รรท.รองผบ.ตร. บินด่วนอำนวยการล่า ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’เสริมกำลัง 200 นาย ตรึงเขาบรรทัด ตั้งด่านสกัดตรวจเข้มเส้นทางลงเขาทุกทาง กันเจ้าตัวย้อนกลับลงมา ชี้จุดปะทะนี้เป็นกระท่อมชั่วคราวหลังสุดท้ายของหมู่บ้านแล้ว ชุดมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ขอความร่วมมือ ชาวบ้าน แจ้งให้รู้ว่ามีรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท ผอ.โรงเรียนกังวลนักเรียนที่อาศัยในชุมชน บ้านตระ 10 ชีวิต เร่งอพยพลงมาพื้นราบเพื่อความปลอดภัย ‘ต่อศักดิ์’ ยันไม่มีนโยบาย วิสามัญฯ ให้รีบเข้ามอบตัว รับประกันความปลอดภัย ‘อนุทิน’ เตือนอย่าได้ต่อสู้ ชี้หนีได้ ก็อยู่ในประเทศไทยไม่ได้
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีติดตามไล่ล่าตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’ หลังจากเมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงวัน ของ วานนี้ (8 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ แดนไทย 54 ซึ่งเดินเท้าไล่ติดตามอยู่บนยอดเขาบรรทัดมาเป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน พบจุดซ่อนตัวของเสี่ยแป้ง และเกิดการยิงปะทะกันในพื้นที่ป่าห่างไปจากชุมชนบ้านตระ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ขึ้นไปบนเขา 4-5 กิโลเมตร รวมระยะทางที่เป็นที่หลบ ซ่อนตัวจากพื้นดินด้านล่างไปประมาณ 13-14 กิโลเมตร ก่อนที่เสี่ยแป้งจะแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่หนีไปได้ โดยทิ้งอาวุธปืนสงคราม M4 เอาไว้
โดยที่น้ำตกโตนตก อยู่ใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ห่างจากกองอำนวยการร่วมของชุดปฏิบัติการบริเวณน้ำตกโตนเต๊ะไปประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นปากทางที่จะเดินทาง ขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ อ.ปะเหลียน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานศรีตรัง กก.สส.ภ. จว.ตรัง และกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 9 จำนวนกว่า 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้ใช้รถ จยย.วิบากเดินทางขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อที่จะเดินเท้าต่อไปยังจุดที่มีการปะทะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เพื่อร่วมกำลังสนับสนุนกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดแดนไทย 54 และชุดหนุมานตำรวจสอบสวนกลาง ที่ได้ขึ้นไปกดดันติดตามตัวเสี่ยแป้งอยู่ตั้งแต่เย็นเมื่อวานนี้แล้ว

ล่าแป้ง – เจ้าหน้าที่เสริมกำลังกว่า 200 นาย ปิดล้อมเขาบรรทัดกดดันไล่ล่า นายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด นักโทษแหกการควบคุม หลังยิงปะทะเปิดทางหนีขณะหลบซ่อนอยู่ในป่าพื้นที่อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวันที่ 9 พ.ย.
ขณะที่ภาคพื้นดิน บนถนนสายหาดเลา- กะช่อง หน้าโรงเรียนบ้านหาดเลา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กำลังตำรวจในสังกัดภูธรจังหวัดตรัง ได้สลับผลัดเปลี่ยนเวรกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดรถที่สัญจรไปมาทุกคัน ไม่เว้นแม้กระทั่งชาวบ้านในพื้นที่ และตั้งจุดตรวจเข้มตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามล่าตัว หากเสี่ยแป้งเดินทางย้อนกลับลงมา
ส่วนข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานระบุว่า เหตุการณ์ที่ปะทะกันเมื่อวานนี้ เป็นบริเวณกระท่อมหลังสุดท้ายของชุมชนบ้านตระที่อยู่บนเทือกเขาบรรทัด โดยมีแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และอาวุธปืนสงครามครบมือ ระยะทางที่ต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นภูเขาสลับสูงต่ำ สภาพป่า รกทึบทางคดเคี้ยวไม่มีถนน ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากในการเดินทาง
พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รองผบ.ตร. ยังให้ข้อมูลอีกว่า เสี่ยแป้งได้เตรียมการล่วงหน้าในการหลบหนีมาเป็นอย่างดี ทั้งอาวุธปืน สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงสุนัขติดตัวที่ใช้เป็นตัวบอกสัญญาณ เห่าเตือนหากมี เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลแปลกหน้าเข้าไปใกล้กับจุดที่หลบซ่อนตัวอยู่
ด้านชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า บรรยากาศบนชุมชนบ้านตระเมื่อคืนถือว่าเงียบ มีเฮลิคอปเตอร์และโดรนบินอยู่ และไม่มีเสียงปืนใดๆ ตนก็ยังคงกรีดยางตามปกติ ขณะที่ภาพรวมเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.พัทลุง จ.สตูล จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เกือบ 200 นาย เข้าตีโอบปิดล้อมบนเขาบรรทัดที่หมู่บ้านตระ ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง รอยต่อ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง โดยได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกประมาณ 50 นาย ตีโอบล้อมอยู่ด้านบน และกำลังที่เหลือกว่า 100 นาย ปฏิบัติการอยู่ด้านล่าง พร้อมเป็นกำลังเสริมในทันที
ด้านนายสมเกียรติ ลีสุรพงศ์ ผอ.โรงเรียนบ้านควนไม้ดำ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า รู้สึกกังวลใจเนื่องจากมีนักเรียนประมาณ 10 ชีวิตอาศัยอยู่ในชุมชนบ้านตระ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางผ่านในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าเสี่ยแป้ง และยังได้สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องเดินทางมาส่ง บุตรหลาน โดยใช้เส้นทางลงมาจากชุมชนบ้านตระ และจุดที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอยู่ เกรงอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย นางชุลีกร ทองด้วง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 เป็นห่วงเป็นใยเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้โรงเรียนเตรียมพร้อมในเรื่องของแผนเผชิญเหตุ ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้เตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว
โดยจะดูแลในเรื่องของบุคคลแปลกหน้า ก็จะต้องสแกนก่อนที่จะเข้าโรงเรียน 2.ในส่วนของนักเรียนที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านตระ ประมาณ 10 คน ตอนนี้นักเรียนก็ยังคงเดินทางไปกลับ เราก็ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของแผนได้ให้อยู่ร่วมกับผู้ปกครอง และบางส่วนได้มาอยู่อาศัยบ้านเช่าด้านพื้นล่าง และได้ประสานไปยังผู้ปกครองให้ดูแลนักเรียนไม่ให้เดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน นักเรียนที่อยู่ในชุมชนบ้านตระ ศึกษาอยู่ใน 3 โรงเรียน คือโรงเรียนบ้านควนไม้ดำ, โรงเรียนบ้านลำแคลง, โรงเรียนบ้านปะเหลียน
ส่วนนักเรียนรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านตระบอกว่า พ่อแม่ได้ให้ลงมาอยู่บ้านเช่าด้านล่างกับพี่ชายแล้ว เพราะกลัวความไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีตำรวจอยู่เต็ม ส่วนพ่อแม่ยังอยู่ในชุมชนบ้านตระด้านบน แต่ช่วงเย็นนี้จะตามมา
วันเดียวกันที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนรับรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยกำลังเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้อยู่ เชื่อว่าน่าจะยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ตำรวจยิงปะทะด้วยคือตัวเสี่ยแป้งแน่นอน ส่วนกระแสข่าวว่ามีการวิสามัญไปแล้วนั้น ขอยืนยัน ว่ายังไม่มี
ฝากไปถึงญาติของผู้ต้องหาว่า หากตัวเสี่ยแป้งติดต่อไปหา ก็ขอให้รีบพาเข้ามอบตัวทันที ตนในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอรับประกันความปลอดภัย แต่หากยังไม่ยอมมอบตัว และยังยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่แบบนี้ทางตำรวจก็จะต้องมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก เพราะส่วนตัวแล้วตนไม่มีนโยบายให้วิสามัญผู้ต้องหารายใดทั้งสิ้น ดังนั้น ขอให้ทางญาติของผู้ต้องหาสบายใจได้
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบ ของตำรวจและกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเมื่อคืนในวงรับประทานอาหารกับนายกรัฐมนตรี ก็ได้พบกันกับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เห็นท่านสั่งการตลอดเวลา ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยในระดับจังหวัดก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจและเป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐก็ยอมรับไม่ได้
“ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ขอให้มอบตัวเถอะ อย่าได้ต่อสู้เลย เพราะมันไม่มีทางสู้ได้ ถ้าหลบหนี ไปได้ ก็อยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ก็ไม่มีความสุข อย่าให้เกิดการสูญเสียใดๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ก็แล้วแต่เขา” นายอนุทินกล่าว
ต่อมาเวลา 15.30 น. พ.ต.ต.จิรวัฒน์ ทองย้อย สว.สส.สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นำทีมชุดสืบสวนมวลชนสัมพันธ์ สภ.หนองเอื้อง สภ.ในควน และสภ.ปะเหลียน กว่า 20 นาย นำภาพเสี่ยแป้งมาประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านที่ใช้เส้นทางขึ้นลงบ้านตระ ที่ฝั่งน้ำตกโตนตก ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน และพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับทราบ และให้แจ้งเบาะแสให้ชาวบ้านทราบว่ามีรางวัลนำจับจากกรมราชทัณฑ์ 1 ล้านบาท
ด้านหัวหน้าชุดมวลชนสัมพันธ์บอกว่า ได้มาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส และระมัดระวังตัวเสี่ยแป้ง และต้องการให้ชาวบ้านอยู่ในความปลอดภัยด้วย ซึ่งจุดเส้นทางที่มาประชาสัมพันธ์นั้น เป็น เส้นทางขึ้นลงเส้นทางเดียวที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นลงบ้านตระได้ โดยช่วงเวลา 16.00 น.ได้มีกำลังเสริมชุดหนุมานตำรวจภูธร ภาค 8 ขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก และรถ จยย. ร่วม 20 คัน นำกำลังขึ้นไปสับเปลี่ยนกับชุดภาค 9 ที่บ้านตระ
ส่วนทางด้านศูนย์อำนวยการ น้ำตกโตนเต๊ะ ภายในหน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด อ.ปะเหลียน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอรถมอเตอร์ไซค์จากพื้นที่ สภ. ต่างๆ นับ 100 คัน มาสนับสนุนภารกิจค้นหาตัวคนร้าย โดยทราบว่าหลังจากที่เกิดเหตุปะทะยิงกันที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านตระต่างไม่กล้าออกไปกรีดยางพาราช่วงกลางคืน จนต้องออกมากรีดกลางวันแทน เพราะกลัวจะเป็นอันตราย
นายราเชษฐ์ ดำเม็ง กำนันตำบลตะโหมด เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกกังวล โดยทางผู้นำชุมชนในทุกพื้นที่ ได้ประกาศห้าม ชาวบ้านขึ้นไปในหุบเขา เพื่อหาของป่า ทำไร่ทำสวน หรือท่องเที่ยวในช่วงนี้โดยเด็ดขาด จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวได้ สำหรับบังเขียว กับนายปาย ทั้งสองคนเป็นลูกบ้านของเขา ทั้งคู่เป็นชาวบ้านที่ชอบเข้าป่าเพื่อหาของป่ามาขาย จะเข้าออกสลับกันระหว่างบ้านกับป่า ทราบว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ กับ ลูกบ้านทั้ง 2