คนส.หนุนกลุ่มเยาวชน
จี้ยุติคุกคาม-ดำเนินคดี
บิ๊กแดงปัดปม‘น้ำตาริน’
สส.โต้ทฤษฎีสมคบคิด
ลายจุดนัดกินแมควันนี้
โพลชี้คนไทยเชื่อม็อบนักศึกษามากันเองไร้คนชักใย คนส.หนุนน.ร.-นิสิต-นักศึกษาชุมนุมทางการเมือง ย้ำเป็นสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง ห้ามดำเนินคดีกับเยาวชนที่แสดงออก ร้องขอผู้ปกครองช่วยกันปกป้องเด็ก อย่าตกเป็นเครื่องมือของเผด็จการ คนสนิทบิ๊กแดงแจงปมน้ำตาริน แค่น้ำตาคลอเพราะอายุมาก ส.ส.ก้าวไกลโต้กลับอย่าคิดว่าคนอื่นจะอยู่ในทฤษฎีสมคบคิดเหมือนตัวเอง
■ โพลชี้ไร้เบื้องหลังม็อบเยาวชน
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม็อบเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เก็บข้อมูลแบบผสมผสาน ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชี่ยล จำนวน 1,308 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-23 ก.ค.ที่ผ่านมา ถึงใครอยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชน ร้อยละ 77.0 ระบุ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เยาวชนออกมากันเอง ร้อยละ 23.0 ระบุมี เช่น ต่างชาติ นักการเมืองและ นักเคลื่อนไหวการเมือง ที่น่าพิจารณาคือ ข้อแนะนำต่อม็อบเยาวชนกับสถาบันหลักของชาติ พบว่า ร้อยละ 98.1 ระบุอย่าพาดพิง อย่าก้าวล่วง สถาบันหลักของชาติ ร้อยละ 1.9 ระบุแล้วแต่ม็อบเยาวชนใช้ดุลพินิจ
เมื่อถามถึงคณะบุคคลที่พร้อมออกมา ปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ร้อยละ 85.7 ระบุประชาชนทุกคน ร้อยละ 84.3 ระบุทุกภาคส่วน ร้อยละ 82.5 ระบุ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 82.1 ระบุกองทัพ และร้อยละ 81.2 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ
■ คนส.หนุนม็อบน.ร.
วันเดียวกัน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง สนับสนุนการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ระบุว่า การชุมนุมทางการเมืองกำลังขยายตัวอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ผู้เข้าร่วมมีทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนกลุ่มต่างๆ สถานที่จัดการชุมนุมมีทั้งสถานศึกษา พื้นที่สาธารณะ และบริเวณที่มีความสำคัญทางการเมือง รูปแบบการชุมนุมมีความหลากหลาย มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงออกข้อเรียกร้อง ความคับข้องใจ ตลอดจนความใฝ่ฝันและจินตนาการใหม่ เป็นการตื่นตัวทางการเมืองของคนในประเทศที่กระจายไปทุกกลุ่ม ทุกเพศสภาพ และทุกช่วงวัย อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เนื่องจากต่างตระหนักร่วมกันในปัญหาที่ประเทศประสบอยู่ภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน
ขณะเดียวกันก็มีความพยายามหยุดยั้งการชุมนุมในหลายลักษณะ นับตั้งแต่การอ้างข้อกฎหมายห้ามชุมนุม การออกประกาศไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัยและโรงเรียน หรือการกดดันผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอธิการบดีหรือคณบดีของมหาวิทยาลัย และผอ.โรงเรียนหรือครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนมัธยม ให้หยุดยั้งการเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา และนักเรียน ขณะเดียวกันก็ข่มขู่คุกคามผู้จัดกิจกรรมให้ยกเลิก และหากไม่ปฏิบัติตามก็จะตั้งข้อหาดำเนินคดีตามมา ด้วยหวังว่าจะก่อให้เกิดความเข็ดหลาบพร้อมกับปรามผู้จะทำตามในเวลาเดียวกัน
■ ย้ำสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง
คนส.เห็นว่าการชุมนุมเป็นสิทธิและเสรีภาพของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ไม่สามารถอ้างกฎหมายหรือระเบียบใดละเมิดได้ จึงขอแสดงจุดยืนดังนี้
1.เจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ขัดขวางการชุมนุมที่เกิดขึ้นโดยสงบและปราศจากอาวุธ ไม่ว่าจะด้วยการอ้างข้อกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือการใช้กำลังซึ่งหน้า รวมไปถึงการข่มขู่คุกคามในลักษณะต่างๆ ทั้งที่ผ่านผู้บริหารสถานศึกษาและต่อตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา อาจารย์ หรือประชาชนผู้เข้าร่วม โดยเฉพาะต้องละเว้นการข่มขู่ในรูปแบบใดๆ ที่กระทำต่อนักเรียนที่ยังอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ไม่ว่าจะกระทำต่อนักเรียนโดยตรง หรือกดดันผ่านผู้ปกครอง หรือสถานศึกษาในทุกรูปแบบ
2.ผู้บริหารสถานศึกษาทั้งในระดมอุดม ศึกษาและมัธยมศึกษา จะต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรม ในการทำให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพ โดยต้องไม่ขัดขวางหรือข่มขู่คุกคามการแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงอาจารย์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในรูปของการเสวนาทางวิชาการหรือว่าการชุมนุมโดยสงบ
3.เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องไม่ตั้งข้อหานักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ชุมนุม และจะต้องยุติการดำเนินคดีที่มีก่อนหน้า
4.พ่อแม่ผู้ปกครองพึงส่งเสริมการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และยืนหยัดคุ้มครองและปกป้องสิทธิและเสรีภาพของเด็กนักเรียน เนื่องจากตอนนี้การคุกคามพุ่งเป้าไปที่เด็กนักเรียนที่เปราะบางต่อการถูกใช้อำนาจบังคับและลงโทษจากระบบโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองต้องไม่เป็นเครื่องมือในการระงับการแสดงออกหรือกลายเป็นเครื่องมือส่งต่อการใช้อำนาจเผด็จการ
คนส. พร้อมสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือนักเรียน นิสิต นักศึกษา อาจารย์ รวมทั้งประชาชนที่ประสบการขัดขวาง ข่มขู่คุกคาม รวมทั้งการตั้งข้อหาดำเนินคดีจากการชุมนุม ทั้งการสนับสนุนทางวิชาการ และปฏิบัติการภายใต้หลักประชาธิปไตยสากล การประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการประกันตัว ตลอดจนการสร้างเครือข่ายให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนต่างๆ หากต้องถูกดำเนินคดีการเมือง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรมด้วยกัน ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน
■ บิ๊กแดงติงสื่อปมน้ำตาคลอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสื่อมวลชน ลงข่าวพาดหัว “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. น้ำตาคลอ ขณะสัมภาษณ์ออกมาเตือนนักศึกษาอย่าจาบจ้วงสถาบัน ใช้คำผรุสวาท ไม่เหมาะสม พร้อมลงภาพโฟกัสไปที่ตาโดยสื่อบางสำนักระบุว่า “บิ๊กแดง น้ำตาริน”
โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดพล.อ.อภิรัชต์ เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ ไม่สบายใจที่สื่อไปพาดหัวข่าวแบบนั้น อาจเป็นเพราะคิดในเชิงลบ การที่มีน้ำตาคลอเป็นเรื่องปกติของคนอายุมาก บางครั้งตาจะแห้ง จนต้องหยอดน้ำตาเทียม หรือบางครั้ง นั่งเฉยๆ น้ำตายังไหลออกมาเองเลย
“เมื่อวานนี้พล.อ.อภิรัชต์ ไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีสาเหตุหรือสถานการณ์อะไรที่จะต้องร้องไห้ แต่น้ำตาคลอ เพราะอายุมากแล้ว ตาก็จะเป็นแบบนี้ อีกหน่อยให้นักข่าวแก่อายุ 60 บ้าง จะรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องตาแบบนี้เหมือนกัน” แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว และว่า ทั้งนี้พล.อ.อภิรัชต์ ยังปรารภกับคนใกล้ชิดด้วยว่า อีกไม่กี่วันก็ไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้แล้ว เกษียณแล้ว
■ ส.ส.ซัดกลับทฤษฎีสมคบคิด
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล และส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค กล่าวกรณี พล.อ.อภิรัชต์แสดงความเห็นต่อกรณีการชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยในตอนหนึ่งอ้างถึงคือทฤษฎีสมคบคิด ว่าการพูดถึงทฤษฎีสมคบคิดอยากถามว่า พล.อ.อภิรัชต์มีหลักฐานมีข้อมูลอ้างอิงอะไรหรือไม่ จริงๆ คือการมั่วข้อมูล เต้าข่าวขึ้นมา ใช้ศัพท์เทคนิคเพื่อให้คำพูดตัวเองดูดี ถ้ามีทฤษฎีสมคบคิดใดๆ เกิดขึ้น ขอให้เปิดหลักฐานเพราะการพูดเช่นนี้เหมือนเป็นการดิสเครดิตของอีกฝ่ายหนึ่ง อย่าใช้คำพูดเท่ๆ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามดูแย่ลง ฟังประโยคที่พล.อ.อภิรัชต์พูดไม่ได้ยินว่ามีหลักฐานอะไรหรือมีข้อมูลอ้างอิงอะไร
“คนที่พูดถึงทฤษฎีสมคบคิดต้องถามตัวเองว่าเคยอยู่ในทฤษฎีสมคบคิดในการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 หรือไม่ ต้องถามกลับว่าอยู่เป็นกลไกทฤษฎีสมคบคิดในการยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ คนที่เคยเป็นกลไก เป็นเครื่องมือ อย่าคิดว่าคนอื่นอยู่ในทฤษฎีสมคบคิดเหมือนตัวเอง การแสดงพลังของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และเยาวชน คือหลักฐานที่บอกว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีอิสระพอสมควร เกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ดดาวกระจายแบบนี้ สะท้อนว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังหรือบงการ” นายวิโรจน์ กล่าว
■ ‘ธนาธร’ติงเลือกปฏิบัติ
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดจาก จ.พิษณุโลก จัดรายการ “ก้าวหน้า Talk : คุณถาม เราตอบ” เป็นตอนที่สอง กล่าวถึงกรณีผบ.ทบ.ออกมามีท่าทีต่อการชุมนุมของนักศึกษาว่า ในประเทศที่มีประชาธิปไตยเข้มแข็งผู้นำกองทัพไม่มีอำนาจออกมาให้ความคิดเห็นทางการเมืองเช่นนี้ แต่ปัจจุบันกองทัพไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาล กองทัพไม่มีความยึดโยงกับประชาชน เราจะเห็นได้ตลอดว่าผู้นำกองทัพคนปัจจุบันแถลงข่าวแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง และที่สำคัญเราจะเห็นได้ชัดถึงการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างชัดเจน ระหว่างการตอบรับนักศึษา-ประชาชนที่มารวมตัวหน้ากองทัพบก เพื่อถามถึงท่าทีดูถูกดูแคลนที่ออกมาจากอดีตรองโฆษกกองทัพบก ที่มีการปิดประตูใส่ แต่ขณะเดียวกันอีกฝั่ง นำโดยนายสาธิต เซกัล ขอเข้าพบ ผบ.ทบ. กลับมีการเปิดบ้านต้อนรับเป็นอย่างดี
“บทบาทของกองทัพที่ดีที่เหมาะสมในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย คือกองทัพออกมาให้ความเห็นทางการเมืองไม่ได้ นี่เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ ภารกิจของกองทัพง่ายๆ สั้นๆ ตรงไปตรงมา คือสร้างกองทัพที่มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง พร้อมปกป้องประเทศหากมีการรุกรานเท่านี้เอง การบริหารประเทศเป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ” นายธนาธรกล่าว
■ ถามจริงใจรับฟังนักศึกษาหรือไม่
จากนั้นมีการส่งคำถามถึงการชุมนุมของนักศึกษา ที่มีกรณีที่อาจตีความได้ว่าหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสถาบัน นายธนาธรกล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาปราศรัยคือปัญหาที่คนรุ่นเราไม่กล้าพูดถึง นี่คือจุดสำคัญของสังคมไทย นักศึกษาได้ตั้งคำถามกับระบบระเบียบที่อยู่ในสังคมไทย แต่คนรุ่นเรามีวุฒิภาวะพอหรือไม่ที่จะเผชิญหน้ากับคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา
“เวลาเราพูดเรื่องนี้เราไม่ได้พูดด้วยความมาดร้ายพยาบาท แต่เราพูดด้วยความหวังดี ว่ามีปัญหาที่นักศึกษา-คนรุ่นใหม่ได้พูดขึ้นมาแล้ว เรากล้ายอมรับมัน เรากล้าเผชิญกับความจริงหรือไม่ เรามีทางเลือกที่จะเอาเรื่องนี้ซุกไว้ใต้พรม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วปล่อยปัญหานี้ให้คนรุ่นเขาจัดการเอง หรือเมื่อรับฟังไม่ได้-ใจไม่กว้างพอที่จะเปิดรับความคิดเห็นเหล่านี้ ก็จับพวกเขาเข้าคุกหรือไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ กำราบปราบปรามพวกเขา แต่อย่าลืมว่านี่คืออนาคตของประเทศ และเราไม่ได้พูดถึงคนหลักสิบหลักร้อย แต่เรากำลังพูดถึงคนเป็นหลักหมื่นหลักแสน ข้อเสนอที่เรียบง่ายก็คือการยอมรับการดำรงอยู่ของปัญหาอย่างตรงไปตรงมา การจะหาทางออกด้วยกันได้เริ่มจากการยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง ถ้าไม่ยอมรับกันตรงนี้แล้ว ไม่มีทางหาทางออกร่วมกันได้” นายธนาธรกล่าว
นายธนาธรกล่าวถึงการโหวตให้ตั้งกรรมาธิการให้รับฟังนักศึกษาว่า ดูเหมือนว่าจะดี แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือด้านหนึ่งตั้งกรรมาธิการขึ้นมาจะรับฟังความเห็น แต่อีกด้านหนึ่งจับยัดเยียดคดี ส่งตำรวจไปที่บ้าน ไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย ตกลงแล้วฝ่ายบริหารมีความจริงใจจะรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาจริงหรือไม่ สุดท้ายคุณไม่ได้ฟังเขาแล้วไปหาว่าเขาจาบจ้วง คำถามที่ต้องถามถือว่าคุณเปิดใจกว้างพอไหมที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริงที่กระอัก กระอ่วนในสังคมไทยที่ไม่มีใครอยากรับฟัง ไม่มีใครอยากพูดถึงในที่สาธารณะ

ไม่มุ้งมิ้ง – กลุ่มเสรีเทยพลัส จัดกิจกรรม ‘ม็อบ..ไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล ร่วมต่อบทหอแต๋วแตกขับไล่เผด็จการ’ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีมวลชนจำนวนมากเข้าร่วม ต่อด้วยแสดงละครล้อการเมืองในช่วงค่ำ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
■ นัดกิจกรรม‘ผ้าเบรกครม.สัญจร’
“คำถามคือเราจะจัดการกับความจริงที่ดำรงอยู่อย่างไร ที่ไม่มีใครอยากพูดในที่สาธารณะ แต่วันนี้มีคนออกมาพูดแล้ว เราจะจัดการกับเรื่องอย่างนี้อย่างไร ผมคิดว่าวิธีจัดการเรื่องอย่างนี้ที่ดีที่สุด คือการยอมรับการมีอยู่ของมัน การเผชิญหน้ากับมันอย่างเป็นผู้ใหญ่ อย่างมีวุฒิภาวะ อย่างตรงไปตรงมา ด้วยท่าที ด้วยความคิดที่ไม่อาฆาตมาดร้าย แต่ด้วยท่าทีที่ส่งให้เห็นถึงความปรารถนาดี ที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันอย่างสันติ” นายธนาธรกล่าว
นายธนาธรกล่าวว่า นักศึกษาเหล่านี้เขาออกมาต่อสู้แทนคนที่ออกมาไม่ได้ เพราะหลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว หลายคนอยากจะออกมาจำเป็นต้องดูแลพ่อแม่ เนื่องด้วยสถานะต่างๆ และสภาพเศรษฐกิจจึงออกมาไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำให้ทุกคนหวาดกลัว ไปเยี่ยมตามบ้าน ข่มขู่ผู้ปกครอง ถ้าเราไม่ออกมาปกป้องพวกเขา ในที่สุดเขาท้อถอยและยุติการต่อสู้เพราะความหวาดกลัว ความเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิด นี่คือช่วงเวลาแห่งความหวัง เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้องพวกเขา
รายงานว่า วันที่ 26 ก.ค. เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป กลุ่มผู้รักประชาธิปไตยมีการจัดกิจกรรม “ผ้าเบรกครม.สัญจร” โดยเชิญชวนให้ร่วมวิ่งเป็นวงกลมพร้อมร้องเพลงแฮมทาโร่ ใจกลางกรุง โดยการวนรถหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
■ แฟลชม็อบพรึบทั่วปท.
เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน มีรถจากกก.ควบคุมฝูงชน 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.สำราญราษฎร์ ตั้งแถวบริเวณหน้าร้านอาหารเมธาวลัย
ต่อมาเวลา 17.30 น. มวลชนกว่า 10 คน พร้อมป้ายผ้าหลากสี สัญลักษณ์กลุ่มความหลากหลายทางเพศ หรือแอลจีบีที รวมตัวหน้าร้านแมคโดนัลด์ เพื่อจัดกิจกรรม “ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล” เพื่อขับไล่เผด็จการ โดยไม่จำกัดเพศและวัย โดยมีตำรวจกว่า 10 นายยืนสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนที่เหลือกระจายกำลังโดยรอบ นอกจากนี้บางส่วนยืนเฝ้าหน้าสวนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกด้วย
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่แยกราชประสงค์ ฝั่งห้างเกษรวิลเลจ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน นายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ แกนนำกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย จัดกิจกรรม “ใส่ดำไว้ทุกข์ประเทศไทย เดินไล่โจรปล้นชาติ” มีกำหนดเส้นทางการเดินเท้าจากถนนราชดำริ ถนนราชปรารถ เลี้ยวซ้ายถนนราชวิถี เข้าสู่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นจุดหมายปลายทาง
โดยก่อนเริ่มกิจกรรมได้ชูสามนิ้วที่ป้าย พร้อมตะโกนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ออกไป พร้อมเปล่งเสียง “เผด็จการ จงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 5 ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่าหลายสิบนาย กระจายกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยของการจัดกิจกรรม ตลอดเส้นทางการเดิน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้รถใช้ถนน ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เจียงฮายบ่เอา – กลุ่มเยาวชนใน จ.เชียงราย พากันรวมตัวกันบริเวณแยกหอนาฬิกา ถ.บรรพปราการ จัดกิจกรรม‘คนเจียงฮาย ก่ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ’เพื่อแสดงพลัง พร้อมเตรียมพริกแห้ง เกลือป่น เผาไล่เผด็จการ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
■ กาญจน์-ปากน้ำก็แน่น
กลุ่มเยาวชนใน จ.เชียงราย ได้ไปรวมตัวกันบริเวณแยกหอนาฬิกา ถ.บรรพปราการ อ.เมือง จ.เชียงราย กว่า 1 พันคน เพื่อจัดกิจกรรมแสดงพลังขับไล่เผด็จการและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยใช้ชื่อการนัดหมายว่ากิจกรรม “คนเจียงฮายก่ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ” ซึ่งได้มีการนัดให้นำหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ พริกแห้ง เกลือป่น ติดตัวไปมาด้วยเพื่อเผาไล่เผด็จการไปพร้อมกัน
โดยแกนนำยังแจ้งว่าจะมีผู้เดินทางไปร่วมคือ นายอานนท์ นำพา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน), นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว), นายธนวัฒน์ วงค์ไชย (บอล) ฯลฯ ช่วงต้นมีการแจ้งนัดกำหนดการ ปิดถนนบริเวณสี่แยกโดยมีการประสานกับ สภ.เมืองเชียงราย ให้อำนวยความสะดวก การถือป้ายข้อความต่างๆ มีมวลชนทยอยไปร่วมกันช่วงเย็นประมาณ 500 คน และทางแกนนำประกาศว่าจะปิดเวทีเวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 17.00 น. นัดชุมนุมที่ข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมือง จ.ลำปาง
กลุ่มเยาวชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในกทม. อายุระหว่าง 20-22 ปี ใช้ชื่อกลุ่มว่า “กาญจน์ปลดแอก” รวมตัวเพื่อแสดงสัญลักษณ์ขับไล่รัฐบาลที่บริเวณหน้าศาลาขุนแผน ถ.หลักเมือง เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดย พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน รรท.ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สันติบาล และเจ้าหน้าที่ สห.มทบ.17 คอยสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีแนะนำกลุ่มนักศึกษาให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทุกคนต่างก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
สำหรับนักศึกษากลุ่ม “กาญจน์ปลดแอก” ที่มารวมตัวกันในวันนี้ได้มีข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลใน 3 ข้อคือ 1.ขอให้รัฐบาลยุบสภา 2.ให้รัฐบาลหยุดคุกคามคนเห็นต่าง และ 3.เรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ การรวมตัวของกลุ่มนักศึกษาชาวจังหวัดกาญจนบุรีในครั้งนี้ ไม่มีผู้ใดเป็นแกนนำ โดยเมื่อถึงเวลา 18.00 น. กลุ่มนักศึกษาได้พร้อมใจกันร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียง อีกทั้งมีการชู 3 นิ้วเพื่อแสดงสัญลักษณ์อีกด้วย โดยหลังจากร้องเพลงชาติแล้วเสร็จ ทุกคนต่างก็ได้แยกย้ายกันกลับอย่างสงบ
ส่วนที่หอคอยชมเมืองสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ประชาชนจำนวนมากจัดชุมนุม #ใครทนสมุทรปราการจะไม่ทน โดยจุดมุ่งหมายของการชุมนุมได้เน้นย้ำว่าเป็นการสู้เพื่ออนาคตของเรา ประชาธิปไตยเป็นของทุกคน เราไม่เอาเผด็จการ
■ บ.ก.ลายจุดนัดหม่ำเบอร์เกอร์
ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หัวหน้าพรรคเกียน นักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก นัดกิน ณ แมคโดนัลด์ สาขาราชดำเนิน ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันอาทิตย์ภายใต้คำขวัญ #กรูหิวกรูไม่ทน โดยระบุว่า
“ข้าพเจ้า บก.ลายจุด ในนามของประชา ชนปลดกระดุม ขอแจ้งกิจกรรมกินแมคฟรี ภายใต้คำขวัญ #กรูหิวกรูไม่ทน ณ แมคโดนัลด์ สาขาราชดำเนิน ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค เวลา 16.00 น. #ให้มันย่อยในพุงของเรา”
โดยนายสมบัติโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “รหัสลับแมคโดนัลด์ มีคนหวังดีบอกว่า ถ้าผมเลี้ยงแมคฟรี จะมีคนแอบเนียนมากินด้วย ผมจะคัดกรองอย่างไร เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ผมได้เตรียมแผนไว้แล้ว ผมจะมีรหัสลับซึ่งรู้กันในเฉพาะกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยเท่านั้น คือผมจะพูดรหัสว่า “ประยุทธ์………”แล้วคนที่ต้องการกินแมคฟรีต้องตอบกลับมาในรหัสที่ถูกต้อง ถ้าผิดผมจะไม่แจก เพราะถือว่าไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย พูดแค่นี้ทุกคนที่ติดตามผมคงรู้แล้วใช่มั้ยครับว่า รหัสนั้นคือคำว่าอะไร”