ชาวจะนะยื่น‘ยูเอ็น’ จับตา-นิคมอตฯ
ส่อละเมิดสิทธิ
จี้เลิกเวที11กค.
เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ยื่นยูเอ็น ขอให้ติดตามนิคมอุตฯขนาดใหญ่เกือบ 1.7 หมื่นไร่ ริมทะเลจะนะที่ศอ.บต.เร่งผลักดัน เตรียมประชาพิจารณ์ 11 ก.ค.นี้ แต่ไม่ให้คนเห็นต่างเข้าร่วม ส่อขัดหลักการที่ให้ไว้ต่อสหประชาชาติ ว่าด้วยธุรกิจ กับสิทธิมนุษยชน ไม่เป็นไปตามกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะภาคประชาสังคมใต้ แถลงจี้ศอ.บต.รับฟังคนไม่เห็นด้วย และยุติเวที 11 ก.ค. ด้านตร.ตรึงกำลังพรึบ ป้องเวทีประชาพิจารณ์ จัดกองร้อยคุมฝูงชนรับมือคนคัดค้าน
วันที่ 9 ก.ค. คณะทำงานเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น นำโดย น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ และนางไซหนับ ยะหมัดยะ เข้ายื่นหนังสือ ต่อองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) คัดค้านโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการ พร้อมมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งโครงการนี้
ต้องการใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของตำบลนาทับ, ตลิ่งชัน และสะกอม อ.จะนะ รวม 16,753 ไร่ เพื่อให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้
คณะทำงานจะนะรักษ์ถิ่น ระบุว่า แม้รัฐจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านสามารถขออะไรก็ได้ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่กับนิคมอุตสาหกรรมได้ แต่ทางเครือข่ายเห็นว่าโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จะสร้างปัญหาให้ประชาชนในอนาคตหลายมิติ และการเริ่มต้นโครงการนี้กำลังสร้างความขัดแย้งอย่างหนักในพื้นที่ อันเกิดจากความคิดเห็น ที่แตกต่างจากการไม่เข้าใจถึงข้อเท็จจริงของโครงการ

ยื่น‘ยูเอ็น’ – เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ยื่นหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขอให้ติดตามโครงการอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา โดยหวั่นเกรงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต รวมทั้งทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่สำนักงานยูเอ็น ประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 ก.ค
และเห็นว่าศอ.บต. และกลุ่มทุน ที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ พยายามรวบรัด ขั้นตอนกระบวนการดำเนินงาน โดยไม่สนใจระเบียบปฏิบัติทางกฎหมายและสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ อีกทั้งโครงการนี้
สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิด การเปลี่ยนสภาพของชายหาดอย่างรุนแรง รวมทั้งสภาพอากาศจากมลพิษโรงงานจำนวนมากและน้ำเสียที่จะปล่อยลงสู่ทะเล และ จากการที่มีผู้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านเรื่องนี้ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่
ดังนั้นทางเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ขอให้องค์การสหประชาชาติ ติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลที่เกี่ยวกับการอนุมัติโครงการภายใต้แนวคิดของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หลักการชี้แนะแห่ง
สหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจ กับสิทธิมนุษยชนและหลักสิทธิมนุษยชน และติดตามตรวจสอบและทำความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ในกรณีที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนสิทธิชุมชนและหลักการป้องกันคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งการคุกคาม นักปกป้องสิทธิมนุษยชนภายใต้สนธิสัญญากติการะหว่างประเทศที่รัฐไทยได้ผูกพันไว้ และขอให้ติดตามและสังเกตการณ์ ที่ ศอ.บต. จะจัดประชุมรับ
ฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 ก.ค. ที่อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ที่โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ตัวเครือข่ายภาคประชาชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ หลายร้อยคน เดินทางมาให้กำลังใจ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ภายหลังถูกกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ 50 คน เดินทางมายื่นหนังสือให้ทบทวนตัวเองกรณีคัดค้านโครงการ
นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. โดยกลุ่มนักเรียนของวิทยาลัยเทคโนโลยีสันติวิทย์ สงขลา ซึ่งไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมในการคัดค้าน โครงการได้ร่วมกันเดินขบวน ถือแผ่นป้าย ให้กำลังใจนพ.สุภัทร โดยให้เหตุผลว่าการที่รังแกคนดีเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
วันเดียวกันนายรักชาติ สุวรรณ ประธานสภาภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์ ว่า
ตามที่สภาประชาสังคมฯ ได้รับการประสานให้พบและพูดคุย สร้างความเข้าใจกับเลขาธิการ ศอ.บต. ในวันที่ 7 ก.ค. โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ได้แจ้งเลขาธิการ ศอ.บต.ทราบแล้ว กำลังเช็กเวลาที่จะให้เข้าพบและ จะประสานมายังประธานสภาประชาสังคมฯ เมื่อเวลาล่วงเลยก็ยังไม่ได้รับการประสานเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนรักษ์จะนะเข้าพบปะ พูดคุยแต่อย่างใด
นายรักชาติกล่าวว่า สภาประชาสังคมฯ พยายามประสานเรื่องนี้ เพื่อสร้างพื้นที่กลางให้เกิดการพูดคุยของกลุ่มบุคคลที่เห็นต่างจากการทำงานของภาครัฐต่อกรณีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และลดการสร้างความขัดแย้งภายในพื้นที่ และเมื่อวันที่ 8 ก.ค. มีภาคประชาสังคมนำกลุ่มคนออกมาประท้วง ขับไล่นพ.สุภัทร สภาประชาสังคมฯ เกรงว่า กลุ่มคนทั้งสองฝ่ายจะเผชิญหน้า และอาจเกิดการปะทะ
จนเป็นความขัดแย้งและความรุนแรง ระลอกใหม่
ประการแรกสภาประชาสังคมฯ ขอเป็นกำลังใจให้กับนพ.สุภัทร ประการที่ 2 สภาประชาสังคมฯ ขอเรียกร้องให้ศอ.บต. เปิดเวทีพบปะพูดคุยกับกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แม้จะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน และประการที่ 3 สภาประชา
สังคมฯ ขอเรียกร้องให้ศอ.บต.ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และทบทวนการทำหน้าที่ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวทีสภาสันติสุขอำเภอจะนะ ที่จะจัดขึ้น ในวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งพบว่า ได้มีการสั่งระดมกำลังจากทุกส่วนเพื่อสกัดกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาโครงการนี้ถูกต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ นอกจากนั้นที่ตั้งยุทธศาสตร์สำคัญของประวัติศาสตร์ปัตตานีในอดีต ที่เรียกว่า ‘กัวลอ ตานิง’ ปากแม่น้ำปัตตานี ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิคมอุตสาหกรรม จึงทำให้มีผู้คนเกี่ยวข้องและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่เห็นด้วยเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ดีมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเดินสายไปเยี่ยมบ้านแกนนำต่อต้านการสร้าง
นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพื่อกดดันขอความร่วมมือไม่ไปร่วมเวที รับฟังความคิดเห็นการสร้างนิคมอุตสาหกรรม จะนะในวันที่ 11 ก.ค.นี้ นอกจากนั้นยังจัดทีมสืบสวนหาข่าว พร้อมกล้องถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและอากาศยานไร้คนขับบันทึกภาพก่อนหลังและขณะรับฟังความเห็น
สำหรับการเตรียมความพร้อมจัดเวทีประชา พิจารณ์โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต หรือเวทีสภาสันติสุขอำเภอจะนะ ที่โรงเรียนจะนะวิทยา ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ลงนามวิทยุราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติด่วนที่สุด สั่งการให้จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในเวทีประชาพิจารณ์ ที่โรงเรียนจะนะวิทยา โดยมอบหมายให้บก.ภ.สงขลา จัด
กำลังตำรวจปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเป็นวงรอบ ชั้นใน ชั้นกลาง ชั้นนอก ให้เกิดความปลอดภัย จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกโดยรอบพื้นที่โรงเรียนจะนะวิทยา และเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรจัดทำแผนปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบจะเตรียมกองร้อยควบคุมฝูงชนตามความเหมาะสมทุกนายต้องผ่านการ ฝึกอบรม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ
พ.ศ.2558 พร้อมให้จัดตั้งกองอำนวยการติดตามสถานการณ์ส่วนหน้าที่สภ.จะนะ และให้เตรียมข้อมูลทางการข่าวของกลุ่มคนในพื้นที่ทั้งในส่วนที่สนับสนุน และคัดค้าน โดยประสานข้อมูลกับบช.ภ.9 อย่างใกล้ชิด ในส่วน ของบก.ภ.สตูล, บก.ภ.ตรัง, บก.ภ.พัทลุง, บก.ภ.ปัตตานี, บก.ภ.ยะลา และ
ก.ภ.นราธิวาส ให้จัดการจราจรเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรมายังสถานที่รับฟังความคิดเห็นให้เรียบร้อยจัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน จังหวัดละ 1 กองร้อยสนับสนุนบก.ภ.สงขลา