เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา นายไพฑูรย์ รุ่งสันเทียะ อายุ 51 ปี เลขานุการนายกอบต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พร้อมนางแก้วใจ รุ่งสันเทียะ อายุ 46 ปี ภรรยา เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับนายมานะ เสงี่ยมโคกกรวด นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ กรณีถูกมิจฉาชีพใช้กลลวงหลอกให้ลงทุนเทรดหุ้น อ้างได้ส่วนต่างจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สูญเสียเงินกว่า 1.7 ล้านบาท

ตุ๋นเทรดหุ้น – นายไพฑูรย์ รุ่งสันเทียะ เลขาฯ นายกอบต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พานางแก้วใจ รุ่งสันเทียะ ภรรยาเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.นครราชสีมา ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุนเทรดหุ้น สูญเงิน 1.7 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 พ.ย.
นางแก้วใจ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการซื้อขายแลกเปลี่ยนพืชผลทางการเกษตร และเป็นผู้เสียหายเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. คนร้ายใช้เฟซบุ๊กทักติดต่อมาในกล่องข้อความโชว์โปรไฟล์เป็นนักธุรกิจมั่งคั่งสายบุญ อ้างรู้จักกับครอบครัวอย่างดี จากนั้นแสดงความยินดีอวยพรวันคล้ายวันเกิดลูกสะใภ้ รวมทั้งสอบถามพูดคุยสารทุกข์สุกดิบ เพื่อสร้างความสนิทสนมเชื่อใจ ต่อมาชักชวนให้ร่วมลงทุน วันที่ 13 พ.ย. ตัดสินใจโอนเงินลงทุน 200,000 บาท ภายในเวลา 4-5 ชั่วโมง ได้รับการโอนเงินกลับคืนมา พร้อมผลกำไรรวม 230,000 บาท ซึ่งเป็นกลอุบายสร้างความเชื่อมั่นการทำธุรกรรมให้ผลตอบแทนทันที วันที่ 14 พ.ย ชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้นยอมรับอ่านข่าวมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ไม่คิดจะเกิดขึ้นกับตน ประกอบความโลภ จึงหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีนายนาริณ สมศรี 1,200,000 บาท และบัญชี ชื่อน.ส.ชนิตา ดีนวน พระเนา 400,000 บาท และบัญชีชื่อนายสำราญ บริญาณ 100,000 บาท คนร้ายยังให้โอนเงินอีก อ้างเป็นเงื่อนไข หากไม่ปฏิบัติตามกำหนดภายใน 5 วัน จะไม่ได้รับค่าตอบแทน และเงินทุนที่โอนไปก่อนหน้านี้ ทำให้รู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เสิงสาง
นายไพฑูรย์กล่าวว่า ตนต้องการเป็นกระบอกเสียงเตือนภัยไม่ให้มิจฉาชีพหลอกลวงอีก ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงแบบครบวงจร ขอให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปรับปรุงแก้ไข ช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือศูนย์ AOC สายด่วน 1441 หลังเกิดเหตุตนพยายามโทร.หลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้โทร.หมายเลข 1669 ยังสามารถติดต่อง่ายกว่า ที่สำคัญตามเว็บไซต์ตำรวจไซเบอร์ หรือเพจต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการปลอมแปลงทั้งสิ้น ไม่สามารถเข้าถึงเจ้าหน้าที่ได้อย่างแท้จริง
ด้านนายมานะกล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามช่วยเหลือแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการให้กับเหยื่อโจรกรรมทรัพย์สินทางออนไลน์