คนที่ให้การขับรถไม่เกิน80
ตร.แจงปมโคเคนใช้รักษาฟัน
บิ๊กตู่ให้รอผลสรุปกก.ชุดวิชา

ช็อกคดี‘บอส’ขับช้า พยานปากเอกขี่จยย.ชนดับ เฉี่ยวคันหน้าคว่ำ หัวฟาดพื้นที่เชียงใหม่ คู่กรณีบาดเจ็บ ผกก.สภ.ภูพิงค์ เผยผลตรวจเมาขับทั้งคู่ ‘บิ๊กตู่’ ให้รอฟังผลสอบจากกก. ที่ตั้ง กมธ.ตำรวจเผย เชิญนายพลตร.แจง ระบุสารโคเคน แค่ส่วนผสมในยารักษาฟัน กมธ. 3 คณะ นัด 5 ส.ค.ประชุมร่วมฟัง ตำรวจ-อัยการ-พยานเข้าชี้แจง ผบ.ตร.ยันไม่สนิทสนมครอบครัว‘บอส-วรยุทธ’

พยานบอส – ภาพวงจรปิด นาย จารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกฝ่าย ‘บอส’ วรยุทธ อยู่วิทยา ที่เคยให้การว่าบอสขับรถไม่เกิน 80 ก.ม./ช.ม. ประสบอุบัติเหตุรถจยย.ชนกัน เสียชีวิตที่จ.เชียงใหม่ เมื่อกลางดึกวันที่ 29 ก.ค.

จากกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 โดยพบว่า มีประเด็นพยาน 2 ปากที่เพิ่มขึ้นในสำนวนคดีเมื่อปลายปี 2562 ที่ระบุว่า ขับรถตามหลังผู้ก่อเหตุมาด้วยความเร็ว 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ นับเป็นประจักษ์พยานสำคัญ ทำให้ชี้ว่านาย วรยุทธ ขับรถไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้พยานที่ถูกระบุในสำนวนคือ พล.อ.ท. จักรกฤช ถนอมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง ตามข่าว
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานปากสำคัญในคดีของนายวรายุทธ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 30 ก.ค. จากเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันบริเวณสามแยกฟ้าธานี ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราช นิเวศน์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบว่า นาย จารุชาติขี่รถจักรยานยนต์ ตามหลังคู่กรณีมา บนถนนห้วยแก้ว ขาเข้าเมือง จนกระทั่งถึงบริเวณสามแยกฟ้าธานี นายจารุชาติได้พยายามจะขับแซง แต่ไม่พ้นและเกิดเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของคู่กรณี แล้วแฉลบไปชนเกาะกลางถนนทำให้นายจารุชาติหัวฟาดได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่คู่กรณีได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แต่นายจารุชาติเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา
พ.ต.อ.รณชัยกล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบคู่กรณีทั้งสองคน พบว่า อยู่ในอาการมึนเมาและตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายทั้งคู่ ขณะเดียวกันเพิ่งทราบว่านายจารุชาติ เป็นพยานปากเอกในคดีสำคัญ ส่วนของคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลกลับไปรักษาตัวที่บ้าน และในวันที่ 31 ก.ค. จะเชิญตัวมาให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายทุกฉบับ ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ถูกต้องชอบธรรม ในเรื่องคดีที่มีปัญหาเกิดขึ้น คือคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส จากเหตุการณ์ชนแล้วหนี ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดทุกคดีนั้น ขอให้ใจเย็นๆ นิดนึง รอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการทั้ง 3 คณะ ซึ่งมีกำหนดเวลาในการพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ว่าอัยการศาล หรือของ ตร. ต้องดูความเป็นมาและข้อกฎหมายหลายตัว นอกจากนั้นตนตั้งคณะทำงานไปแล้ว มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน และมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอยู่ด้วย ต้องดูขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร รวมถึงย้อนดูต้นทางอีกครั้ง มีปัญหาตรงไหนอย่างไร เพราะต้องแก้ทั้งระบบด้วยเพื่อให้เกิดความชอบธรรมให้มากที่สุด ได้รับการยอมรับเชื่อมั่น เพื่อไม่ให้การกระทำความผิดต่างๆ ได้รับการละเว้น
ที่ป.ป.ช. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และตัวแทนนักศึกษานิติศาสตร์ทั่วประเทศเดินทางเข้ายื่นเรื่องต่อนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิศษ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอัยการที่เกี่ยวข้องในการออกคำสั่งไม่ฟ้องคดีของนายวรยุทธ ว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ โดยนายสุทธิได้รับเรื่องและจะดำเนินการตรวจสอบภายใน 30 วัน โดยนายรณณรงค์ กล่าวว่า หากไต่สวนพบความผิดหรือมีมูลเพิ่ม อยากขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทางนายกฯตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ไม่ชี้ชัดว่าจะเอาผิดกับบุคคลใด ซึ่งคนทั้งประเทศรับไม่ได้กับการที่ยกฟ้อง จึงวอนให้คณะ ป.ป.ช. รับเรื่องนี้ไปพิจารณาเพิ่มเติม ทั้งนี้ตนจะรวบรวมผู้ที่ถูกอัยการสั่งฟ้องประมาทร่วมไปทักท้วงอัยการสูงสุดว่า ทำไมประชาชนเหล่านี้ถึงถูกสั่งฟ้อง แต่นายวรยุทธไม่ถูกสั่งฟ้องในเมื่อประมาทร่วมเหมือนกัน ซึ่งในคดีนี้มีการกล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตผิด
ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวกรณีที่นายรณณรงค์ขอให้ป.ป.ช ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอัยการที่เกี่ยวข้องในการออกคำสั่งไม่ฟ้องคดีของนายวรยุทธ ว่า ป.ป.ช.พร้อมดำเนินการหาข้อเท็จจริงตามกระบวนการ มั่นใจว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่อง จากประชาชนให้ความสนใจ
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ใน วันที่ 5 ส.ค.จะประชุมร่วม 3 กมธ.คือกมธ. กฎหมายฯ กมธ.ศาลฯ และกมธ.ตำรวจ เพื่อพิจารณาคดีนายวรยุทธ โดยมีผู้ชี้แจงทั้งตำรวจ และอัยการ รวมถึงผบ.ตร. นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด และพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผช.ผบ.ตร.ด้านกฎหมายและสอบสวน ซึ่งเป็นผู้ลงนามไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ รวมทั้งพยานใหม่ 2 ปาก นอกจากนี้ ได้เชิญ กมธ.กฎหมายฯ สนช. และเจ้าหน้าที่ชวเลข ที่บันทึกการประชุม กมธ.มาชี้แจงด้วย ที่สำคัญ กมธ.ได้เชิญ นายวรยุทธ และทนายของนายวรยุทธด้วย หากนายวรยุทธและทนายไม่ชี้แจงต่อกมธ. 2 ครั้ง ก็จะออกคำสั่งเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ถ้าไม่มาอีกก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ทั้งนี้อยากให้นายวรยุทธเข้ามาชี้แจงกับ กมธ.เพราะเป็น ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ประชาชนจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้ในวันที่ 5 ส.ค.จะได้คำตอบว่า การลงนามสั่งไม่ฟ้องนั้นใช้ดุลพินิจอะไร รวมทั้งเรื่องยาเสพติดที่ยังติดใจกันอยู่ และการวิ่งเต้นแทรกแซงมีหรือไม่ โดยในการประชุมวันดังกล่าว กมธ.จะมีการไลฟ์สดเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อให้คลายข้อสงสัย
นายสิระยังกล่าวถึงการรื้อคดีว่า ต้องดูว่าพยานที่เพิ่งปรากฏใหม่นั้น ให้การเท็จหรือไม่ และการคำนวณความเร็วรถจาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเท็จหรือไม่ หากเป็นเท็จก็ถือว่าเป็นหลักฐานใหม่ที่สามารถยื่นฟ้องศาลใหม่ได้ และจากกรณีนายจารุชาติ มาดทอง 1 ใน 2 พยานปากสำคัญเสียชีวิตกะทันหัน กมธ.จึงเป็นห่วงพยานปากสำคัญอีก 1 คนที่เหลืออยู่ คือ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร จะเป็นอันตรายเช่นกัน จึงขอฝากไปถึง พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ปกป้องคุ้มครองพยานรายนี้ให้ถึงที่สุด
ที่รัฐสภา นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ แถลงผลการประชุมที่เชิญ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี มาให้ข้อมูลต่อกมธ. กรณีไม่แย้งคำสั่งอัยการที่ไม่ฟ้องนายวรยุทธขับรถชนดาบตำรวจสน. ทองหล่อ เมื่อปี 2555 ว่า กมธ.ได้สอบถามตำรวจหลายประเด็น ทั้งกรณีไม่สามารถเอาผิด ข้อหาเมาแล้วขับนายวรยุทธได้ เรื่องความเร็วรถยนต์ โดยตำรวจชี้แจงว่า กว่าจะได้หมายศาลไปตรวจค้นและนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจก็เป็นเวลา 16.00 น. ห่างจากตอนเกิดเหตุถึง 10 ชั่วโมง ซึ่งตามกฎหมายระบุว่า การตรวจสอบแอลกอฮอล์สู่ศาลได้ ต้องตรวจวัดทันทีหลังเกิดเหตุ จึงทำให้ไม่สามารถเอาผิดกรณีนี้ได้ อย่างไรก็ตามกมธ.มองว่า คดีนี้ ไม่น่าจะถูกต้อง ไม่น่าจะชอบธรรม จึงฝากข้อสังเกตไปยังตำรวจให้ตรวจสอบรายละเอียดที่ขาดตกบกพร่องอยู่
ขณะที่นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกกมธ.ตำรวจ กล่าวว่า เรื่องสารเสพติดโคเคนที่พบในตัวผู้ต้องหานั้น พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่าได้รับการยืนยันจากหมอฟันว่า สารที่ตรวจพบในร่างกายของนายวรยุทธเป็นยาที่ให้ผู้ต้องหารักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติด
วันเดียวกัน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นที่กมธ.ตร.ระบุ กรณีตำรวจอ้างสารโคเคนใช้รักษาฟัน ว่า ‘Cocaethylene’ ที่ตรวจพบในเลือด เกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ ไม่เกี่ยวกับโคเคนรักษาฟัน ส่วนโคเคนที่ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ ในงานทันตกรรมคือ ‘Lidocaine’ หรือที่เรียกว่า ‘Lignocaine’ หมอใช้ปริมาณน้อย ต่างจากตัวที่ตรวจพบในเลือด
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีตร.มีความเห็นไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ว่า ยังรอผลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตนแต่งตั้งขึ้น ซึ่งตอนแรกขอกรอบระยะเวลามา 30 วัน แต่ตนให้เพียง 15 วัน เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ส่วนตัวก็ไม่ได้ให้แนวทางอะไร เนื่องจากมีประธานอยู่แล้ว กรณีสำนวนที่อัยการมีความเห็นอัยการส่งมา ตนไม่เคยเห็นสำนวนดังกล่าว มีการแบ่งงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน ให้กับ รอง ผบ.ตร. ทุกท่าน ไปตามหน้างานต่างๆ เพราะเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่ตนมอบหมายไปแล้ว มอบแล้วก็มอบขาดไปเลย ตนอาจจะรับผิดชอบในส่วนที่เป็นหัวหน้าองค์กร แต่การแบ่งหน้างานก็แบ่งไปหมดแล้ว แม้แต่ตอนที่ทำหน้าที่ สนช. ในสภาเรื่องนี้ ก็ไม่เคยผ่านตามาก่อน หากมีเรื่องเข้าสภา สนช.จริง วันนั้นตนอาจไม่ได้เข้าประชุมก็ได้ ทั้งนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับทางพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวถามว่านายวรยุทธ เป็นลูกของผู้ที่กว้างขวางในแวดวงธุรกิจ ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า อาจมีการต่อสายพูดคุยเรื่องคดี กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ก็ห้ามความคิดใครไม่ได้ แต่ไม่มีใครพยายามมาพูดคุย ตนเองก็ไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักกันมาก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน