หน้าเสาธง
ชี้คำสั่งศธ.
ไว้ยาวได้

กล้อนผม – นักเรียนหญิงชั้นม.3 ในอ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ โชว์ผมที่ถูกครูใช้กรรไกรตัดจนแหว่งหน้าเสาธง ขณะที่แม่ของเด็กไม่พอใจเพราะทำให้ลูกสาวอับอาย ทางด้านผอ.โรงเรียนยืนยันทำตามกฎระเบียบ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.

 

แม่โวยลูกสาววัย 15 นักเรียนชั้นม.3 อับอายเพื่อนฝูงหลังถูกครูกล้อนผมหน้าเสาธง ระบุผมยาวผิดระเบียบหั่นด้านข้างสั้นเท่าติ่งหู ด้านเด็กสาวยันก่อนเปิดเทอมมี ประชุมน.ร. ครูให้ไว้ผมสั้นไม่เกินคาง แต่พอถึงเวลามาเรียนกลับถูกกล้อน ด้านผอ.โรงเรียนนัดเคลียร์กับผู้ปกครอง อ้างตามระเบียบนักเรียนหญิงต้องไว้ผมสั้นไม่เกินติ่งหู เผยคำสั่งล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาอนุญาตน.ร.หญิงไว้ผมยาวหรือสั้นก็ได้ แต่ต้องดูเรียบร้อย ถ้าผมยาวต้องรวบ ส่วนน.ร.ชายห้ามไว้ผมยาวเกินตีนผม หรือลักษณะรองทรง

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าว‘ข่าวสด’ ประจำ จ.ศรีสะเกษ เดินทางไปพบน.ส.จิน (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ชาวบ้านกุดเมืองฮาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ อาชีพเจ้าของแพจำหน่ายอาหารริมฝั่งแม่น้ำมูน ซึ่งเขียนข้อความร้องทุกข์ในเฟซบุ๊กว่า ลูกสาว อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ยางชุมน้อย ถูกครูใช้กรรไกรกล้อนผมจนเสียทรงได้รับความอับอายเพื่อนๆ

โดยระบุว่าการที่ครูใช้กรรไกรแหกทรงผมของเด็กน.ร.หญิง ทำเพื่อต้องการอะไร ทำไมเมื่อครูตรวจพบความไม่เรียบร้อยของทรงผมเด็ก น.ร. ควรที่จะเรียกไปเตือนเป็นรายตัวว่าให้ไปตัดผมให้เรียบร้อย ไม่ควรที่จะใช้มีดกรรไกรไปตัดแหกเส้นผมของเด็ก จนผมไม่เป็นทรงผม

อยากถามครูว่าการที่ใช้กรรไกรแหกเส้นผมเด็กแบบนี้ ทำให้เด็กน.ร. เรียนหนังสือเก่งมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ และในระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ มีการระบุเอาไว้ว่าให้ครูใช้มีดกรรไกรหรือว่ามีดอะไรนำมาแหกหรือตัดเส้นผมของเด็ก น.ร.ได้หรือไม่

พร้อมกันนี้น.ส.จิน เรียกลูกสาวคือน.ส.เอ (นามสมมติ) มาพบผู้สื่อข่าวโดยผมของเด็กด้านข้างขวาถูกตัดออกสั้นบริเวณติ่งหู ส่วนผมด้านหลังท้ายทอยยังเป็นทรงผมยาวมาถึงต้นคอ โดยเด็กสาวเล่าเหตุการณ์ว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา

โรงเรียนนัดประชุมนักเรียนชั้นม.3 เพื่อนัดจ่ายค่าบำรุงโรงเรียนและรับสมุดหนังสือเรียน โดยครูแจ้งในที่ประชุมว่า เด็กน.ร.หญิง ม.3 ทุกคนจะต้องตัดผมยาวไม่เลยคาง ตนจึงได้ไปตัดผมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เข้าแถวหน้าเสาธง มีครูผู้ชายเดินมาตรวจเส้นผม และพบว่าเส้นผมยาวเลยคางลงมาเล็กน้อย จึงได้ใช้มีดกรรไกรตัดเส้นผมด้านข้างระดับติ่งหู และในเวลาเดียวกันนี้มีเพื่อน 3-4 คนที่ไว้ผมทรงคล้ายกันถูกตัดเช่นกัน

“ก่อนหน้านี้เคยถามครูหลายคนว่าสามารถไว้ผมยาวขนาดไหน บางคนก็บอกว่าต้องระดับติ่งหู บางคนบอกไม่เลยคาง กระทั่งวันประชุมครูพูดในที่ประชุมว่าให้ไว้ผมยาวไม่เลยคาง กระทั่งวันเกิดเหตุมีครูถือกรรไกรมาไล่ตัดผมนักเรียนหญิงหน้าเสาธง เพื่อให้ผมยาวเท่าติ่งหูกันหลายคน ทำให้ อับอายเพื่อนๆ มากที่โดนกระทำแบบนี้” น.ส.เอกล่าว

ด้านผอ.โรงเรียนที่เกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เรื่องนี้พูดคุยกันกับแม่ของเด็กแล้ว แม่เด็กขอโทษที่เขียนข้อความใน เฟซบุ๊ก ซึ่งเรื่องผมของเด็กน.ร.นี้มีระเบียบที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า ทรงผมจะต้องไม่ยาวเกินกว่าติ่งหู

โดยโรงเรียนแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบ มีผลงานด้านวิชาการดีเด่นและผลงานด้านการจัดการเรียนการสอนดีเด่นมากมาย ให้ความสำคัญกับผู้ปกครอง น.ร.ทุกคนเป็นอย่างมาก หากมีปัญหาอะไรก็ให้มาพบได้ตลอดเวลาเพื่อพูดคุยกัน หาทางแก้ไขปัญหาหาทางออกร่วมกันให้ดีที่สุด เรื่องนี้ครูได้ทำตามระเบียบ ซึ่งพูดคุยกับผู้ปกครอง น.ร.หญิงคนดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจกันในเร็วๆ นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับระเบียบทรงผมเด็กนักเรียน ฉบับล่าสุดประกาศเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 โดยระบุว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการของสถานศึกษา มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและการปฏิบัติตนของนักเรียนเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวมทั้งเป็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้ “นักเรียน” หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษา “สถานศึกษา”

หมายความว่า สถานศึกษาในสังกัดหรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เว้นแต่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ “หัวหน้าสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ที่มีอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา
ข้อ 4 นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้

(1) นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาวไม่เลยตีนผม ด้านหน้าและกลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย

(2) นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย
ข้อ 5 นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้
ดัดผม
ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
ไว้หนวดหรือเครา
การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย

ข้อ 6 ความในข้อ 4 และข้อ 5 มิให้นำมาใช้บังคับแก่นักเรียนที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามหลักศาสนาของตนหรือการดำเนินกิจกรรมของสถานศึกษา ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต
ข้อ 7 ภายใต้บังคับข้อ 4 ให้สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียน และการมีส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น
ข้อ 8 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน