หลวงปู่คูณ ตุฏฐจิตโต
สำนักสงฆ์โนนศรีทอง
คอลัมน์ มงคลข่าวสด
“หลวงปู่คูณ ตุฏฐจิตโต” เจ้าสำนักสงฆ์โนนศรีทอง (วัดบ่อ) ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พระเกจิอาจารย์อีกรูปที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
ปัจจุบันสิริอายุ 81 ปี พรรษา 28
มีนามเดิม คูณ ดีสำโรง เกิดเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2481 ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บิดา-มารดา ชื่อ นายเขียว และนางเจียม ดีสำโรง ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ทำนา
จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน ออกมาช่วยงานครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง ด้วยความที่มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรม พร้อมพี่ชาย ขอให้บิดา-มารดานำไปบรรพชาศึกษาพระธรรมวินัย กับหลวงพ่อก้อน ที่วัดบ้านห้วยสะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
รวมทั้งฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคมด้วย ซึ่งหลวงพ่อก้อนเมตตาถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ ให้อย่างไม่ปิดบัง รวมทั้งสอนการอ่านเขียนภาษาบาลี
หลังจากศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ 4 ปี จึงกราบลาเดินทางไปกราบขอฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาการใช้พืชสมุนไพรรักษาโรค ควบกับวิทยาคมจากหลวงพ่อเหลือ ปภาโส วัดหนองถ้ำ จ.ลพบุรี
อยู่ที่วัดหนองถ้ำนานถึง 6 ปี แต่ด้วยความจำเป็นต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติ จึงต้องลาสิกขา
หลังพ้นภาระรับใช้ชาติกลับมาใช้ชีวิตฆราวาสอยู่ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บ้านเกิด ตลอดเวลาได้ใช้ความรู้วิชาสมุนไพรรักษาชาวบ้านคนยากคนจน คิดเพียงค่าบูชาครูไม่กี่บาท
จนถึงปีพ.ศ.2535 ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ร่มธรรมอีกครั้ง เข้าพิธีอุปสมบทที่อุโบสถวัดหลุมข้าว อ.ปักธงชัย โดยมีพระครูบวรชัยธวัช เป็นพระอุปัชฌาย์
จำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงปู่เลื่อน วัดมนต์ฆาวาส ต.เกษมทรัพย์ อ.ปักธงชัย ซึ่งเป็นพระพี่ชายระยะหนึ่ง จึงออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะป่าเขาตามรอยตะเข็บติดต่อกับประเทศกัมพูชา เพื่อแสวงหา โมกขธรรม

เมื่ออายุมากขึ้นจึงหวนกลับมาจำพรรษาอยู่วัดมนต์ ฆาวาส ต.เกษมทรัพย์ อ.ปักธงชัย และช่วงนี้ยังคงใช้ความรู้หมอยาพื้นบ้าน รักษาช่วยเหลือญาติโยมที่เจ็บป่วยตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่คิดค่ารักษาเหมือนเดิม
ปัจจัยที่ญาติโยมบริจาคนำไปบริจาคสมทบช่วยวัดโกรกสำโรง อ.ครบุรี จ.นครราช สีมา สร้างอุโบสถจนแล้วเสร็จ
ต่อมาญาติโยม ชาวบ้านในพื้นที่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กราบนิมนต์ท่านให้มาพัฒนาสำนักสงฆ์โนนศรีทอง ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ร้างตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าทุรกันดารห่างไกลจากหมู่บ้าน โดยชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกกันว่า วัดบ่อ เนื่องจากในบริเวณวัดนั้นมีบ่อน้ำซับอยู่หนึ่งบ่อ
รับนิมนต์และร่วมแรงร่วมใจกับญาติโยมในพื้นที่พัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ ตั้งแต่พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน
เป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัย วัตรปฏิบัติดี เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนชาวอำเภอปักธงชัยและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจึงมีญาติโยมจำนวนมากเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เสริมความเป็นสิริมงคลกับท่านอย่างไม่ขาดสาย
นอกจากนี้ ยังเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ ภายในบริเวณสำนักสงฆ์แห่งนี้ท่านจะห้ามไม่ให้มีการตัดต้นไม้อย่างเด็ดขาด และในแต่ละปีจะร่วมกับพุทธศาสนิกชนปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลก
ส่วนหลักธรรมคำสอนที่พร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอด เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท และให้ยึดศีล 5 ไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพียงเท่านี้จะทำให้ชีวิตพานพบแต่ความสุขความเจริญ
เป็นพระเถระอีกรูปที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ