ปทุม-อยุธยาชูต้านเผด็จการ
สภาตั้งกมธ.รับฟังเสียงนศ.
ฝ่ายค้านไม่ร่วม-ชี้ซื้อเวลา‘ตู่’

เตรียมอุดมฯ ก็มาจัดเวรี่แฟลชม็อบ #วันศุกร์ลุกมาต้านเผด็จการ ขณะที่ ‘มอกะเสด’ ก็นัดพร้อม วันนี้ ชุมนุมหน้าหอประชุมใหญ่ เยาวชนขอนแก่นลุกฮือ ‘อีสานบ่ย่านเด้อ’ คึก เพิ่มประเด็นเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ลาออก ม.อ.ปัตตานีจี้อธิการบดีลาออกหลังออกคำสั่งห้ามชุมนุม 2 เยาวชนระยองที่ชูป้ายไล่บิ๊กตู่ปรากฏตัวที่โรงพักเมืองระยอง แสดงอารยะขัดขืนไม่เข้ารับทราบข้อหา ระบุไม่ได้ทำผิดตามที่พนักงานสอบสวนยัดเยียด สภาถก 6 ญัตติรับฟังความเห็นนิสิตนักศึกษาข้ามวัน สุดท้ายฝ่ายรัฐบาลชนะโหวตให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยฝ่ายค้านไม่ส่งคนร่วมสังฆกรรม เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาล-นายกฯ ต้องลงไปพูดคุยด้วยตนเอง

อีสานบ่ย่าน – น.ศ.และประชาชนจัดกิจกรรม ‘อีสานบ่ย่านเด้อ’ เรียกร้องยุบสภา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อ 23 ก.ค.

 

หลายพื้นที่นัดออกมาชุมนุม

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีการนัดชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา 5 จุด ประกอบด้วย ที่ จ.ขอนแก่น ในชื่อ #อีสานบ่ย่านเด้อ 17.00 น. ที่สวนรัชดา นุสรณ์ จ.ปทุมธานี #ปทุมธานีไม่ปรานีเผด็จการ 17.00 น. ท่ารถตู้ตจว. ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค จ.ปัตตานี 16.00 น. ที่หน้าตึกส้ม ม.อ.ปัตตานี จ.พระนครศรีอยุธยา 16.00 น. ที่บึงพระราม จ.สกลนคร 17.00 น. ลานคณะมนุษยศาสตร์ มรภ.สกลนคร
วันที่ 24 ก.ค. ชุมนุม #โคราชจะไม่ทน เวลา 17.00 น. ที่ลานข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.กระบี่ คนกระบี่ไม่เอาเผด็จการ ที่ลานประติมากรรมปูดำ เวลา 17.00 น. คนลำพูนไม่ทนแล้วโว้ย 17.00 น. อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อุดรสิบ่ทน 17.00 น. ลานน้ำพุ ทุ่งศรีเมือง พัทลุงไม่ทนแล้วโว้ย 17.00 น. สวนสาธารณะกาญจนาภิเษก (สวนสาธารณะท่า มิหรำติดกับตลาดท่ามิหรำ) เวลา 17.00 น. จัดกิจกรรม “โรงเรียนไล่ยุง แต่เราจะไล่เผด็จการ” เวรี่แฟลชม็อบ #วันศุกร์ลุกมาต้านเผด็จการ โดย #เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ มาพบกันที่ลาน 70 ปี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท เวลา 16.30 น. มอกะเสดจัดงานประชาชนต้องเป็นใหญ่ ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
วันที่ 25 ก.ค. #คนเจียงฮายก้ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ ที่ลาน ร.5 เวลา 17.00 น. สมุทรปราการจะไม่ทน 17.00 น. ศาลากลาง จ.สมุทรปราการ เพชรบูรณ์จะไม่ทนอีกต่อไป 17.00 น. ถนนคนเดินไทหล่ม อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 26 ก.ค. จ.จันทบุรี จัดจันรีไม่ทนคนจัญไร 17.00 น.สนามกีฬาสามเหลี่ยม วันที่ 27 ก.ค. เวลา 17.00 น. นัดหมายชุมนุม #พะเยาจะบ่าทน ที่ลานอเนกประสงค์ ถนนคนเดิน กว๊านพะเยา วันที่ 28 ก.ค. จ.พิษณุโลก หน้าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร วันที่ 29 ก.ค. #สุพรรณจะไม่ทน ที่ลานหน้าศาลากลาง จ.สุพรรณบุรี เวลา 17.00 น.

2 เยาวชนโผล่โรงพัก-ไม่รับข้อหา

สำหรับกรณีที่นายภานุพงศ์ จาดนอก และนายณัฐชนน พยัฆพันธ์ บุกชูป้ายข้อความว่า “การ์ดตกพ่องง” และ “อยู่ต่อก็ฉิบหาย ออกไปไอ้สัส” ที่หน้าโรงแรมดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง หลังจากนายทหารชาวอียิปต์ติดเชื้อโควิดเข้าพัก จนทำให้สถานการณ์บานปลาย ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัวขึ้นรถกระบะไปที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ต่อมาทาง สภ.เมืองระยองแจ้ง 4 ข้อหา พร้อมนัดให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 23 ก.ค.นั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. นายภานุพงศ์ และนายณัฐชนนได้เดินทางมาพร้อมด้วยนายภีมร์เดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก ในฐานะทนายความ โดย สภ.เมืองระยอง ได้เตรียมพร้อมต้อนรับ โดยการจัดกิจกรรมทำความสะอาดโรงพัก มีการปิดทางเข้าออกเหลือเพียงทางเดียว
นายภานุพงศ์กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้เพื่อมาแสดงให้ทางตำรวจรับรู้ว่าไม่ได้หลบหนี แต่ไม่ขอรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อแสดงอริยะขัดขืน เพราะว่าตนเองทั้งสองคนไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อ จึงไม่ขอรับทราบข้อกล่าวหา เพราะไม่ผิด
นายภานุพงศ์กล่าวต่ออีกว่า เรื่องการแจ้งความก็จะดำเนินคดีทั้งหมด 3 ข้อหา กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่กระทำกับตนทั้งสองคน ส่วนกรณีที่ไม่รับทราบข้อกล่าวหาแล้วจะมีหมายจับต่อไปนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย คนไม่ผิดจะให้ผิดได้อย่างไร ไม่เคยกลัว ขอให้มาจับเลย
ด้านพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกอีกครั้ง ถ้าไม่มาพบก็จะออกหมายจับต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ หนุ่มชาวเชียงใหม่ ที่ร่วมชุมนุมกิจกรรม #เชียงใหม่จะไม่ทน too ที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ถูกตร.ออกหมายเรียกข้อหาฝ่าฝืน #พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ไปรับทราบข้อหา 29 ก.ค.นี้

อีสานบ่ย่านเด้อ-ชุมนุมคึก

เมื่อเวลา 15.30 น.ที่สวนรัชดานุสรณ์ ตรงข้ามศาลากลาง จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ต่างทยอยเดินทางมาภายในบริเวณโดยรอบสวน สถานที่ที่กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและกลุ่มขอนแก่นพอกันที ได้กำหนดจัดกิจกรรม “อีสานบ่ย่านเด้อ” ด้วยการเปิดเวทีสาธารณะและจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ให้ลงจากตำแหน่ง และข้อเรียกร้องต่างๆ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ที่วางกำลังโดยรอบ โดยนำแผงเหล็กกั้นมาติดตั้งบริเวณทางเข้าฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น การนำรถดับเพลิงจากเทศบาลนครขอนแก่น และรถพยาบาลมาเตรียมความพร้อมบริเวณริมสวน ฝั่งตรงข้ามสำนักงาน ปปส.ภ.4 พร้อมทั้งการตั้งจุดอำนวยความปลอดภัย บริเวณจุดบริการประชาชน เพื่อตรวจติดตามการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชนที่ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ใช้ รถกระจายเสียงที่มีการติดป้ายด้านข้างรถว่า “อีสานบ่ย้านเด้อ” ขับไปตามถนนเส้นทางสายต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนได้มาร่วมชุมนุมและแสดงความคิดเห็น รวมทั้งการติดตั้งป้ายเพื่อไว้อาลัยรัฐธรรมนูญ ทั้ง 20 ฉบับของไทยที่หายไป เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการปกครองในระบอบเผด็จการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดกิจกรรมอีสานบ่ย่านเด้อ ที่ จ.ขอนแก่น ครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป โดยการชุมนุมครั้งนี้นอกจากการจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แล้ว ยังคงหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องใน 3 หัวข้อหลัก ประกอบด้วย การยุบสภา, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการให้นายกรัฐมนตรีลาออก ซึ่งมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาร่วมเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ นศ. ธรรมศาสตร์ และนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน มาร่วมขึ้นเวทีด้วย

สภาถกต่อ 6 ญัตติรับฟังนศ.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วน 6 ญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณามีมติให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ของนายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ และคณะเป็นผู้เสนอ นอกจากนั้นยังมีญัตติที่คล้ายกันของนายประเสริฐ จันทร รวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ญัตติของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชา ธิปัตย์ และญัตติของนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ซึ่งพิจารณาต่อจากวันที่ 22 ก.ค.
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า อยากให้มองการชุมนุมด้วยแว่นมนุษยธรรม ข้อเรียกร้องของนักศึกษามี 3 ข้อ หนึ่งในนั้นคือ เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และเข้มแข็งมาก แต่เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นระบบที่ถูกสร้างมาโดยไม้ใกล้ฝั่ง สภาที่ร่างรัฐธรรมนูญอายุรวมกันเกินพันปี นิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่ไม่มีส่วนร่วมเลย เราจึงต้องกลับมาทบทวนว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ปลดปล่อยโซ่ตรวนเผด็จการ ให้คนรุ่นใหม่ได้สูดอากาศหาย ใจในแบบที่เขาต้องการ รัฐ ธรรมนูญฉบับนี้เป็นเครื่องสนองความกระหายอำนาจตั้งแต่ปี 2557

พท.แนะ‘ตู่’รับฟังด้วยตัวเอง

ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงทิศทางการพิจารณาและแนวทางการลงมติญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษาว่า ญัตติที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอต่างกันที่ญัตติของฝ่ายรัฐบาลมุ่งให้เสนอตั้ง กมธ.ขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็น ขณะที่ญัตติของฝ่ายค้านมุ่งให้รัฐบาลมารับฟังความคิดเห็นเองโดยตรง ตนมองว่าเพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุดและคลี่คลายปัญหาที่แท้จริง เราจะต้องแสดงความจริงใจและรับฟังให้ได้ใจความจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำเป็นพิธีการเท่านั้น เพราะหากตั้ง กมธ.ก็เหมือนผลักหน้าที่ให้สภารับฟังความเห็นแทนรัฐบาลผ่าน กมธ. เพื่อนำข้อสรุปส่งไปยังรัฐบาล โดยไม่ทราบว่ารัฐบาลจะรับฟังเพื่อดำเนินการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอจริงหรือไม่
นายสุทินกล่าวว่า ดังนั้น ฝ่านค้านจึงเสนอให้รัฐบาลจัดห้องเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษาโดยตรง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะคู่กรณีในเรื่องนี้คือรัฐบาลกับนักศึกษา เพราะหากตั้ง กมธ.ขึ้นมาใหม่จะทำให้เสียเวลาและเปลืองงบประมาณเสียเปล่าจากการรับฟังความเห็นแค่ครั้งเดียว

‘ส.ส.น้ำ’ชี้ประยุทธ์คือตัวปัญหา

จากนั้นเวลา 12.20 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบสนองต่อข้อเรียกร้องในการแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาล และส.ว. ขณะที่ฝ่ายค้านมีความพร้อม มีเพียงพล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่เคยแสดงท่าทีใดๆ ดังนั้น อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการแก้รัฐธรรมนูญคือพล.อ.ประยุทธ์ และคนที่ตอบคำถามเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือพล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่สภา คนมีอำนาจยุบสภาก็คือพล.อ. ประยุทธ์เช่นกัน หากจำกันได้ครั้งที่รัฐบาลมีปัญหาจัดสรรปัญหาภายในไม่ลงตัว พล.อ. ประยุทธ์ขู่ทุกวันว่าจะยุบสภา จึงเกิดคำถามว่าการยุบสภาเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้เพื่อขู่พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นหรือ
ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องเลือกตั้งใหม่ ฝ่ายค้านก็พร้อมพิสูจน์ศรัทธาประชาชนอีกครั้ง แต่หากเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญเดิมก็จะเป็นเพียงพิธีกรรมให้พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลชุบตัว สร้างความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดังนั้น ก่อนยุบสภาหรือลาออก จะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญก่อน ต้องทำให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

พิธาจี้5ข้อ-สภาโหวตตั้งกมธ.

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่ารัฐบาลต้องรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา อย่างจริงใจ ต้องไม่มองเป็นศัตรู ไม่มองเป็นภัยคุกคาม และไม่ดูถูก ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเพียงใบอนุญาตให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้อยู่ในอำนาจต่อไป เป็นเหตุผลที่ทำไมเราต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคก้าวไกลจึงเสนอ 5 ข้อ ได้เแก่ 1.ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมือง และหยุดกดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชน 2.ทบทวนการดำเนินคดีทางการเมืองที่ผ่านมาทั้งหมด 3.หยุดการใช้ปฏิบัติการข่าวสารยุยงปลุกปั่นให้สังคมเกิดความขัดแย้งหรือปฏิบัติการไอโอ
4.วันนี้พล.อ.ประยุทธ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวขัดขวางอนาคตของประเทศเพียงใด จึงควรต้องหลีกทางและออกไป และ 5.ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนที่แท้จริงโดยประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งพรรคก้าวไกลเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยไม่ต้องกำหนดวุฒิการศึกษา แต่กำหนดอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งหมดคือบันไดขั้นแรกที่จะเป็นทางออก
ต่อมา เวลา 14.20 น. หลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.วิสามัญตามญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ด้วยคะแนน 260 เสียง ต่อ 178 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง และมีมติไม่เห็นด้วยที่จะส่งเรื่องไปยังรัฐบาล โดยให้ตั้งกมธ.วิสามัญฯ 39 คน โดยที่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติ ไม่ส่งบุคคลร่วมเป็นกมธ.ดังกล่าว เพราะ ไม่ต้องการให้สภาเป็นตรายางส่งเรื่องให้รัฐบาล แต่เห็นว่านายกฯ ควรได้รับฟังปัญหาเองโดยตรง

ม.อ.มาแล้ว – นักศึกษามหา วิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี จัดแฟลชม็อบเรียกร้องรัฐบาลหยุดคุกคามผู้เห็นต่าง, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา พร้อมกับขับไล่อธิการบดีที่ประกาศห้ามจัดกิจกรรมทาง การเมือง เมื่อวันที่ 23 ก.ค.

มอ.ปัตตานีฮึ่มไล่อธิการด้วย

เมื่อเวลา 16.30 น.ที่อาคารกิจกรรมนักศึกษา หรือตึกส้ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นักศึกษามหาวิทยาลัยได้รวมตัวกันเพื่อชุมนุมขับไล่อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ ที่มีประกาศห้ามไม่ให้นักศึกษาได้รวมกันจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ เพื่อแสดงออกทางการเมือง นอกจากนี้ยังได้ไล่รัฐบาลเผด็จการ และข้อเรียกร้อง 3 ข้อ โดยมีนักศึกษาทยอยเดินทางเข้ามารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง
นายฟาห์เรนน์ นิยมเดชา นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง เปิดเผยว่า เป้าประสงค์แรกก็คือ การจัดแฟลชม็อบเพื่อทวงหาความยุติธรรม เพื่อขับไล่เผด็จการที่ได้มาโดยความไม่ชอบธรรมออกไป เพื่อนำไปสู่การเรียกร้องที่นักศึกษาทั่วประเทศได้เรียกร้องก็คือ 1.หยุดการคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง 2.เรียกร้องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3.เรียกร้องให้ยุบสภา แต่อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ออกประกาศซึ่งเป็นประกาศที่ ไม่ปกติ หลังจากที่รับรู้ว่าจะมีการจัดม็อบ เลย ได้ออกประกาศห้ามไม่ให้มีการชุมนุมในมหาวิทยาลัย
นายฟาห์เรนน์กล่าวต่อว่า นักศึกษาเลยเปลี่ยนมารวมตัวเพื่อไล่อธิการบดี ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน และส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ และไม่ปกป้องสิทธิ เสรีภาพ ของนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งนี่เป็นสิทธิที่สำคัญ และถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นในสถานศึกษาได้ สิ่งเหล่านี้จะไปเกิดขึ้นที่ตรงไหนในสังคมไทยข้อเรียกร้องของเราจะเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 3 ข้อ คือ เราขอยกเลิกมติ ครม.ว่าด้วยนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่กำลังเป็นที่กังขา และกังวลว่าจะเกิดรอยร้าวและเกิดความขัดแย้งระลอกใหม่

ปทุมธานีไม่ปรานีเผด็จการ

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณท่ารถตู้ต่างจังหวัด ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต เทศบาลนครรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มเครือข่ายนักศึกษา 3 สถาบัน/มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยารังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่เชิญชวนชุมนุมขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้มันจบที่รุ่นเรา #ปทุมธานีไม่ปรานีเผด็จการ# พร้อมขึ้นปราศรัยของเครือข่ายนักศึกษากล่าวโจมตีรัฐบาล พร้อมป้ายข้อความโจมตี และเรียกร้อง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬา ลงกรณ์ ตำรวจสันติบาล ตำรวจบก.ภ.ปทุม ธานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาคอยดูแลความเรียบร้อย โดยกลุ่มนักศึกษาเครือข่าย 3 สถาบันได้ประกาศข้อเรียกร้อง 3 คือ ให้โละองค์กรอิสระที่ไม่อิสระ ให้ยกเลิก ส.ว.250 คน และให้ร่าง รธน.ฉบับใหม่ที่มาจากเสียงประชาชนและจะไม่เข้าร่วม กมธ.รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อซื้อเวลาเราจะไม่ขอร่วม ถ้ารัฐบาลต้องการฟังความคิดเห็นของนักศึกษาจริง ให้มาฟังที่นี่ตอนนี้และอีกหลายๆ ที่ทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 19.00 น. นักศึกษาที่ปราศรัยอยู่ได้กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจบัตรของนักศึกษา ทำให้กลุ่มนักศึกษากว่า 400 คนที่ชุมนุมอยู่ไม่พอใจ โห่ร้องเรียกร้องให้หยุดคุกคามนักศึกษาและประชาชนที่ชุมนุมกันอย่างสงบ ไม่อย่างนั้นจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่จะหยุดเลิกการชุมนุม 19.30 น.

ม็อบพรึบ – นักเรียนนักศึกษาและประชาชนแสดงพลัง ‘อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป’ ที่สวนสาธารณะบึงพระราม จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนภาพขวา กลุ่มนักศึกษา ม.รังสิต ม.กรุงเทพ และ มทร.ธัญบุรี จัดกิจกรรมที่ท่ารถตู้ตรงข้ามห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี เรียกร้องให้ยุบองค์กรอิสระที่ไม่อิสระ ยกเลิก 250 ส.ว. และร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เมื่อวันที่ 23 ก.ค.

‘อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป’คึก

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สวนสาธารณะบึงพระราม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนคร ศรีอยุธยา กลุ่มนักเรียน นักศึกษาและประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันชุมนุม ร่วมกันแสดงพลัง “อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป” เพื่อขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมเรียกร้องให้มีการยุบสภา จัดเลือกตั้งใหม่ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องเดียวกับที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ออกมาชุมนุมเรียกร้องกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 18 ก.ค.
ทั้งนี้ มีการการจัดเวทีปราศรัยขนาดเล็ก นักเรียนนักศึกษา ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยและกล่าวบทกวี การแสดงดนตรี กลุ่มนักเรียนนักศึกษา บางส่วนสวมใส่ชุดนักเรียนนักศึกษามาร่วมในการชุมนุม และบางส่วนสวมใส่ชุดดำ มีการเขียนป้ายข้อความต่อต้านเผด็จการ การสืบทอดอำนาจ ขับไล่รัฐบาล
จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น ร่วมกันร้องเพลงชาติ พร้อมกับการชูสามนิ้วเพื่อเป็นการแสดงการต่อต้านเผด็จการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน