ไปสืบข่าวสถานบันเทิงผิดกม.แจงวุ่นหลังตร.เชียงใหม่บุกจับ‘หนู’ตั้งฉก.มท.-ตร.ลดขัดแย้ง
ตำรวจเชียงใหม่บุกจับผับดัง ตี 3 ยังขายเครื่องดื่มเหล้าเบียร์เปิดเพลงกระหึ่มคนนั่งเต็มร้าน เจอชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองนั่งรวมอยู่ด้วย ขณะที่ กรมปกครองโต้ลั่นไม่ได้ไปฉลองผลงานที่ลุยป่าช้าแตกคืนวันฮาโลวีนทลายผับเด็กเมื่อไม่กี่วันก่อน มท.หนูเผยต้องดูว่าเข้าไปสืบข่าวหรือไม่ หากเข้าไปเฮฮาดื่มกันเองก็ต้องมีความผิด เผยจับเข่าคุยผบ.ตร.ต่อไปจัดชุดฉก.ร่วม ‘มท.-ตร.’ เพื่อ ไม่ให้เกิดปัญหาทำงานเอาหน้า-กลั่นแกล้งกัน
เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 3 พ.ย. พ.ต.ต. พีระพล ขวาของ สว.สส.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พ.ต.ต.อมรเทพ สุขันธ์ สวป.สภ.ช้างเผือก พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันปราบปราม สนธิกำลังกว่า 30 นาย ออกตรวจสถานบริการร้านจำหน่ายสุราในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบร้าน Leve l9 ยังมีการเปิดไฟและมีเสียงดนตรีจึงเข้าตรวจสอบ พบร้านยังเปิดให้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ใช้บริการหลายโต๊ะ รวมประมาณ 40-50 คน กำลังนั่งดื่มกินภายในร้าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพร้อมเก็บบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอเป็นหลักฐาน

แค่หาข่าว – นาทีตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบร้าน Level9 จำหน่ายสุราเกินเวลา พบจนท.ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง ที่เพิ่งจับผับในคืนฮาโลวีนอยู่ภายในร้าน ชี้แจงเข้ามาหาข่าวสถานบริการผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 3 พ.ย.
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัตรประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งหมด พบกลุ่มบุคคลผู้ใช้บริการเป็น กลุ่มเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองพิเศษจากส่วนกลาง ที่เพิ่งเข้ามาตรวจจับสถานบันเทิงร้านเลอเนิร์ฟ ในเขตพื้นที่ สภ.ช้างเผือก เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่กำลังเป็นข่าว กำลังดื่มกินอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย นอกจากยังมีหญิงสาวที่เป็นเด็กเอ็นเตอร์เทน และเด็กอายุ 17 ปี นั่งดื่มอยู่ภายในร้าน โดยมีนายเรืองศักดิ์ พงศ์ธีรธัญ แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน รับสารภาพว่ายังเปิดให้บริการอยู่ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีจำหน่ายสุราเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด
ต่อมาเวลา 12.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดก็ตาม หากไม่ได้เข้าไปเพื่อปฏิบัติงาน เช่น ไปสืบหรือหาข่าว ถ้าไปแบบเฮฮาต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยอธิบดีกรมการปกครองต้องดำเนินการ แต่ทั้งหมดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าไปทำอะไร ยืนยันว่ากฎหมายต้องเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ต้องกังวล
เมื่อถามว่าหากขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง อำนาจในการตรวจสอบจะอยู่ที่ฝ่ายปกครองเป็นผู้เข้าไปดูแลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งฝ่ายปกครองดูแลและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแล ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นที่มีเจ้าหน้าที่ปกครองไปอยู่ในสถานบันเทิง หารือกับ ผบ.ตร. อธิบดีกรมการปกครอง จะร่วมกันทำงานมีชุดเฉพาะกิจปฏิบัติงานด้วยกันทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เกิดการกลั่นแกล้งใคร หรือชิงกันทำงานเอาหน้าเอาตา เพื่อให้อีกฝ่ายเดือดร้อน ปัญหาจะได้หมดไป จากนี้ไปผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะประสานงาน และร่วมมือกันจัดระเบียบเพื่อให้สังคมสงบเรียบร้อย
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนัก การสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา) นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง แถลงชี้แจงกรณี สภ.ช้างเผือก จับร้านอาหาร Level9 เชียงใหม่ แล้วพบเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองข้างในร้าน โดยมี พนักงานฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมในการแถลงข่าว
นายรณรงค์กล่าวว่า จากกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองสนธิกกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ บุกจับ “เลอเนิร์ฟผับ” ย่านช้างเผือก กลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อ วันที่ 1 พ.ย. พร้อมแจ้งข้อหา 7 ฐานความผิด คือ 1. ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.จำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 3. จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 4. จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด 5. ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 6. โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม 7. ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 ซึ่ง เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองชุดจับกุม จะได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ออกคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี และในส่วนของการดัดแปลงอาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น นั้น ทางจังหวัดเชียงใหม่จะได้ประสานกับเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อออกคำสั่งระงับการใช้อาคารดังกล่าวต่อไป
หลังจากจากการจับกุม “เลอเนิร์ฟผับ” ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย. มีการกำหนดแผนการสืบสวนหลังการปฏิบัติการ เพื่อตรวจสอบตามคำร้องเรียนว่า ยังมีสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายอยู่หรือไม่ ในครั้งนี้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง 2 นาย ดำเนินการสืบสวนตามคำร้องเรียนต่อ
โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ย. เวลา 00.15 น. ชุดสืบสวนทราบข้อมูลว่ามีสถานประกอบการชื่อร้าน Level 9 ตั้งอยู่ที่ชั้น 9 อาคารไอคอนไอที อ.เมืองเชียงใหม่ ยังเปิดให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม จึงเข้าสืบสวนข้อเท็จจริงตามที่ได้รับข้อมูล โดยจากการเข้าสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่า สถานประกอบการมีลักษณะเป็นสถานประกอบการแบบร้านอาหาร ไม่ใช่สถานบริการในลักษณะผับบาร์ จึงไม่ต้องมีการขออนุญาตตั้งสถานบริการ และในเวลาดังกล่าว โซนภายนอกร้านปิดให้บริการแล้ว แต่ด้านในยังคงมีการเปิดให้บริการอยู่ มีผู้ใช้บริการประมาณ 6 โต๊ะ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ช้างเผือก เข้าตรวจสอบสถานประกอบการดังกล่าวพอดี เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองจึงแสดงตัวและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ และยุติการสืบสวน ในเวลา 03.00 น.และเดินทางกลับ
นายรณรงค์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าในร้านดังกล่าวมีเยาวชนเข้าใช้บริการอายุต่ำกว่า 20 ปีนั้น ในข้อเท็จจริงทราบว่าเป็นแฟนของบาร์เทนเดอร์ที่มารอรับกลับบ้านหลังเวลาเลิกงานทุกวัน และเจ้าของร้านให้ข้อมูลกับตำรวจขณะที่มีการเข้าตรวจสอบภายในร้านไปแล้ว จึงกันตัวเยาวชนดังกล่าวออกเพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และในส่วนเรื่องของการดำเนินคดีกับร้าน Level 9 ทราบว่า สภ.ช้างเผือก แจ้งข้อหากับผู้จัดการร้านในข้อหาจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ปรับ 3,000 บาท เท่านั้น และปล่อยตัวผู้จัดการกลับ
“กรณีมีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวบิดเบือนว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เลี้ยงฉลองความสำเร็จหลังจับเลอเนิร์ฟผับ นั้น ขอชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่เดินทางกลับมากรุงเทพฯ ทีมแรกตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.แล้ว และอีกทีมในวันที่ 2 พ.ย. แล้วยังนั่งประชุมกันอยู่ที่กรมการปกครอง (วังไชยา) เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการฉลอง ขอฝากไปยังสื่อมวลชนบางสำนักที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ขอให้โอกาสท่านแก้ไขข่าว หากท่านไม่แก้ไขข่าวให้ถูกต้อง จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังจากนี้ วันนี้ (3 พ.ย. 66) เวลา 14.00 น. ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงที่ออกจากปากหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ยังไม่มีการแก้ไข หรือนำเสนอข่าวอีกด้านหนึ่งจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” นายรณรงค์กล่าวเน้นย้ำ
นายรณรงค์ยังกล่าวถึงหลักการทำงานของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง มี 3 ลักษณะ คือ 1) การรับเรื่องจากศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทยที่มีผู้ร้อง แล้วศูนย์ดำรงธรรมจะส่งมาให้เรา เราจะเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วไปปฏิบัติการ 2) ได้รับการประสานของส่วนราชการ หากส่วนราชการใดที่รับแจ้งเหตุหรือมีเบาะแส เช่น กอ.รมน. ดีเอสไอ ตำรวจ ป.ป.ส. ที่ประสานมาเป็นลายลักษณ์อักษรเราก็จะไปทำงานด้วยกัน และ 3) ผู้บังคับบัญชาสั่งมากรณีพิเศษ เช่น กรณีผู้บังคับบัญชาได้รับแจ้งข้อมูลข่าวสารจากประชาชนโดยตรง ไม่ได้ทำงานตามอำเภอใจ เพราะอยู่บนหลักระเบียบ กฎหมาย และงบประมาณของทางราชการ
นายรณรงค์กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อจากนี้ เราจะปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ข่าวที่บิดเบือนในครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองแต่อย่างใด แต่จะเป็นสิ่งตอกย้ำให้เรามุ่งมั่นทำหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เสริมสร้างสวัสดิภาพ ความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และขอเรียนว่า ประเทศไทยมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีอำนาจการจับกุม ปราบปรามผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ คือ “พนักงานฝ่ายปกครอง” อันประกอบด้วย นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ หรือตำรวจ การดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดของพนักงานฝ่ายปกครองในช่วงที่ผ่านมามีน้อยมาก เพราะภารกิจในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” มันกว้างมาก ทั้งเรื่องความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน มิติรักษาความสงบเรียบร้อย”
แต่เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามมีเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก กระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ได้เน้นย้ำฝ่ายปกครองทุกส่วน ทั้งส่วนกลาง คือ กรมการปกครอง และส่วนภูมิภาค ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ได้บูรณาการร่วมกับตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแต่ละฉบับได้บูรณาการในรูปแบบ “ชุดปฏิบัติการจังหวัด/อำเภอ” ซึ่งได้ทำการ Kick off พร้อมกันทั่วประเทศไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อความสงบสุขของประชาชน ต่อจากนี้ เราจะต้องมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เราจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดกฎหมายได้มีที่ยืนในสังคม