ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ
“สำหรับอิหร่านซึ่งเชื่อว่ามีความใกล้ชิดกับฮามาสอย่างมาก ไม่ว่าฮามาสกลุ่มที่ 1, 2, 3, 4 และรับปากจะเจรจาผลักดันให้ปล่อยตัวโดยเร็วอีกครั้ง ก่อนหน้านี้อิหร่านได้สื่อสารการปล่อยตัวคนไทยกับกลุ่มฮามาสแล้ว นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ไทยร้องขอ ส่วนอียิปต์ตนได้หารือและร่วมรับประทานอาหารตามคำเชิญของฝ่ายอียิปต์ ซึ่งใช้เวลาหารือนานราว 1 ชั่วโมง ผลการหารือหลักๆ ทางอียิปต์รับปากจะช่วยหาช่องทางเพื่อสื่อสารให้ปล่อยตัวคนไทยโดยเร็ว ซึ่งอียิปต์รับปากว่าจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ไทยหรือทูตสามารถเข้าไปรับประกันตัวคนไทย หากมีการปล่อยตัวประกันคนไทยที่จุดผ่านแดนราฟาห์ของอียิปต์ที่ติดกับกาซ่า ซึ่งเป็นจุดที่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในกาซ่า” นายปานปรีย์กล่าว
มอบเงินช่วยปาเลสไตน์
วันเดียวกัน ที่ห้องบัวแก้ว กระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ มอบเงินบริจาคเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลส ไตน์ในกาซ่าจำนวน 3,000,000 บาท ผ่านทางนาย จูเซปเป้ เดอ วินเซนทีส รักษาการผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศ ไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแรงงานไทยในอิสราเอลอีกหลายสิบคนถูกจับจริงหรือไม่ และไทยมีแผนเยือนประเทศในอ่าวอาหรับเพื่อเจรจาปล่อยตัวประกันอีกในอนาคตหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า ข้อมูลช่วงต้นมีความสับสนว่าจำนวนคนไทยที่ถูกจับมีกี่คน ล่าสุดจากรายงานสถานทูตไทยประจำอิสราเอลมีประมาณ 23 คน ส่วนที่อ้างว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นทางฝ่ายอิสราเอลเองได้ประสานงานทางการของไทย ก็ยังยืนยันว่าจำนวนนั้นถูกต้องอยู่ ซึ่งไม่ได้มีการจับตัวเพิ่มเติม และสำหรับ 3 ประเทศที่ไทยไปคุยเป็นประเทศที่มีอิทธิพลและความสำคัญ ตลอดจนสามารถที่จะพูดคุยกับกลุ่มฮามาสและปาเลสไตน์ได้ ซึ่งสามารถจะพูดคุยกันได้ และถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องคุยกับประเทศอื่น ตนพร้อมจะเดินทางต่อไป
เมื่อสอบถามว่าทางกระทรวงการต่างประเทศทำงานร่วมกับคณะทำงานของรัฐสภาที่ได้เจรจาหาทางปล่อยตัวประกันคนไทยด้วยหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า ตนขอบคุณทุกฝ่ายในความตั้งใจและผลักดันให้คนไทยหลุดพ้นอันตรายและกลับบ้านอย่างปลอดภัย รัฐบาลไม่ได้จำกัดการทำงานจากทางรัฐบาลหรือทางการฝ่ายเดียว จะมีฝ่ายการเมือง ภาคเอกชนช่วยกันได้ ซึ่งตนยินดีที่แต่ละฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ยังไม่ได้ชดเชย – นางสุรางคณา ขุนศรี แม่ของนายพงษธร ขุนศรี แรงงานไทย ที่เสียชีวิตที่อิสราเอล เผยผ่านมาเกือบ 1 เดือน แต่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐตามที่รับปากไว้ ขณะที่หนี้สินที่กู้ยืมมาดอกเบี้ยยังคงเดินต่อเรื่อยๆ ไม่หยุด เมื่อวันที่ 3 พ.ย.
แม่แรงงานไทยโอดยังไม่ได้เยียวยา
จากกรณีนายพงษธร ขุนศรี อายุ 25 ปี ชาวอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา แรงงานไทยไปทำงานในประเทศอิสราเอล และถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค. กระทั่งคืนวันที่ 11 ต.ค. ทางสถานทูตไทยยืนยันว่านายพงษธรถูกกลุ่มฮามาสฆ่าตาย และส่งร่างกลับมาบ้านเกิดเพื่อให้ญาติประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล และฌาปนกิจแล้วเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลประกาศจะเยียวยา แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ครอบครัวผู้ตายก็ยังไม่ได้รับเงินเยียวยานั้น
วันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 90 หมู่บ้านหนองยาง หมู่ 5 ต.หนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา นางสุรางคณา ขุนศรี แม่ของนายพงษธร ให้สัมภาษณ์ด้วยอาการเศร้าโศกกับการจากไปของลูกชายว่า ตั้งแต่มีข่าวว่าลูกชายถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค. มีเพื่อนบ้านมาให้กำลังใจตลอด รวมทั้งหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน ผลัดเปลี่ยนกันแวะเวียนมาหาทุกวัน กระทั่งทราบว่าลูกชายเสียชีวิต และนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ซึ่งช่วงนั้นมีค่าใช้จ่ายในการรับรองแขก ทั้งค่าอาหารการกิน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าจัดงานศพ รวมค่าใช้จ่ายตลอด 16 วัน เป็นเงินกว่า 1 แสนบาท ตนนำเงินที่ชาวบ้านมาช่วยงานศพจ่ายไปทั้งหมด ตอนนี้ได้เพียงเงินช่วยเหลือจากกรณีทหารผ่านศึกและเงินประกันสังคม ประมาณ 20,000 บาทเท่านั้น แต่เงินเยียวยาที่กระทรวงแรงงานรับปากว่าจะให้ 80,000 บาทนั้น ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ เพราะเจ้าหน้าที่เพิ่งมาขอเอกสารเพิ่มเติมเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ถ้าตนไม่ได้เงินจากคนที่มา ช่วยงาน คงจะเป็นหนี้จำนวนมากแน่
นางสุรางคณากล่าวต่อว่า ตนไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรมาก กรณีของลูกชายที่เสียชีวิต ถือว่าเป็นเคสแรกที่ทางรัฐบาลแจ้งจะให้ความช่วยเหลือ เพราะทุกหน่วยงานก็ลงพื้นที่มาหาตนเองตั้งแต่วันแรก แต่จนถึงขณะนี้ เวลาผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ก็ยังไร้วี่แววที่จะได้เงินช่วยเหลือเยียวยาตามที่ได้แจ้งไว้ และมีข่าวอีกว่ารัฐบาลพยายามจะเสนอเงินให้แรงงานที่กลับมาคนละ 50,000 บาท พร้อมสิทธิ์ให้กู้เงิน 150,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ ขนาดเคสของลูกชายตนยังไม่ได้เงิน แล้วจะเอาอะไรมา สร้างความมั่นใจให้กับคนที่ยังไม่ได้กลับว่าจะได้เงินตามที่รัฐบาลประกาศ ทุกคนมีภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่ไปกู้ยืมมา ดอกเบี้ยก็ยังคงเดินหน้าต่อเรื่อยๆ ไม่หยุด ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลอยากจะทำให้เกิดแรงจูงใจให้แรงงานที่ยังไม่กลับอยากกลับมา ก็ต้องนำเงินมาวางไว้เลย เมื่อกลับมาปุ๊บ ก็ได้รับปั๊บ จึงจะทำให้คนอยากกลับมา แต่ถ้าทุกคนต้องมารอเงินเยียวยาที่ไม่รู้ว่าจะได้รับเมื่อใด ใครจะอยากกลับมา