กับก๊วนตร.รวม28คนถึงอัยการ

ตร.กองปราบฯ หอบสำนวนฆ่า‘สารวัตรแบงก์’ ยื่นอัยการฟ้อง ‘กำนันนก’ กับพวกทั้งลูกน้อง-ตำรวจรวม 28 ราย กว่า 7 พันหน้า อดีตขาใหญ่นครปฐมโดนหนัก ทั้งบงการฆ่าและสนับสนุน จนท.ให้ทำผิด อัยการเผยเป็นคดีแรกที่ ผบช.ก.ใช้แนวทางของดีเอสไอ ยื่นคำร้องให้อัยการร่วมสอบสวนทำให้สำนวนหลักฐานมัดแน่นครบถ้วนสมบูรณ์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พ.ย. ที่สำนักงาน อัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายปรีชา สุขสงวน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา นายสุรพันธ์ กิจพ่อค้า อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปราม การทุจริต นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายวัชรินทร์ ภาณุรัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานสอบสวน รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายณรงค์ ศรีระสันต์ และนายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.กองปราบปราม ร่วมกันแถลงข่าวรับสำนวนคดีของนายประวีณ หรือกำนันนก จันทร์คล้าย รวม 2 สำนวน จำนวน 7 ลัง กว่า 7,000 หน้า มีผู้ต้องหาทั้งหมด 28 ราย จากพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.

นายประยุทธ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่าทั้งสองคดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก กรณี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงก์ ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 1 กก.2 บก.ทล. ถูกนายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก ใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายขณะอยู่ในงานเลี้ยงภายในบริเวณบ้านพักของนายประวีณหรือกำนันนก โดยเหตุเกิดต่อหน้าตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยงจำนวนมาก เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา

1.สำนวนคดีอาญาที่ 24/2566 มีผู้ต้องหา 2 คน คือ นายธนัญชัย หรือหน่อง ผู้ต้องหาที่ 1 (ถูกวิสามัญถึงแก่ความตาย) ถูกกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน

นายประวีณหรือกำนันนก ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น และนายประวีณ ยังถูกกล่าวหาในสำนวนคดีอาญาที่ 25/2566 ซึ่งส่งสำนวนพร้อมกันในวันนี้ (เป็นผู้ต้องหาที่ 27) ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยไม่ชอบ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ฝากขังไว้ที่ศาลอาญาครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 19 พ.ย. นี้

2.สำนวนคดีอาญาที่ 25/2566 กล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่มีการยิงพ.ต.ต.ศิวกร รวมทั้งกล่าวหาพลเรือนรวมทั้งนายประวีณหรือกำนันนก (ผู้ต้องหาที่ 27 ในคดีนี้) โดยคดีนี้มีผู้ต้องหารวม 28 คน ดังนี้ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สมสุข ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียทำให้สูญหายหรือทำให้เสียหาย ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษหรือ รับโทษน้อยลง, เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำหรือไม่กระทำการใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือ ผู้อื่นให้ได้รับโทษหรือรับโทษน้อยลง, เป็นพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติติอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ร.ต.ต.ประสาร รอดผล ผู้ต้องหาที่ 2 และร.ต.ท.สรรเสริญ ศรีสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 6 ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นทำผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อจะช่วยเหลือให้ผู้อื่นไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง, ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิด ลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนักหรือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม, เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ

ร.ต.ท.นิมิตร สลิตกุล ผู้ต้องหาที่ 3 ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิดหรือต้องหาว่ากระทำผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนัก แก่ผู้นั้นเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม, เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งอันเป็นการ มิชอบเพื่อไม่ให้ได้รับโทษหรือได้รับโทษน้อยลง, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติติอย่างใด ในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ

ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ แตงอำไพ ผู้ต้องหาที่ 4, ร.ต.อ.ณัฏฐพล นาคกร ผู้ต้องหาที่ 5, พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร อดีต ผกก.สน.พญาไท, จ.ส.ต.พิสิฐ ชิวปรีชา, ร.ต.อ.จตุรวิทย์ ชวาลเกียรติธนา, พ.ต.ท.ภัทร วรญาวิสุทธิ์, ร.ต.อ.ประสมมาศ แสงสุขดี, ส.ต.ต.สุทธิกานต์ แซ่ฮ้อ, ส.ต.ต.สรรเสริญ ศรีอุบล, ส.ต.ต.ธนทัต ท่าน้ำตื้น, พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล, ร.ต.อ.นุชิต บรรณชัย, ด.ต.ถนอมศักดิ์ มีศรี, 7 จ.ส.ต.อภิรักษ์ โรจน์พวง, ร.ต.อ.ศิริชัย รูปสวย, ร.ต.ท.มนัต จันทร์มีทรัพย์, ร.ต.ท.สมโชค บัวไชย ผู้ต้องหาที่ 7-21 ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

ส่วนนายสนทยา สุดแน่น, นายฐิตินันท์ อินทร์ต้นวงศ์, นายนิวัฒน์ชัย ปั้นดา, นายกฤษดา เหล่งดอนไพร, 5 นายชาตรี เขียวทับ ผู้ต้องหาที่ 22-26 ถูกกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษหรือรับโทษ น้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย ซึ่งพยานหลักฐาน ในการกระทำผิด

นายปวีณ หรือกำนันนก ผู้ต้องหาที่ 27 ถูกกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ, เป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ อย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

นายอาทิตย์ เก้าลิ้ม ผู้ต้องหาที่ 28 ถูกกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันไม่ใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนัก ซ่อนเร้น ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อไม่ให้ ถูกจับกุม, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 28 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาที่ 1-6 ฝากขังตามหมายขังของศาลอาญา ครบฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ส่วนนายประวีณ หรือกำนันนก ผู้ต้องหา ที่ 27 ถูกฝากขังตามหมายขังของศาลอาญา ในคดีที่ 24/2566 ครบฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนนำตัวมาส่งให้พนักงานอัยการในวันนี้ โดยสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต นัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 30 พ.ย. เวลา 09.00 น.

ด้านนายวัชรินทร์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นำแนวทางของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะมีอัยการ ไปร่วมสอบสวนในสำนวนคดีด้วยทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้น พล.ต.ท.จิรภพจึงหารือมาทางสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ผู้บังคับการ ปราบปรามทำหนังสือมาเพื่อนำเรียนอัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดอนุญาตให้ตนเข้าไปร่วมหารือในคดีกับชุดทำงานของกองปราบปราม เพื่อวิเคราะห์หลักฐานพยานวัตถุ พยานบุคคลที่มีทั้งหมด ดูในเรื่องข้อหาว่าข้อหาครอบคลุมหรือไม่ ก่อนจะนำส่งอธิบดีอัยการทั้งสองฝ่าย ตนคิดว่าสำนวนมีความสมบูรณ์แบบ

“ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นคดีแรก ในประวัติศาสตร์ ที่ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลางได้ทำหนังสือมาเชิญอัยการ มาร่วมเป็นปรึกษาหารือในเรื่องของรูปแบบของคดี สำนวนและข้อหา ซึ่งเท่าที่ตนร่วมสอบสวนกับตำรวจเห็นว่า เบื้องต้นสำนวน มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพียงพอสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคณะทำงานอัยการ จะพิจารณาสั่งให้สอบพยานเพิ่มเติมหรือไม่” นายวัชรินทร์กล่าว

นายนาเคนทร์กล่าวว่า มีการดำเนินคดีกำนันนก ทั้งสองศาล คือศาลอาญาในความผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือขอให้ผู้อื่นกระทำผิดให้ฆ่าคนตาย ส่วนอีกคดีหนึ่งจะเป็นคดีที่กำนันนกเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำ ความผิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะฟ้อง ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งทั้งสองศาลเมื่อฟ้องไปแล้ว ทางอัยการ จะมีการขอให้รับโทษต่อทั้งสองคดี แล้วแต่ว่า ศาลไหนจะตัดสินลงโทษกำนันนกก่อน อัยการ จะติดตามเพื่อขอให้ศาลนับโทษต่อกัน

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า ในส่วนของสำนวนการสอบสวน คณะพนักงานสอบสวนรวบรวม พยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล 67 ปากในคดีแรก ส่วนคดีที่ 2 สอบพยาน 44 ปาก และพยานเอกสาร พยานวัตถุ จากการสอบสวนทางคดีมีพยานหลักฐานในคดีที่ยืนยันการ กระทำผิดของผู้ต้องหาทั้งสองคดีจึงมีความเห็น ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองสำนวน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน