ตร.เสริมกำลังพลิกเทือกเขาบรรทัดล่า ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’ ทั้งตชด.-นปพ.อีโอดี-พฐ. จัดอาวุธเต็มอัตราศึก ปูพรมทั้งภาคพื้นดิน-น้ำ-อากาศ ตลอด 24 ช.ม. เตือนชาวบ้านชาวสวนงดเข้าป่าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยและไม่ขัดขวางการทำงานของตำรวจ รมว.ยุติธรรมจี้ญาติกล่อมมอบตัว ยืนยันจนท.ไม่ได้อยากจับตาย
จากปฏิบัติการไล่ล่าติดตามตัว “เสี่ยแป้ง’ หรือนายเชาวลิต ทองด้วง นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ หลบหนีออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และการปฏิบัติงานของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมากขึ้น และมีการทำงานกันตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง พร้อมประกาศรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท หลังยิงปะทะเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุมกลางป่าบนเทือกเขาบรรทัด
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 10 พ.ย. บริเวณน้ำตกโตนตก ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด รวมจำนวน 12 นาย เดินทางขึ้นไปบนชุมชนบ้านตระ ด้วยรถจักรยานยนต์ 12 คัน ไปผลัดเปลี่ยนเวรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขึ้นไปลาดตระเวนเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งอาวุธปืนยาว และอาวุธปืนพกสั้น พร้อมทั้งเสื้อเกราะป้องกันกระสุน
ส่วนที่อ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ส่งกำลังเจ้าหน้าที่พฐ.บก.ภ.จว.พัทลุง, บก.ภ.จว.ตรัง, ตชด. 434 ขึ้นไปเก็บหลักฐานบริเวณจุดปะทะทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดีเอ็นเอยังจุดปะทะและที่พักซึ่งอาศัยการเดินเท้าเข้าไปยังจุดประมาณ 6 กิโลเมตร
นอกจากนั้นตำรวจบก.ภ.จว.พัทลุง สนธิกำลังตำรวจ นปพ.ยะลา, นพป.นราธิวาส, เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด, เจ้าหน้าที่พฐ.บก.ภ.จว.พัทลุง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงเรือลาดตระเวนตามล่าตัวนายเชาวลิต

ล่าเสี่ยแป้ง – ฮ.ตำรวจบินเหนือเทือกเขาบรรทัดรอยต่อจ.ตรัง-พัทลุง ไล่ล่า ‘เสี่ยแป้ง’ นายเชาวลิต ทองด้วง ขณะที่ภาคพื้นดินเสริมกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษและอีโอดีพิสูจน์หลักฐานเข้าไปยังจุดปะทะกลางป่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ยศวรรษฐ์ กระจ่างวงค์ ผกก.สส.ภจว.พัทลุง ประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ขอสนับสนุนเครื่องเลื่อยยนต์จำนวน 2 เครื่อง เพื่อนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทางเฮลิคอปเตอร์นำส่งให้ตำรวจที่อยู่ในป่าตัดต้นไม้สร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์กลางป่า เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นลงได้สะดวกเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชุดภาคพื้นดิน
ขณะเดียวกันเช้าวันนี้เฮลิคอปเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลำ ยังคงบินวนบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างหลายรอบ ในพื้นที่ใกล้จุดปะทะวันก่อน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้น เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รองผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รรท.ผบช.ภาค 9 เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปกองอำนวยการร่วมปฏิบัติการเฉพาะกิจติดตามไล่ล่านาย เชาวลิต หรือ เสี่ยแป้ง ริมอ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง นำชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พร้อมเข้าปฏิบัติการสนับสนุน สมทบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ประจำบริเวณเชิงเขาก่อนหน้านี้ โดยคุมเชิงบริเวณ เชิงเขาเหนืออ่างเก็บน้ำฯ ตระเวน 24 ชั่วโมง
โดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผบก.สส.ภาค 9 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนในสังกัด บก.สส.ภาค 9 พร้อมด้วยอาวุธครบมือเดินทางไปบนเทือกเขาบรรทัด จุดรอยต่อกับ อ.มะนัง จ.สตูล เนื่องจากเป็นจุดที่ไกลมากที่สุดกับจุดที่พบนายเชาวลิตและมีการยิงปะทะเกิดขึ้นล่าสุด หวั่นว่าจะหลบหนีไปยังบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นจุดสำคัญที่จะสามารถหลบหนีลงมาได้ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย
พ.ต.อ.ศักดากำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และเข้มแข็ง พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย โดยเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในเรื่องของยานพาหนะ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ พร้อมกับมีสิ่งของต่างๆ ที่สะดวกแก่การเดินทางและปฏิบัติหน้าที่ติดตัวไป เช่น เชือก ไฟฉาย เสื้อกันฝน เสื้อเกราะ ก่อนจะเคลื่อนรถออกและขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ ที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร และนอนพักค้างแรมกันที่สหกรณ์ชุมชนบ้านตระ ที่ถือว่าเป็น วอร์รูมอีกแห่งหนึ่งในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ก่อนกำหนดเดินเท้าต่อไปยังจุดที่เป็นเป้าหมายคือรอยต่อของ จ.สตูล
ด้านนายราเชษฐ์ ดำเม็ง กำนันตำบล ตะโหมด เผยว่า แจ้งผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในพื้นที่เขาบรรทัดในเขตพื้นที่ อ.ตะโหมด เป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะ ชาวบ้านที่เข้าไปกรีดยางและเก็บหาของป่า เนื่องจากอาจจะเกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดไล่ล่า หากพบนายเชาวลิตหรือบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ก็ขอแจ้งให้ผู้นำชุมชนหรือตำรวจทันทีเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนั้นยังมีข้อมูลจากชาวบ้าน ระบุเส้นทางจากอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างไปยังบ้านในตระ เดิมเป็นเส้นทางการเดินเท้าของอดีตผกค. ที่ใช้เดินทางไปมาระหว่างพัทลุงและตรัง ตามเส้นทางเป็นป่ารกทึบ คนไม่ชำนาญพื้นที่เข้าไปอาจจะหลง โดยใช้เส้นทางเดินเท้าจากอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างต้องใช้เวลา 10 ชั่วโมง แต่หากเดินเท้าไปยังจุดปะทะวันก่อน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเท่านั้น หากไปจากฝั่ง จ.พัทลุง
วันเดียวกันพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการไล่ล่าจับกุมตัวนายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง หลังร่วมประชุมกลุ่มย่อยในการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของสำนักงาน ป.ป.ส. ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ว่า อันดับแรกต้องขอขอบคุณไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้มีการไล่ล่าติดตามอย่างไม่ลดละ แต่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปอยู่ในพื้นที่ ร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทราบว่าขณะนี้นายเชาวลิตยังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศไทย แต่พื้นที่ที่หลบซ่อนค่อนข้างมีความยากลำบากต่อการจับกุมตัว
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า อยากสื่อสารไปทางครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้ต้องหา ขอให้เจรจาให้เจ้าตัวยอมเข้ามอบตัว ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ากรณีที่นายเชาวลิตหลบหนีออกจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปจาก โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช มีจุดเริ่มต้นจากความบกพร่องของหน่วยงานกระทรวงยุติธรรม ที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว เนื่องจากผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับล่าง (ผู้คุมราชทัณฑ์) เป็นผู้ควบคุมตัว ผู้ต้องหารายสำคัญไปยังนอกพื้นที่เรือนจำ เพื่อรับการรักษาทางการแพทย์ แต่กลับปล่อยให้ผู้ต้องขังก่อเหตุหลบหนี
“ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยผมจะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าในช่วงวันที่ 11 หรือวันที่ 12 พ.ย. นี้ แต่แม้สภาพภูมิประเทศจะทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวนายเชาวลิตได้ยาก แต่เชื่อว่าผู้ต้องหาก็ใช้ชีวิตอยู่ลำบากเช่นกัน และเชื่อว่าสุดท้ายจะมีข่าวดี ทั้งนี้ ผมไม่หวังให้มีการมุ่งเน้นวิสามัญฆาตกรรม ถ้าหากสามารถจับเป็นได้จะเป็นผลดีกว่า เพราะจะสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ จากผู้ต้องหาได้อีกมาก แต่อย่างไรก็ขึ้นอยู่สถานการณ์และยุทธวิธีของ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน” รมว.ยุติธรรมกล่าว