แต่ต้องกัก14วัน
โลกติดเชื้อ15ล.
แรงงาน 3 ชาติลาว เขมร พม่าได้เฮ ศบค.คลายเฟส 6 ไฟเขียวให้เข้าประเทศไทยได้ โดยเฉพาะพวกก่อสร้างและทำอาหาร เนื่องจากกำลังขาดแคลน แต่เข้ามาแล้วต้องถูกกักตัว 14 วัน นอกจากนี้ยังให้คนต่างชาติ 4 กลุ่ม พวกถ่ายหนัง-จัดประชุมแสดงสินค้า-คนเข้ามารักษา และถือการ์ดอีลิตเข้าไทยได้ แต่ต้องกักตัว 14 วัน เช่นเดียวกับกลุ่มนักการทูต ขณะเดียวกันให้ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน ตลอดส.ค. ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เผยพบติดเชื้อเพิ่มอีก 6 ราย ทั้งหมดกลับมาจากต่างประเทศ เข้าอยู่ในศูนย์กักตัวของรัฐ ส่วนในประเทศไม่มีผู้ติดเชื้อ ส่วนผลตรวจเชื้อเคสทหารอียิปต์ที่ระยอง และลูกอุปทูตซูดานในกทม. รวม 7,207 คน ทั้งหมดไร้เชื้อ สถานการณ์ทั่วโลกยังน่าห่วง ติดเชื้อพุ่งเกิน 15 ล้านคนแล้ว
ศบค.ใหญ่ถกต่อ‘ฉุกเฉิน’
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นประธานประชุมศบค.ชุดใหญ่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงและด้านสาธารณสุข เพื่อพิจารณาขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต่อไปอีก 1 เดือนในเดือนส.ค.นี้ เนื่องจากพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะหมดเวลาบังคับใช้ในวันที่ 31 ก.ค.นี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนและสัญญาณเตือน พวกเราทุกคนจะต้องไม่ประมาท ภายหลังที่พวกเราทุกคนประสบความสำเร็จ และมีความร่วมมือที่ดี จึงขอให้กำลังใจทุกคนอย่างต่อเนื่อง ทราบดีว่าทุกคนพยายามและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ แต่ยังเกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง ขออย่าท้อถอยหรือปล่อยมือ ขอให้ทุกคนอดทน โดยเฉพาะความพยายามของการรักษาสมดุลด้านการสาธารณสุข เศรษฐกิจและสังคมเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงความสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วย เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีความสลับซับซ้อนมากมาย
นายกฯ กล่าวต่อว่า เรายังต้องเผชิญเรื่องการบิดเบือนต่างๆ เพื่อประโยชน์อะไรก็ตามจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนยืนหยัดและตั้งมั่นในเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ ที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมือง และก้าวเดินสู่ ความสำเร็จโดยรวม ทั้งนี้ ขอขอบคุณทีมประชาสัมพันธ์และโฆษกศบค.ด้วย วันนี้เราจะต้องเข้มงวด ละเอียด รอบคอบ ในการพิจารณาทบทวนมาตรการต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งแผนเผชิญหน้าในเชิงรับและเชิงรุก และแผนเผชิญเหตุที่ต้องประสานให้สอดคล้องทุกขั้นตอน ซึ่งมาตรการที่จะพิจารณาในวันนี้ ต้องรับฟังเสียงและความคาดหวังของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย พร้อมช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจ หลักการและเหตุผลที่เราตัดสินใจ ตอบคำถามประเด็น ข้อสงสัย สื่อมวลชนและสังคมได้ทันท่วงที รวมถึงชี้แจงผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารออนไลน์ต่างๆด้วย ส่วนเหตุการณ์ที่จ.ระยองนั้นได้ลงพื้นที่ทันทีในวันรุ่งขึ้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชน เราคาดหวังเหตุการณ์ต่างๆ กำลังดีขึ้น มีการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวในประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมศบค. นายกฯ พูดคุยกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดด้วย
ต่อ‘ฉุกเฉิน’ทั่วปท.อีก 1 เดือน
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ว่า ที่ประชุมหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อ โควิด-19 ในภาพรวมทั่วโลกที่ยังรุนแรง และยังมีคนไทยจากต่างประเทศและชาวต่างชาติที่ได้รับการผ่อนผันจะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติม และจากนี้จะผ่อนคลายมาตรการภายในประเทศที่เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเข้มงวด และต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดของโรคภายในประเทศ จึงเห็นชอบตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ ให้ขยายระยะเวลาประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินในทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน
“เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องมีอำนาจตามกฎหมายเชิงป้องกันในการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ อาทิ 1.การควบคุมการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรในทุกช่องทาง 2.การจัดทำระบบติดตามตัว การกักตัว และการเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และ 3.มาตรการการควบคุมโรคที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างครอบคลุมในทุกกิจกรรม กิจการที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ในลักษณะการรวมศูนย์ที่ปฏิบัติงานได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในการขอใช้สถานที่อย่างรวดเร็ว เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการบูรณาการกำลังพลเรือน ตำรวจ และกักตัวตรวจสอบการติดเชื้อ และให้ทหารเข้าร่วมปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับประเทศในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ฐานวิถีชีวิตใหม่ จนกว่าจะมีกฎหมายฉบับอื่นมารองรับในอนาคต”
‘ทูต’ก็ต้องกักตัว 14 วัน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาจัดการแสดงสินค้าในราชอาณาจักร ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำหรับชาวต่างชาติต้องตรวจหาเชื้อโควิดไม่เกิน 3 วันก่อนการเดินทาง มีการทำประกันสุขภาพตามข้อกำหนดของรัฐบาลคนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเข้ามาในพื้นที่คูหาและการเจรจาธุรกิจ ต้องจัดให้มีพื้นที่การเจรจาสำหรับชาวต่างชาติออกจากพื้นที่เจรจาชาวไทย มีการจัดฉากกั้นตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาด สำหรับการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติคาดการณ์ว่าในเดือนก.ย.จะมี 1 งาน มีผู้เข้าร่วม 680 คน เดือนต.ค. 8 งาน ผู้เข้าร่วม 435 คน เดือนพ.ย. 4 งาน มีผู้เข้าร่วม 4,214 คน และเดือนธ.ค. 2 งาน มีผู้เข้าร่วม 1,195 คน โดยกลุ่มนี้เข้ามาแล้วจะต้องกักตัวในโรงแรมที่ ศบค.จัดไว้เป็นทางเลือกเฉพาะ และระหว่างที่อยู่ในประเทศจะต้องมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแล 1 คน ต่อ 10 คนต่างชาติที่เข้ามาจนกว่าจะเสร็จทันต่อกระบวนการ
“ขณะที่คณะถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ทุกประเทศที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันเช่นเดียวกัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์และเอกสารตามที่ ศบค.กำหนด เมื่อเข้ามาถึงต้องกักตัว 14 วันในสถานที่กักกันโรงแรมทางเลือก พร้อมกับตรวจหาเชื้อและต้องมีเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุขติดตามตลอดระยะเวลา นอกจากนั้นทีมงานทุกคนทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องมีประกันคุ้มครองค่ารักษาโควิด-19 รวมทั้งต้องแจ้งการใช้พื้นที่ถ่ายทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดรับทราบล่วงหน้าเพื่อทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ และทีมงานทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ ทั้งนี้ รายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 ถึง 2563 มูลค่าสูงเป็นหลักพันล้านบาท”
นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมรับทราบการจัดทำข้อตกลงพิเศษและมาตรการสำหรับบุคคลในคณะทูต หรือคณะกงสุลระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือ ผู้แทนต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยเป็นกลุ่มของนักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญที่เดินทางเข้ามาและกลุ่มของนักการทูต ที่ประชุมมีข้อสรุปให้เข้ามาแล้วจะต้องมีมาตรการกักตัว โดยเฉพาะนักการทูต ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการจัดทำและแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป
ไฟเขียวแรงงาน 3 ชาติเข้าไทย
“นอกจากนั้นรับทราบเรื่องการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวประเภททั่วไป 3 สัญชาติ คือ ลาว กัมพูชา เมียนมา ให้มีวิธีปฏิบัติที่จะทำบัตรแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาในประเทศที่ขณะนี้มีความต้องการใช้แรงงาน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีใบอนุญาตทำงานและมีวีซ่า 69,235 คน ส่วนแรงงานที่ยังไม่มีวีซ่าและใบอนุญาต แต่ต้องการจะนำเข้าและนายจ้างยื่นความประสงค์ 42,168 คน รวมแล้วกว่าแสนคน ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานโครงสร้างพื้นฐาน คืองานก่อสร้าง ทำอาหาร เมื่อเข้ามาแล้วต้องเข้ามากักกันตัวโดยที่หน่วยงานจัดสถานที่ไว้ โดยพื้นที่ที่องค์กรหรือบริษัทนั้นได้รับการตรวจมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข และฝ่ายความมั่นคง เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้ไปถ่ายทอดเชื้อ ติดต่อไปถึงคนอื่น และลดค่าใช้จ่ายในการกำกับดูแลได้”
โฆษก ศบค.กล่าวว่า นายกฯ ได้ย้ำเรื่องการปฏิบัติตามมาตรการ หลังจากผ่อนคลายมาตรการให้ดำเนินกิจกรรมและกิจการต่างๆ โดยย้ำผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ต้องสร้างความร่วมมือให้มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนในเรื่องต่างๆ อย่างจริงจัง และจากกรณีที่ จ.ระยอง และกทม. นายกฯ ให้กำลังใจและขอบคุณชาวระยองและ กทม.และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน ให้อดทน อย่าท้อถอย เพราะโรคนี้ต้องอยู่กับเราไปอีกนาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณในการดูแลประชาชน จ.ระยอง นายกฯ เป็นห่วงเรื่องของการประชุมที่ต้องจัดระยะห่าง เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค
ติดเชื้อเพิ่ม 6 คนจากตปท.
นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงสถานการณ์รายวันว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย รวมป่วยสะสม 3,261 ราย รักษาหายรวม 3,105 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย และรักษาตัวอยู่ในร.พ. 98 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่มาจาก 1.อียิปต์ 4 ราย เป็นนักศึกษาชายไทย เดินทางมาถึงไทยวันที่ 8 ก.ค. เป็นเที่ยวบินที่เคยมีรายงานติดเชื้อไปแล้ว 11 ราย โดยเข้าพักสเตต ควอรันทีน จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 21 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ 2.สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 36 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงไทยวันที่ 10 ก.ค. เข้าพักสเตต ควอรันทีน กทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 20 ก.ค. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ และ 3.เยอรมนี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงไทยวันที่ 20 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ
ทั่วโลกติดเชื้อพุ่งเกิน 15 ล้าน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 15,093,712 คน เสียชีวิต 619,467 คน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรกของโลก คือ สหรัฐอเมริกา 4,028,569 คน บราซิล 2,166,532 คน อินเดีย 1,194,085 คน รัสเซีย 783,328 คน และแอฟริกาใต้ 381,798 คน ขณะที่ประเทศไทย อยู่อันดับ 103 จำนวน 3,261 ราย
โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า สำหรับผลการตรวจหาเชื้อจากการสอบสวนกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง และบุคคลทั่วไปจากกรณีเหตุทหารอียิปต์ที่ จ.ระยอง วันที่ 21 ก.ค. ตรวจ 63 ราย ไม่พบเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.-22 ก.ค. มีการตรวจแล้ว 6,843 ตัวอย่าง ส่วนพื้นที่ กทม.กรณีลูกอุปทูตซูดาน ตรวจ 364 ตัวอย่าง รวม 7,207 ตัวอย่าง ทั้งหมดไม่พบติดเชื้อ ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ก.ค.จะแถลงความชัดเจนอีกครั้งเนื่องจากครบรอบกำหนดระยะเวลา 14 วัน และจากนี้ตนจะแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ในวันจันทร์ และวันศุกร์ ขณะที่วันพฤหัสบดีจะมี พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค.เป็นผู้แถลงข่าว
ให้ต่างชาติ 4 กลุ่มเข้าไทยได้
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่อนุมัติในหลักการของกลุ่มต่างชาติที่เข้ามาด้วยการจัดการทำข้อตกลงพิเศษ และมาตรการสำหรับบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ ข้อสรุปคือเข้ามาแล้วต้องมีมาตรการอยู่ในสเตต ควอรันทีน โดยกระทรวง การต่างประเทศจะไปลงในรายละเอียด
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังอนุมัติในหลักการของแนวทางหลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติในการนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ พม่า ลาว และกัมพูชา เข้ามาในประเทศ เนื่องจากมีความต้องการใช้แรงงานไร้ฝีมือ โดยมี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มมีใบอนุญาตทำงานและมีวีซ่าอยู่แล้ว ต้องการกลับเข้ามาทำงานใหม่ จำนวน 69,235 คน และ 2.ยังไม่มีใบอนุญาตทำงานและวีซ่า ต้องการนำเข้ามา นายจ้างยื่นติดต่อแล้ว 42,168 คน รวมแล้ว 1.1 แสนกว่าคน ในกลุ่มก่อสร้างและอุตสาหกรรมอาหาร อย่างไรก็ตาม หากเข้ามาอยู่ในสเตต ควอรันทีน และจ่ายค่าใช้จ่ายเอง จะทำให้ต้นทุนสูงมาก เพราะเกือบ 2 หมื่นบาทต่อคน จึงเสนอให้กักตัวโดยใช้ออร์แกไนเซชั่น ควอรันทีน คือหน่วยงานจัดสถานที่กักตัวขึ้นมา แทนที่จะเป็น 1 คนต่อห้อง อาจเป็น 2 คนหรือกี่คนต่อห้อง เพื่อให้คนกลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่องค์กรนั้น ซึ่งที่กักตัวต้องได้รับการตรวจมาตรฐานทั้งจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และฝ่ายความมั่นคงว่ามีระบบป้องกันไม่ให้คนออกข้างนอก อยู่ในพื้นที่ ไม่ถ่ายทอดเชื้อสู่คนอื่น ตรงนี้กระทรวงแรงงานจะลงในรายละเอียด
“ส่วนการผ่อนคลายต่างชาติ 4 กลุ่มเข้าประเทศ ศบค.ก็อนุมัติในหลักการ คือ 1.เข้ามาจัดแสดงสินค้า พบว่าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเดือนก.ย.จะมี 1 งาน ราว 680 คน เดือนต.ค. 8 งาน 400 กว่าคน เดือนพ.ย. 4 งาน 4 พันกว่าคน และธ.ค. 2 งานอีก 1,100 กว่าคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพอสมควร มาตรการคือต้องตรวจหาเชื้อ กักตัวในโรงแรมที่อยู่ในลิสต์ของ ศบค. มีคณะเจ้าหน้าที่ดูแล 1 คนต่อต่างชาติ 10 คน เพื่อติดตาม การจัดประชุมที่นั่งต่างๆ ก็มีมาตรการ เช่น ฉากกั้นบนโต๊ะเจรจา ระหว่างโต๊ะเจรจา เป็นต้น 2.การถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งแต่ละปีทำรายได้ให้ประเทศไทยหลายพันล้านบาท มาตรการคือมีการตรวจโควิดก่อนมา มีใบรับรองแพทย์ เข้ากักตัวในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน มีเจ้าหน้าที่ติดตามตลอดเวลาที่อยู่ในไทย มีประกันสุขภาพ แจ้งการใช้พื้นที่ถ่าย ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทราบล่วงหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจคนในพื้นที่ 3.เมดิคัลแอนด์เวลเนส ต้องกักตัวในร.พ.ครบ 14 วัน แม้รักษาเสร็จก่อนก็ตาม และเมื่อครบ 14 วันก็จะเชื่อมโยงแพ็กเกจทัวร์ เพราะกักตัวครบแล้ว มั่นใจไปที่ไหนในประเทศได้ เพื่อให้คนเหล่านี้มีการใช้จ่าย และ 4.คนถือบัตรสมาชิกพิเศษประเทศไทย หรืออีลิตการ์ด มีสมาชิก 10,363 ราย อยู่ในไทย 3,108 ราย นอกประเทศ 7,255 ราย จะนำร่องเข้าประเทศ 200 ราย ก็ต้องอยู่ในสเตต ควอรันทีนเช่นกัน”
ตม.พร้อมรับมือผ่อนเฟส6
วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) มีความพร้อมรองรับการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 6 ซึ่งคาดหมายว่าจะอนุญาตให้แรงงาน 3 สัญชาติ ลาว กัมพูชา เมียนมา ที่มีเอกสารทำงานถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศได้เพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าแรงงานที่ได้รับอนุญาตกลุ่มแรก จะมีประมาณ 400 คน ซึ่งทุกคนจะต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตรการควบคุมโรคเป็นเวลา 14 วัน โดยไม่มียกเว้น
‘กำลังใจ’เริ่มลงทะเบียน25ก.ค.
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า โครงการ “กำลังใจ” ของเจ้าหน้าที่อสม. อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่รพ.สต.จะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 25 ก.ค.63 ผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี 1.2 ล้านราย โดยลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน พร้อมบัตรประชาชน โดยมือถือ 1 เครื่องสามารถลงทะเบียนได้ 1 คนเท่านั้น สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนนั้น เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย KTB แล้ว ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและเบอร์มือถือเพื่อรับ OTP กรอกรหัส OTP และตั้งค่า PIN ถ่ายบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน เมื่อระบบยืนยันความถูกต้อง จะปรากฏไอคอนรูปหัวใจฝากข้อความ “กำลังใจ” ซึ่งผู้ได้รับสิทธิต้องนำมือถือที่ลงทะเบียนไว้ติดตัวตลอดการเดินทาง เพื่อสแกนคิวอาร์โค้ด ยืนยันตัวตนในวันเดินทางวันแรกและวันที่สองตามโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้เลือกไว้
“สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิค้นหาโปรแกรมท่องเที่ยวได้จากเว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย หรือบริษัทนำเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์จากสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและจดทะเบียนเป็นบริษัทนำเที่ยวก่อนวันที่ 1 ม.ค. 63 ซึ่งจะมีโปรแกรมทัวร์ที่ได้รับการอนุมัติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกบริษัทนำเที่ยวนอกเขตพื้นที่ตนเองได้ เริ่มเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 30 ก.ค.-31 ต.ค.นี้ ขอเชิญชวนเจ้าหน้าที่ อสม. อสส. และรพ.สต.ใช้สิทธิในโครงการ หากต้องการเดินทางมากกว่า 2 วัน 1คืน ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายจะไม่ถูกรวมอยู่ในโครงการนี้”
กมธ.ยันระยองปลอดภัย-เที่ยวได้
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 กรณีพบผู้ติดเชื้อใหม่ในจ.ระยองและกรุงเทพฯ จากการยกเว้นมาตรการป้องกันว่า วันนี้กมธ.เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็น คือ1.ผอ.ศบค. 2.ประธานหอการค้า จ.ระยอง และ 3.ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง โดยที่ประชุมได้รับทราบปัญหา สาเหตุ และผลกระทบจากการยกเว้นมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในประเทศ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงมาตรการป้องกันโรคระบาดแล้ว โดยยืนยันว่าภาพรวมจ.ระยองในปัจจุบัน ไม่พบการแพร่ระบาดของโควิด ทั้งยังมีการป้องกันและและควบคุมที่รัดกุมและเข้มงวด ซึ่งศบค.ยกเลิกการยกเว้นสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในประเทศ โดยให้กักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้โดยไม่มีข้อยกเว้น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบและมาตรการของประเทศ
“ผู้แทนจากหอการค้าจ.ระยอง ยืนยันว่าสถานการณ์ในระยองตอนนี้ ห้างสรรพสินค้ามีมาตรการที่รัดกุมในการป้องกันการแพร่ระบาด โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยและสแกนแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการ ทั้งนี้ จ.ระยองได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการท่องเที่ยว จึงต้องการให้รัฐสนับสนุนและกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น โครงการเที่ยวปันสุข โครงการเราเที่ยวด้วยกัน การให้สิทธิพิเศษหรือมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนให้มีการ ซื้อขายสินค้า และแก้ปัญหามาตรการกักตัว 14 วัน ของประชาชนระยองเมื่อต้องเดินทางไปต่างจังหวัด”
ด้านนางปิยดา ควรหา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ระยอง กล่าวว่า เรามีความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยจากโรคระบาด ซึ่งจ.ระยองปลอดภัยมาตลอดในระดับต้นๆ ของประเทศ ยืนยันว่าวันนี้มาตรการก็ยังคงเข้มข้น ขอเรียนเชิญทุกคนเดินทางมาท่องเที่ยวในวันหยุดสิ้นเดือน 4 วันนี้