กลับมาจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ต้องพักยกกันไปในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 แถมมาคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่ ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเทรนด์โลกไปด้วยเสียเลย
จากเดิมชื่องาน “โตเกียว อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” มาเป็น “เจแปน โมบิลิตี้ โชว์” โดยเป็นการจัดครั้งที่ 47 แล้ว ส่วนสถานที่ยังคงจัดที่ โตเกียว บิ๊ก วิง เหมือนเดิม

‘ข่าวสด ยานยนต์’ เดินทางไปพร้อมกับคณะสื่อมวลชน ที่ได้รับเทียบเชิญจากค่ายฮอนด้า ออโตโมบิล นำทีมโดย พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ
พร้อมด้วย มนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด และผู้จัดการทั่วไปส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ พาทัวร์บูธ ฮอนด้า ที่นัยว่าใหญ่ที่สุดในงาน ด้วยพื้นที่ 2,850 ตร.ม.

นำเสนอผลงานการวิจัยพัฒนา ระบบขับเคลื่อนต่างๆ ที่ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะรถยนต์เพียงอย่างเดียว และใช้เวทีนี้ในการประกาศสโลแกนใหม่ จากเดิม The Power of Dreams มามีคำต่อท้ายเพิ่มเป็น The Power of Dreams-How we move you ถ่ายทอดข้อความที่ว่า ความฝันของ พนักงานฮอนด้าทุกคนเป็นพลังขับเคลื่อนให้แก่ฮอนด้ามาโดยตลอด

ในขณะที่หลากหลายผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อน และบริการที่ฮอนด้าสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยพลังแห่งความฝันเหล่านี้ สามารถนำพาผู้คนไปยังที่ต่างๆ ขับเคลื่อนหัวใจของผู้คน และช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงความฝันของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่อีกมากมายในอนาคต จึงได้ถ่ายทอดความฝันของบริษัทออกมาผ่านผลิตภัณฑ์ด้านการ ขับเคลื่อน บริการเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถ ‘ก้าวข้าม (Transcend) ขีดจำกัดต่างๆ เช่น เวลาและสถานที่’ และ ‘เพิ่มพูน (Augment) ศักยภาพและโอกาสของพวกเขา’

โทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดแนวคิดของบูธในปีนี้คือ ‘Honda Dream Loop’ วงแหวนแห่งฝัน สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน อันหลากหลายของผู้คน และจะยังคงแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านการขับเคลื่อนที่รวบรวมความฝันของฮอนด้าเอาไว้

ที่ช่วยให้ผู้คน “ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ เช่น เวลาและสถานที่” และ “เพิ่มพูนศักยภาพและโอกาสให้ทุกคน” ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่สำคัญของผลิตภัณฑ์และบริการด้านการขับเคลื่อนทุกประเภทที่ฮอนด้านำเสนอมาตลอด 75 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และจะยังคงเป็นคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ฮอนด้ามุ่งมั่นนำเสนอ เพื่อให้ผู้คนได้รับความสุข และอิสระในการเดินทางต่อไปในอนาคต

มาดูกันว่าภายในบูธแห่งนี้มีระบบขับเคลื่อนอะไรที่น่าสนใจ กันบ้าง สะดุดตากับระบบขับเคลื่อนที่มองผาดๆ แล้วให้นึกว่ามีนกเพนกวินตัวใหญ่ยักษ์มาวิ่งวนอยู่รอบบูธ แต่ความจริงคือเจ้า UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่ผู้ใช้งานขึ้นนั่งกดปุ่มเปิด แล้วสามารถบังคับทิศทางได้ง่ายๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือ อยากให้ไปทางซ้ายแค่โยกสะโพกถ่ายน้ำหนัก ก็จะเคลื่อนไปทางซ้ายทันที เช่นเดียวกับเดินหน้า ถอยหลัง โดยไม่ต้องใช้มือควบคุม จึงสามารถปฏิบัติงานต่างๆ ขณะเคลื่อนที่ได้ ทำให้เจ้า UNI-ONE จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้ใช้ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวสามารถขยับและเคลื่อนที่ได้
ส่วนรถยนต์ต้องยกให้เจ้าฮอนด้า พรีลูด คอนเซ็ปต์ (Prelude Concept) เป็นไฮไลต์ประจำบูธ มาภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ ที่จะมาสานฝันให้จิ๊กโก๋วัยดึกได้กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง ด้วยยังคงดีไซน์สปอร์ต ดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของพรีลูด แต่ใส่หัวใจใหม่ ด้วยระบบไฟฟ้า 100%

ฮอนด้า CI-MEV รถยนต์ขนาดเล็กที่ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือจะบังคับเองก็ได้ ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% แบตเตอรี่ 2 ก้อน แบบเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์ ซ่อนอยู่ด้านท้ายใต้เบาะนั่ง ถอดเปลี่ยนได้ที่สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่
ฮอนด้าคาดหวังว่า CI-MEV คันนี้ จะมาช่วยขยายขอบเขตการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ที่วันนี้เดินทางเองไม่ว่าจะเดินหรือขับรถได้ ค่อนข้างลำบาก หรือผู้ที่อยู่ห่างไกลไม่มีบริการรถสาธารณะ มีโอกาสเดินทางได้ไกลขึ้น พบปะผู้คนได้มากขึ้น คาดว่าปีหน้าจะเริ่มโครงการทดลองนำร่องในประเทศญี่ปุ่น ส่วนจะออกไปประเทศอื่นหรือไม่ต้องรอลุ้นกันอีกที

ฮอนด้า SUSTINA-C Concept ที่ช่วยให้ผู้คนก้าวข้ามข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด SUSTINA-C เป็นรถยนต์ที่ทำจากเรซิ่นอะครีลิกที่รีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ การหมุนเวียนทรัพยากรในลักษณะนี้ ช่วยให้เราสามารถก้าวข้าม ข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และบรรลุเป้าหมายทั้งใน ด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ความสุข และอิสระในการขับเคลื่อนสู่อนาคต

ทุกวันนี้การใช้ชีวิตอยู่บนถนนเป็นหนึ่งสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายอย่างมาก ไม่ว่าจะรถติดในเมือง หรือขับทางไกลนอกเมือง เพราะเสียเวลาเป็นอย่างมาก ฮอนด้าเลยพัฒนาเจ้า Cruise Origin ยานพาหนะอัตโนมัติขนาดใหญ่ ที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเวลา

ด้วยพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ลุกนั่งได้สบาย เพื่อใช้เวลาส่วนตัวระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องประชุมเคลื่อนที่ หรือสันทนาการของครอบครัว ทำให้สามารถใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแบบไม่ต้องเป็นกังวลกับสิ่งรอบข้าง คาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการเรียกรถไร้คนขับ Cruise Origin ในประเทศญี่ปุ่นได้ภายในปี 2569

นอกจากนี้นำอากาศยานที่ฮอนด้าพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Honda eVTOL และ HondaJet ต่อยอดการขับเคลื่อนในรูปแบบสามมิติสู่ท้องฟ้า และช่วยให้ผู้คนก้าวข้ามข้อจำกัดของสถานที่ และระยะทางได้ มีอิสระในการเดินทางทั้ง พื้นดิน ท้องฟ้า ข้ามมหาสมุทร ได้อย่างไร้รอยต่อ

นับเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญที่ค่ายฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น นำเสนอมุมมองเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อน ที่ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นจริงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง และใช้งาน
ซึ่งเป็นหัวใจหลักและความรับผิดชอบของผู้ผลิตสินค้าอย่างแท้จริง
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ