เตรียมอุดมฯฝ่าสายฝน
ยืนชู 3นิ้ว-เปิดไฟมือถือ
ม.เกษตรคึกชุมนุมพรึบ
ภาคีนศ.มหิดล-เผารูป
หน้าทำเนียบ-ยื่นจี้ 5ข้อ
ร่ำไห้น้ำตาคลอ ผบ.ทบ. ‘บิ๊กแดง’ ออกโรงเตือนม็อบเยาวชนอย่าก้าวล่วง -จาบจ้วงสถาบันเสียใจใช้ถ้อยคำไม่บังควร สั่งให้หน่วยงานด้านความมั่นคงจับตาและเข้าไปเตือนสติ น.ร.เตรียมอุดมฯ กว่า 300 คนชุมนุมกลาง สายฝน ชู 3 นิ้วส่งเสียงกระหึ่ม-เปิดไฟมือถือไล่เผด็จการ ภาคีนักศึกษามหิดลบุกถึงทำเนียบ เผารูป ‘ตู่-ป้อม’ ยื่นเรียกร้อง 5 ข้อ ส่วนที่ ‘มอกะเสด’ ก็คึก โชว์พลังประชาชนเป็นใหญ่ ตร.เชียงใหม่บุกล้อมบ้านอดีตประธานสภา นิสิตจุฬาฯ ขวางไม่ให้มอบธง 3 หาง-สะตวงแก่บิ๊กตู่ระหว่างลงพื้นที่


พรึบทั่วไทย – กลุ่มนักเรียนนักศึกษาและประชาชน รวมตัวไล่รัฐบาล-ยุบสภา-แก้รัฐธรรมนูญ ที่ลานอนุสาวรีย์ย่าโม จ.นครราชสีมา กิจกรรม ‘โคราชจะไม่ทน’ (ภาพซ้าย), กลุ่ม‘มอกะเสด (KU Daily)’ จัดที่ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน (ขวาบน) และ ‘อุดร สิ บ่ ทน’ ที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี (ขวาล่าง) เมื่อวันที่ 24 ก.ค.
ระดมตร. 300 นายตรึงทำเนียบ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ก.ค. บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล ตามที่กลุ่มนวชีวินร่วมกับภาคีนักศึกษาศาลายา ประกาศรวมตัวทำกิจกรรม บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 11.20 น. ภายใต้กิจกรรมชื่อ “BURN IN HELL 84,000 cells” ทางฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จึงนำกำลังตำรวจจากพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.1) ประกอบด้วย สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง สน.สามเสน สน.พญาไท สน.ห้วยขวาง สน.ดินแดง และ สน.มักกะสัน กว่า 300 นาย ตั้งแถวตรึงกำลังรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นหนา พร้อมตั้งรั้วเหล็กกั้นทุกประตู
พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ รอง บก.น.1 เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำตำรวจจากหลาย สน.ประมาณ 300 นาย มาดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมและอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรบริเวณรอบทำเนียบ โดยได้รับการประสานงานจากผู้บังคับบัญชา ให้มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวว่า ขอให้กลุ่มนักศึกษาชุมนุมโดยอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ส่วนเรื่องการเผาเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูว่าจะเกิดการลุกลามทำให้ทรัพย์สินเสียหายหรือไม่ คอยดูว่าเขาก็ทำผิดอะไรบ้าง และต้องให้เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจกับน้องๆ เพื่อชี้แจงให้เข้าใจเรื่องการระบาดของโควิด-19 ที่ยัง มีอยู่ รวมถึงการปฏิบัติที่จะก่อให้เกิดความผิดทางกฎหมายเหมือนที่เราจะต้องชี้แจงใน ทุกครั้ง ไม่มีความกังวลใดๆ ซึ่งเชื่อว่านักศึกษา มีความเข้าใจดีว่ากรอบของการชุมนุมกระทำการได้แค่ไหน
ภาคีนศ.ศาลายาแถลงการณ์ 5ข้อ
ต่อมาเวลา 11.20 น. กลุ่มนักศึกษาประมาณ 10 กว่าคนนำโดยนายณวิบูล ชมภู่ ประธานร่วมกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา ได้มาทำกิจกรรม โดยนายณวิบูลกล่าวว่า ทางกลุ่มเราจะมาอ่านแถลงการณ์ ประกาศข้อเรียกร้องและเผารูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพื่อสื่อว่าต้องการเผาสิ่งที่ไม่ดีจากในประเทศออกไป และยังจะแจกรูปภาพขนาดเล็กให้ประชาชนที่มาเข้าร่วมงาน ด้วย หรือถ้าใครมีกระดาษก็เขียนประณามรัฐบาลแล้วนำมาเผาไปพร้อมกันได้
จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์ภาคีนักศึกษาศาลายาว่า รัฐบาลประยุทธ์ออกไป แก้ไขวิกฤต เศรษฐกิจปี 2563 โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อคือ 1.การบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนเอารัด เอาเปรียบประชาชน 2.ไม่ทำตามนโยบายที่ หาเสียงไว้ อาทิ เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 1,000 บาท เพิ่มเงินเดือนคนจบปริญญาตรีเดือนละ 20,000 บาท จึงหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
3.บริหารงานผิดพลาดจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิดทำให้หน้ากากอนามัยขาดแคลน ประชาชนเดือดร้อน 4.ไม่มีการเยียวยาหรือประกันรายได้คนว่างงาน และ 5.ปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรงโดยมีการ อุ้มฆ่าสูญหายไปถึง 9 ราย โดยถึงทำร้าย นักกิจกรรม จึงเป็นอาชญากรรมแห่งรัฐ ใช้กฎหมายคุกคามประชาชน หากปล่อย ให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไปจะทำให้เศรษฐกิจพัง ประชาชนทุกข์ยาก จึงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกทันทีและยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด
เผารูปบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-ตะโกนไล่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มนักศึกษากำลังจะเผารูปพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาห้าม พร้อมระบุว่า การเผาเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และหากภาพการเผาเผยแพร่ออกไป จะเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรามีความห่วงใยนักศึกษาที่ยังมีอนาคต ไม่อยากให้ถูกดำเนินคดี จึงขอแนะนำน้องๆ ว่า ให้เข้าไปยื่นข้อเรียกร้อง ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาล
แต่กลุ่มนักศึกษายังดำเนินการเผารูปภาพพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร ตามที่ประกาศไว้ และนักศึกษาบางคนได้นำรูปภาพขนาดเล็กไปเผาไฟ แต่เมื่อไฟติดไปแล้วระยะหนึ่งนักศึกษาได้ปล่อยมือทำให้ภาพที่ติดไฟอยู่นั้นร่วงลงที่พื้นถนน ทำให้นักศึกษาอีกคนหนึ่งใช้เท้ากระทืบเพื่อดับไฟลงไปที่รูปดังกล่าว เมื่อเผาไปสักครู่หนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำถังดับเพลิงมาฉีดเพื่อดับไฟ
ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาได้ชูสามนิ้วในขณะที่เผารูปด้วย พร้อมสวดมนต์บทแผ่เมตตา ก่อนจะตะโกนว่าประยุทธ์ออกไป และเรียกร้อง ให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนจะยุบสภา ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาได้ทำกิจกรรมอยู่ที่หน้าทำเนียบ ประมาณ 30 นาทีก่อนจะแยกย้าย
บิ๊กแดงน้ำตาคลอ-พาดพิงสถาบัน
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่ดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ทุกคนก็เป็นราษฎร ภายใต้พระบรม โพธิสมภาร ไม่ใช่เพียงแค่ทหารเท่านั้น ประชาชนบางคนไม่ได้เกิดเมืองไทย แต่มาอยู่เมืองไทย บางคนเกิดเมืองไทย เกิดมาในหลายตระกูล ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อยู่ในพระบรมโพธิ สมภาร ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือเป็น เชื้อชาติใดก็มีสิทธิเสรีภาพ
“วันนี้เป็นวันดี ไม่อยากพูดอะไรที่จะไปกระทบกระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่อยากให้ประชาชนชาวไทยทุกคนตั้งจิตให้เป็นกลางดูว่าคำพูด คำเขียน ทั้งที่เราเห็นในการชุมนุม ผมทราบดี และตระหนักในสิทธิเสรีภาพ ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คนเห็นทั้งในโซเชี่ยล มีการใช้วาจาผรุสวาท ใช้คำพูดไม่เหมาะสม ไม่บังควร ผมมองว่าหลายคนเห็นคงไม่สบายใจ” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพบกเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ขณะนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หน่วยความมั่นคงก็ต้องทำงาน แต่การกระทำใดที่จะไปกระทบกระเทือนการแสดงสิทธิเสรีภาพ ตนคิดว่าคนที่ทำแบบนั้นควรคำนึงถึงขอบเขตใช้สิทธิเสรีภาพของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือการชุมนุมต่างๆ เราต้องให้เกียรติกัน เราต้องไม่จาบจ้วงหรือใช้วาจาที่ไม่สุภาพ ต่อบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แม้ตนจะเป็นผบ.ทบ. แต่สิ่งที่ตนพูดนั้นในฐานะคนไทย ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ว่าแต่ละท่าน จะอะไร ขอให้นึกย้อนกลับไป คงจะรู้สึกเสียใจ แม้ประชาชนบางส่วนบางกลุ่มจะไม่พอใจ ตนขอฝากสื่อมวลชน
สั่งหน่วยความมั่นคงเข้าไปดูแล
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ตนขออนุญาตอ้างถึงสำนักข่าวบีบีซีไทย ซึ่งตนได้ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2558 คือทฤษฎีสมคบคิด หรือเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ฝากให้ทุกคนไปดู เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และปัจจุบันตนมองแล้วว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเป็นกระบวนการ คล้ายคลึงกับทฤษฎีสมคบคิด มีหลายคนพยายามอธิบายความหมายในทฤษฎี สมคบคิด ซึ่งข้อมูลของบีบีซีไทยได้พูดถึงนิสิตนักศึกษาผู้มีความรู้ นำมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในส่วนของกองทัพเองได้เฝ้ามอง ติดตามแต่ไม่คุกคาม รวมถึงนายกฯ ก็ไม่เคยมีคำสั่ง เพียงแต่ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแล ผู้ชุมนุมให้เกิดความเรียบร้อย และประสานกับตำรวจ แม้แต่จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าบก.ทบ. เราไม่ได้มีมาตรการอะไรและตนไม่ได้ ติดใจอะไร
เมื่อถามว่าขณะนี้ม็อบชุมนุมขยายวงกว้างและพูดในเชิงลักษณะหมิ่นสถาบัน พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานความมั่นคง เข้าไปดูจะให้ตนเตือนสติ คงจะลำบาก แต่อยากให้ไปดูว่า ตนเองกลายเป็นหนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่
เมื่อถามว่าทฤษฎีนี้มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ตนเป็นผบ.ทบ. จะพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
งัดบันทึกสมรภูมิรบ-ชูสามัคคี
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ตนได้มีโอกาส อ่านหนังสือ “ปฏิบัติการลับในสมรภูมิรบ บันทึกประวัติศาสตร์การทหาร” ที่เพิ่งค้นพบโดย ดร.ทิพภานิดา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา บุตรสาว พล.ต.จักรชัย ศุภางคเสน ได้เขียนถึงเรื่องราวในปี 2475 ว่า ความรักความสามัคคีเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดในชาติไทย ถึงแม้จำเป็นที่จะต้องทำ แต่ความสามัคคีกันเพื่อให้ผ่านอุปสรรคไปได้ ขณะที่รัฐบาลและกองทัพบกก็มีเรื่องที่ท้าทาย จะต้องดำเนินการในอนาคตเนื่องจากประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไทยก็เป็นต้นแบบและตัวอย่างของหลายประเทศ อยากให้มีความสามัคคีและผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้
เมื่อถามว่ามีความพยายามปลุกเหตุการณ์ปี 2475 ขึ้นมาอีกครั้ง พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ เมื่อถามว่าจะมีการซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือไม่เพราะนักการเมืองเป็นห่วง พล.อ.อภิรัชต์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “คงไม่หรอก”
ส่วนที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวการเมือง ฉีกรูปผบ.ทบ.นั้น พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวติดตลกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้แบตแมนรีเทินไปจัดการ เพราะเพนกวินแพ้แบตแมน (จากภาพยนตร์แบตแมน ตอน ศึกมนุษย์เพนกวินกับนางแมวป่า)
ขวางยื่นตุง 3 หาง-สะตวงให้นายก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ ธนวัฒน์ วงค์ไชย ได้โพสต์รูปเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจได้ขี่รถวนไปมาบริเวณหน้าบ้านตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ พร้อมโพสต์ข้อความเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า “เช้าวันนี้มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดักรอหน้าบ้าน ล้อมหมด กะว่าถ้าออกมาแล้วจะอุ้มเลยอย่างนั้นหรือ สาเหตุคงเพราะการที่บอลเตรียมไปมอบตัว 3 หาง ต้อนรับประยุทธ์มาเชียงใหม่ เลียเผด็จการด้วยการคุกคามและละเมิดสิทธิประชาชน แล้วก็ใช้ มุขเดิม คืออ้างว่านายสั่งมา ถามจริงๆ ว่านายของคุณคือประชาชนหรือผู้มีอำนาจครับ นี่คือพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของคนที่อ้างตนว่าเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” แต่กลับคุกคามประชาชน”
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม ทราบว่าเจ้าของโพสต์คือ นายธนวัฒน์ วงค์ไชย อดีตประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักกิจกรรมทางการเมืองและอดีตผู้จัดงาน วิ่งไล่ลุง รายละเอียดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนโพสต์เฟซบุ๊ก ว่า พรุ่งนี้พล.อ.ประยุทธ์จะมาที่เชียงใหม่ บอลเตรียมตุง 3 หาง ไปต้อนรับท่านเรียบร้อย แล้วพบกันนะครับ พอเช้าวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ 4-5 คนขี่รถวนเวียนบริเวณหน้าบ้าน จนเข้ามาสอบถามคนในบ้านว่าตนอยู่บ้านหรือไม่ และพยายามสอบถามรายละเอียดว่า รู้หรือไม่ว่าวันนี้ตนจะไปทำอะไร เจ้าหน้าที่ชุดนี้ใช้เวลาเฝ้าหน้าบ้านตนประมาณ 3 ชั่วโมงจนแต่ใจว่าตนไม่สามารถเดินทางไปมอบตุง 3 หางให้นายกฯ ได้ทัน เจ้าหน้าที่ชุดนี้จึงเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการกระทำอย่างนี้เป็นการคุกคามและปิดกั้นการแสดงความเห็นของประชาชน
นายธนวัฒน์กล่าวต่อว่า สำหรับการนำตุง 3 หางตามความเชื่อของล้านนาว่าเป็นสิ่งที่นำศพเข้าป่าช้าเพื่อฌาปนกิจ การที่ตนจะนำไปมอบให้นายกฯ ต้องการสื่อว่า นายกฯ เป็นสิ่งตายซากทางการเมือง ที่นับวันถอยหลังจะอยู่ในอำนาจ และอีกอย่างที่เตรียมไว้มอบให้ นายกฯ ในวันนี้คือสะตวง ตามความเชื่อ ใช้ในการสุดถอนศพตายโหง ซึ่งการไปมอบให้ ต้องการให้สุดถอน 3 สิ่ง การยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญ และการหยุดคุกคามประชาชน

เตรียมอุดมก็ไล่ – นักเรียนเตรียมอุดมศึกษา แฟลชม็อบท่ามกลางสายฝนขับไล่รัฐบาลเผด็จการ บริเวณลานเสาธงหน้า (ศาลาพระเกี้ยวแก้ว) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถ.พญาไท กทม. เมื่อวันที่ 24 ก.ค.
นักเรียนเตรียมอุดมไล่‘ตู่’
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ลานเสาธงหน้า (ศาลาพระเกี้ยวแก้ว) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถ.พญาไท กลุ่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมจำนวนกว่า 300 คน ได้จัดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเผด็จการ ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุบริหารประเทศล้มเหลว และไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากเผด็จการทหาร โดยผู้นำนักเรียน ได้เขียนแผ่นป้ายข้อความและพูดผ่านเครื่องขยายเสียงเพื่อเรียกร้อง 3 ข้อ โดยกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมได้ร่วมกันเปล่งเสียงข้อเรียกร้อง ให้ยุบสภา ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เลิกคุกคามประชาชน พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว และเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องสว่าง
สำหรับการจัดกิจกรรมชุมนุมดังกล่าวทางคณะนักเรียนได้นำผ้าสีขาวและปากกาเตรียมไว้ให้ผู้ที่ร่วมชุมนุมได้เขียนแสดงความคิดเห็นด้วย ระหว่างการชุมนุมได้มีฝนตกลงมาอย่างแรง ทำให้คณะนักเรียนต้องเคลื่อนย้ายเข้าไปชุมนุมในอาคารศาลาพระเกี้ยวแก้วและตามทางเดินของอาคารแทน โดยการชุมนุมใช้เวลาประมาณ 40 นาที และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
‘มอกะเสด’ชุมนุมกลางฝน
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กลุ่มนิสิตภายใต้ชื่อ “มอกะเสด (KU Daily)” จัดงานชุมนุม “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ต่อเนื่องหลังจากที่กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย (สนท.) และกลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้จัดกิจกรรมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคาม คนเห็นต่าง ยุบสภา และแก้รัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศก่อนการชุมนุมยังคงมีฝนตกลงมาโปรยปรายตลอดเวลา แต่ก็มีผู้คนทั้งนิสิตนักศึกษาและประชาชนหลากหลายช่วงอายุทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมพากันถือป้ายแสดงข้อความหลากหลาย อาทิ “ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้” โดยแจกจ่ายอาหารและน้ำให้ผู้ชุมนุมด้วย
ขณะเดียวกัน แกนนำได้ประกาศขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเก็บภาพของ ผู้เข้าชุมนุมให้หยุดการกระทำเนื่องจากเป็น การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ต่อมา พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน. บางเขน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยของการจัดกิจกรรม โดยได้กล่าวตักเตือนกลุ่มผู้จัดงาน ให้จัดกิจกรรมด้วยความระมัดระวัง ทั้งจากโรคโควิด-19 และจากบุคคลอื่นๆ พร้อมชี้แจงข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้ยังคงอยู่ภายใต้กรอบของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ซึ่งผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือในการรับฟังเป็นอย่างดี
น.ศ.นวชีวินถูกสถาบันคุกคาม
ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ ตัวแทนแนวร่วมนวชีวิน New Life Network ที่มาทำกิจกรรมอดอาหารประท้วงรัฐบาล เพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้อง กล่าวว่า วันนี้ตนจะเริ่มอดข้าวและดื่มน้ำเพียงอย่างเดียว ซึ่งการที่กลุ่ม นวชีวินเข้าร่วมกับภาคีนักศึกษาศาลายานั้น เพื่อหวังว่าการมาถี่ๆ ของกลุ่มนักศึกษา และมาใกล้ทำเนียบขนาดนี้ ขอให้ฟังกันบ้าง และขอให้รับข้อเสนอเพื่อไปทำให้ดีขึ้น ถ้าทำให้ดีขึ้นไม่ได้ ก็ให้รีบออกไปจะดีกว่า เพราะสถานการณ์ขณะนี้ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ปากท้องของคนยากจน คนไร้บ้าน และคนชายขอบเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรเปิดทางให้คนที่มีวิสัยทัศน์ หรือคนที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้เข้ามาแทน
“ถึงแม้ว่าผมอดข้าวแล้วรัฐบาลยังไม่ยอมออก ก็จะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ ผมจะอดข้าวไปจนกว่าจะไม่ไหว แล้วมีคนมารับไม้ต่อ ถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหา ในปัญหา ที่ควรได้รับการแก้ไขสูงสุดทั้งที่เป็นปัญหาเร่งด่วนสูงสุดได้ เราจะยกระดับการชุมนุมไปเรื่อยๆ แต่ก็อยู่ที่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไร” นายภูมิวัฒน์กล่าว
ด้านนายสัณหณัฐ ศรัทธาพร หนึ่งในสมาชิก แนวร่วมนวชีวิน เผยว่า ตนถูกอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่สืบค้นตามหาตัว รวมถึงส่งข้อมูลให้นายกสโมสรนักศึกษาเป็นผู้สืบและติดตามข้อมูลส่วนตัวซึ่งควรจะถูกเก็บไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยส่วนตัว และได้แคปหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว รวมถึงโพสต์ไปด้วย
“ขณะนี้ผมรู้สึกไม่สบายใจและเป็นกังวลมาก ปกติเวลาทำกิจกรรมก็โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ติดตามมากพออยู่แล้ว แต่ขณะนี้ แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยที่ศึกษาอยู่ ยังรู้สึกว่า ไม่มีความปลอดภัยที่ทางมหาวิทยาลัยมีท่าทีอย่างนี้ต่อนักศึกษาที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง” นายสัณหณัฐกล่าว
อุดรฯก็คึก-ชุมนุมนับพัน
ที่บริเวณลานน้ำพุ สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดกิจกรรม “อุดรสิบ่ทน” กลุ่มนักศึกษา กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นักศึกษาอุดรธานี, กลุ่มดอกจานบานที่อุดรธานี, กลุ่มเยาวชนอุดรปลดแอก มีกลุ่มเยาวชนเริ่มทยอยกันมารวมตัว เพื่อแสดงพลัง การต่อต้านรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาล รับผิดชอบกับการบริหารประเทศที่ผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงค่ำมีผู้เข้าร่วมชุมนุม ร่วม 1 พันคน บรรยากาศเป็นการชุมนุม แบบไร้แกนนำ นักเรียนนักศึกษา ผลัดเปลี่ยนการขึ้นพูดผ่านเครื่องขยายเสียง ผู้ชุมนุมเขียนป้ายข้อความต่างๆ เช่น “พึงเป็นอยู่เพื่อประชาชน ไม่ใช่เผด็จการ” “เอานาฬิกาคืนมา” “คืนอำนาจให้ประชาชน” เป็นต้น
จากนั้น นายพริษฐ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ได้ขึ้นมาพูดด้วย โดยสวมใส่เสื้อ ไอเลิฟ ประยุทธ์ จากนั้นมีการสลับเปลี่ยนจากการพูดปราศรัย เป็นขับกล่อมดนตรี โดยมีอดีตแกนนำของกลุ่มคนรักประชาธิปไตย นักการเมืองท้องถิ่น มาคอยเฝ้าสังเกตการณ์จำนวนหลายคน
โคราชชุมนุม‘โน เผด็จการ’
หลังจากมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชี่ยล เชิญชวนชาวโคราชนัดรวมตัวกัน ภายใต้ #โคราชจะไม่ทน ที่ลานข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา ร่วมแสดงอุดมการณ์ Korat No เผด็จการ เพื่อต่อต้านเผด็จการและทวงคืนประชาธิปไตยแก่ประเทศชาติและประชาชน โดยกำชับให้ทุกคนที่เข้าร่วมอย่าลืม ใส่แมสก์ พกเจลล้างมือ และรักษาระยะห่างด้วยนั้น
เมื่อช่วงเย็นวันนี้ เวลา 17.00 น. กลุ่มแกนนำ Korat No เผด็จการได้กางเต็นท์ เก้าอี้ จัดเตรียม สถานที่เอาไว้รองรับผู้มาร่วมชุมนุม ซึ่งมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ และประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาเดินทางมาเข้าร่วม ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์กว่า 1,000 คน ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของบรรดาเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 200 นาย พร้อมกันนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำหวาน คอยตรวจสแกนอาวุธก่อนเข้าโซนนิ่งพื้นที่การชุมนุมด้วย
เตือนหยุดใช้สถาบันโจมตีนศ.
นายปฏิภาญ สมภารเพียร นักศึกษา ม.ราชภัฏ นครราชสีมา และนักศึกษาจาก ม.เทคโนโลยีสุรนารี, ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขต นครราชสีมา และนักเรียนมัธยม จาก ร.ร. ราชสีมาวิทยาลัย และ ร.ร.สุรนารี วิทยา แกนนำ ได้แจกกระดาษโปสเตอร์ปากกาให้กับผู้เข้าร่วม ชุมนุมกว่า 1,000 คน ได้เขียนแสดงเจตนารมณ์ ก่อนจะเริ่มชูป้ายข้อความพร้อมกัน และยังได้นำเสื้อและพวงกุญแจที่มีรูปการ์ตูนสัญลักษณ์ “วิ่งไล่ลุง” มาจำหน่ายในราคาพิเศษ แถมเจลล้างมือ หารายได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วย
ผู้ชุมนุมต้านเผด็จการ ในนาม “กลุ่มนิสิต นักศึกษา เยาวชนคนโคราช เพื่อประชาธิปไตย” ได้ชูป้ายไวนิลแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 4 ประการ ไปถึงรัฐบาล “ให้หยุดใช้สถาบันโจมตีนักศึกษา, ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่, ให้ยุบสภา และให้หยุดคุกคามประชาชน” ซึ่งมีตัวแทนสลับกันขึ้นไฮด์ปาร์ก ผัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตีรัฐบาล ระบุไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศชาติได้ และทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ เรียกร้องประชาธิปไตย กลับคืนสู่ประชาชน และพร้อมใจกันชูมือแสดงสัญลักษณ์ เปิดเเฟลชมือถือและร่วมกันแสดงพลัง จนถึงเวลา 21.00 น.จึงสลายตัว