ชุมนุมพ่อมด-แม่มดเย็นนี้
โพลชี้ชาวบ้านหนุนเยาวชน
แนะ‘บิ๊กตู่’รับฟังด้วยตัวเอง
ทั้งกรือเซะ-ระยองนศ.พรึบ
พ่อมด-แม่มด นัดชุมนุมเย็นนี้ กวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์ ร่ายคาถา ผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โพลชี้ คนส่วนใหญ่เห็นด้วย ‘ม็อบเยาวชน ปลดแอก’ ระบุเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม นายกฯควรรับฟังด้วยตนเอง วงเสวนาชี้ระบบโซตัส เป็นพื้นฐานวิธีคิดแบบอำนาจนิยมเผด็จการ เป็นวิธีการควบคุมน.ศ. ภายหลัง 6 ต.ค.2519 บ.ก.ลายจุดจัดกิจกรรมกินแมคเชียงใหม่ เยาวชนปัตตานี ชุมนุมหน้ามัสยิดกรือเซะ กลุ่ม ‘พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ’ แถลงเลื่อนชุมนุม เป็นวันที่ 9 ส.ค.
โพลชี้คนเห็นด้วยแฟลชม็อบ
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่างเรื่อง “ม็อบเยาวชน ปลดแอก” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 – 31 ก.ค. เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและในอีกหลายจังหวัด พบว่า ร้อยละ 26.56 ระบุว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม หากปราศจากอาวุธและความรุนแรง ร้อยละ 26.16 ระบุว่า เป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม หากไม่กระทำผิดกฎหมาย
ส่วนการเห็นด้วยของประชาชนต่อการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและในอีกหลายจังหวัด ร้อยละ 34.72 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ไปในทางที่ดีขึ้นกว่านี้ ร้อยละ 19.28 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเป็นสิทธิของกลุ่มเยาวชนที่จะเรียกร้องความถูกต้อง และอยากให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ และร้อยละ 18.08 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะกลัวสถานการณ์จะเกิดความรุนแรง วุ่นวาย และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19ยังไม่หมดไป100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเกรงว่าจะกลับมาเเพร่ระบาดรอบ 2
นายกควรรับฟังด้วยตนเอง
ส่วนความกังวลว่าประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนในอดีต จากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ร้อยละ 11.20 ระบุว่ากังวลจะมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง มากกว่าในอดีต เพราะกลุ่มเยาวชนในปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป หัวรุนแรง ร้อยละ 16.72 ระบุว่า กังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง พอๆ กับในอดีต เพราะอาจมีการสร้างสถานการณ์เหมือนในอดีต และร้อยละ 29.76 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมือง แต่คงไม่เท่าในอดีต และคาดว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ควรดำเนินการกับการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ร้อยละ 42.72 ระบุว่าควรรับฟังปัญหาจากกลุ่มนักศึกษาด้วยตนเอง ร้อยละ 20.40 ระบุว่าควรยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันที ร้อยละ 13.68 ระบุควรรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
ชี้ระบบ‘โซตัส’เอื้อเผด็จการ
ส่วนที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (ถนนราชดำเนิน) คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ร่วมกับเครือข่ายนักศึกษา จัดเสวนาหัวข้อ “หยุด SOTUS ตัดวงจรเผด็จการ” โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการรับน้องแบบ SOTUS ที่มีมาตั้งแต่อดีต ใช้ระบบการรับน้องใหม่โดยอ้างสร้างความอดทนสร้างความสามัคคี ทั้งที่เป็นเพียงสิ่งสมมติเท่านั้น ปลูกฝังความคิดเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ์คน ซึ่งเป็นรากฐานที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการรับน้องเท่านั้น แต่เป็นพื้นฐานวิธีคิดแบบอำนาจนิยมเผด็จการ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่รัฐบาลพยายามจำกัดสิทธิ์การแสดงความเห็นทางการเมือง และบอกให้ประชาชนอดทนมา 5 ถึง 6 ปี
นายจาตุรนต์กล่าวว่า แม้ระบบ SOTUS จะมีอยู่มานานแล้ว แต่บางสิ่งบางอย่างที่อยู่มานานแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ระบบทาสสมัยก่อน และมองว่านักเรียนนักศึกษาปัจจุบันนี้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองมากกว่าในอดีต ทั้งประเด็นด้านการศึกษาและประเด็นทางการเมืองสำหรับประเทศ และแนวร่วมจะมีมากขึ้น หากมีประเด็นที่ขัดต่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ คาดว่าจากนี้ไปถึงสิ้นปีหรืออีก 1 ปีอย่างน้อยนับจากนี้ คนที่คิดว่าไม่ได้รับความเดือดร้อนก็จะออกมาเคลื่อนไหวด้วย เพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจ
เป็นวิธีการควบคุมน.ศ.
นายกีรติ ปั้นมณี แกนนำเครือข่าย Anti-SOTUS กล่าวว่า วัฒนธรรม SOTUS เริ่มมีมาเรื่อยๆ ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคมปี 2519 เพราะผู้มีอำนาจรัฐมองว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษามีปัญหา จึงวางวัฒนธรรมในมหาวิทยาลัยและเติบโตมากับสังคมไทย ถือเป็นเครื่องมือทางการเมืองชิ้นหนึ่งในการควบคุมนักศึกษามหาวิทยาลัย ดึงคนออกจากพื้นที่ทางการเมือง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พลังของนักศึกษาจะเงียบหายไป ด้วยระบบ SOTUS ที่สร้างคนให้เชื่อฟัง แต่ปัจจุบันสังคมเริ่มตามทันแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
น.ส.พิมพ์มาดา แก้วกสิ ตัวแทนกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท กล่าวว่า การรับน้องระบบ SOTUS ไม่ได้แค่ใช้วิธีการรูปแบบบังคับโดยตรงหรือใช้ความรุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาทางอ้อมที่เกิดในสังคมการศึกษา ทั้งการอ้างธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาว่ารุ่นอื่นทนได้ รวมไปถึงการคุกคามชีวิตประจำวันหลายรูปแบบ ทั้งการนินทา โดนกลั่นแกล้ง หรือถูกเพื่อนแบน หากไม่เข้าร่วมกิจกรรม
พิษณุโลกเลื่อนชุมนุม
ขณะเดียวกันกลุ่ม ‘พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ’ เผยแพร่แถลงการณ์เลื่อนการชุมนุมไล่เผด็จการซึ่งเดิมจะจัดขึ้นในเวลา 17.00 น. ออกไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. โดยระบุเหตุผลด้านการถูกสร้างสถานการณ์ และความขัดแย้งซึ่งมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2519 โดยทางกลุ่มจะวางแผนอย่างรัดกุมและสร้างสรรค์ อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังระบุว่า ขอให้ร่วมกันภาวนาให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไวๆ คนรุ่นใหม่จะเดินหน้า พวกตนเพียงมาต่อสู้เรียกร้องสิ่งที่ควรมีมาตั้งแต่รุ่นก่อนแต่ยังไม่ได้ขอให้อย่าขวางทางคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ รูปแบบกิจกรรมเดิมนัดหมายรวมตัวกันบริเวณที่นั่งริมตลิ่งแม่น้ำน่าน แสดงออกเชิงสัญลักษณ์คือ การกินขนมซ่าหริ่ม พร้อมกับการแสดงจุดยืนในการเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ให้รัฐหยุดคุกคามประชาชน ให้มีการยุบสภา ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่มีแกนนำปราศรัย แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ต้องการสื่อสารได้พูด นอกจากนี้ มีการเชิญชวนให้นำป้ายข้อความตุ๊กตาแฮมทาโร่ ไก่โอ๊กมาใช้ร่วมกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ และเตรียมร้องเพลง Do you hear the people sing เวอร์ชั่นภาษาไทย ซึ่งจะมีเนื้อร้องพิมพ์แจก
กลุ่ม ‘พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ’ ระบุด้วยว่า กิจกรรมทั้งหมดจัดโดยคนธรรมดา เป็นพลังบริสุทธิ์ ไม่มีเจตนาใดมากกว่าการแสดงออกและเรียกร้องเพียงที่กล่าวมาข้างต้น ขออย่าคิดร้าย มุ่งคุกคาม หาเรื่องปั่นป่วน ปรักปรำ เพราะทุกคนคือประชาชน คือ พี่น้องร่วมบ้านร่วมเมือง เป็นลูกเป็นหลานของคนเมืองพิษณุโลก ช่วยเห็นเราเป็นพี่เป็นน้องเป็นลูกเป็นหลานด้วย จะเป็นพระคุณอย่างมาก

ย้ำจุดยืน – กลุ่มเยาวชนปัตตานี นิสิตนักศึกษา นักเรียน เเละประชาชน สวมชุดประจำถิ่น ชุมนุมแฟลชม็อบเรียกร้องประชาธิปไตย แน่นลานหน้ามัสยิดกรือเซะ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 2 ส.ค.
ชุมนุมหน้ามัสยิดกรือเซะ
ที่หน้ามัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี กลุ่มเยาวชนปัตตานี รวมตัวกัน เพื่อแสดงออกความเป็นประชาธิปไตย มีนิสิตนักศึกษา นักเรียน เเละประชาชน เกือบ 200 คน เข้ามาร่วมทั้งหมดนัดกันใส่ชุดประจำถิ่น ซึ่งแกนนำยืนยันจะชุมนุมอย่างสงบ ตามบทกฎหมาย ซึ่งมีผู้ร่วมเข้าชุมนุมอยู่ประมาณเกือบ 200 คน มีการสลับกันขึ้นเวที อภิปราย ถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล การบริหารจัดการไร้คุณภาพ การจัดการอุตสาหกรรมจะนะ ไม่มีความชอบธรรม ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี คอยเฝ้าสังเกตการณ์ คุมเข้มรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวด ประมาณ 100 นาย
พ.ต.อ.ญาณพงค์ อุบลบาล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี เข้าทำความเข้าใจกับแกนนำในวันนี้ ว่า ขอให้การชุมนุมร่วมกิจกรรมอย่างสงบเรียบร้อย อย่าจาบจ้วงสถาบัน และขออย่ามีอาวุธ
และด้วยอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ยังต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องการชุมนุมต้องตระหนักถึงการระวังป้องกันเพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคด้วย
นายสุไฮมี ดูสะละ ผู้เข้าร่วมชุมนุมบอกว่า เป็นการชักชวนกันมา ไม่มีเจ้าภาพชัดเจน เราเป็นคนในพื้นที่ควรมีส่วนร่วมในการแสดงออกทางการเมืองเช่นเยาวชนปลดแอก แสดงออกตามหลักการประชาธิปไตย โดยอยู่ในกรอบของฝ่ายปกครองและเวลาที่เหมาะสม
ระยองม็อบเผชิญม็อบ
เมื่อเวลา 17.00 น. นายภานุพงศ์ จาดนอก แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย “เพนกวิ้น พริษฐ์” “โตโต้ ปิยรัฐ” และ อานนท์ นำภา พร้อมด้วยชาวระยอง ประมาณหนึ่งร้อยคน และ เริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกัน ที่ เทศบันเทิงพลาซ่า (หอนาฬิกากลางเมืองระยอง) ริมถ.สุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง
นายภานุพงศ์ ได้กล่าวว่า การมาชุมนุมในครั้งนี้ โดยมีหัวข้อว่า “คนระยองไม่ทนคนระยำ” ให้มันจบที่รุ่นเรา เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการ โดยมีหัวข้อหลัก 3 ข้อ 1.ยุบสภา 2.แก้รัฐธรรมนูญ 3.เรื่องคุกคามประชาชน โดยจะรวมไปถึงเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องโรค โควิด19 ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยา และการฟื้นฟู
ต่อมาแกนนำทั้ง 4 คน ได้ขึ้นปราศรัย ต่อหน้าผู้ร่วมชุมนุมที่แต่งกายด้วยชุดดำ โดยมีการสกรีนตัวอักษรว่า “ให้มันจบที่รุ่นเรา” โดยการปราศรัยก็ได้กล่าวถึงการบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ เป็นที่ถูกใจแก่ผู้ร่วมชุมนุมเป็นอย่างมาก
ต่อมาได้มีกลุ่มคนประมาณ 20 คน ใส่เสื้อสีเหลือง พร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 10 พร้อมป้ายห้ามก้าวล่วงสถาบัน โดยทุกคนได้ยืนรวมกันอยู่อีกฝั่งของถนน โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
ศรีสะเกษจะไม่ทน
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณข้างศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ตรงข้ามศาลหลักเมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนประมาณ 300 คน พากันมาตั้งเวทีปราศรัยและสวมเสื้อสีดำสวมหน้ากากอนามัยมีข้อความว่า เผด็จการเป็นเหตุศรีสะเกษจะไม่ทน พากันมาชุมนุมโดยมีการนำเอาแผ่นป้ายสีขาวมีความยาวประมาณ 10 เมตรมาให้ผู้มาร่วมชุมนุม ได้เขียนระบายความในใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งผู้มาร่วมชุมนุมส่วนมากเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่พากันมาเขียนข้อความเรียกร้องต่างๆ จำนวนมาก
นายพรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ เป็นการรวมกลุ่มกันของคนรุ่นใหม่ของ จ.ศรีสะเกษ ที่ต้องการออกมาแสดงพลังเพื่อให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ของศรีสะเกษก็มีพลังไม่น้อยไปกว่าคนต่างจังหวัด เราพร้อมที่จะออกมาสู้ เราพร้อมที่จะออกมาบอกว่า เราอยากได้สังคมที่ดีกว่านี้ เราอยากได้สังคมที่ส่งต่อไปให้ชนรุ่นหลังที่ดีกว่านี้

ปั่นปลดแอก – คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ ร่วมกันขี่จักรยานจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 ไปยังทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา ร่างรธน.ใหม่ เมื่อเย็นวันที่ 2 ส.ค.
ปั่นจี้รบ.ตามหาวันเฉลิม
เมื่อเวลา 17.00 น. น.ส.พัชนี คำหนัก นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง นายกิตติธัช สุมานพ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ รวมตัวกันที่บริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 ถนนราชดำเนิน เพื่อทำกิจกรรมรำลึกถึงการถูกอุ้มตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศกัมพูชา โดยได้ร่วมกันขี่จักรยานจำนวน 10 คัน ออกจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มาตามถนนราชดำเนิน โดยใช้เวลาในการขี่จักรยานมาประมาณ 20 นาที ถึงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดพานรัฐธรรมนูญที่มีรถถังวางอยู่ด้านบนมาด้วย และได้ผลัดกันปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลติดตามการถูกอุ้มตัวหายไปในประเทศกัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการถูกเลิกจ้างของคนงานในพื้นที่ต่างๆ การแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดและเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนพร้อมทั้งชุมนุมขับไล่รัฐบาล
ช่วงเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยืนเคารพธงชาติพร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ก่อนแยกย้ายกันกลับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ดุสิต จำนวน 30 นาย มาดูแลความเรียบร้อย
พ่อมด-แม่มดร่วมเสกคาถา
สำหรับการจัดชุมนุมในวันที่ 3 ส.ค.นั้น กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย – Mahanakorn for Democracy Group – MDG และ มอกะเสด (KU Daily) ระบุว่า ประเทศไทยได้ถูกครอบงำโดยอำนาจมืดจากเหล่าผู้เสพความตาย และผู้คุมวิญญาณ ซึ่งเป็นบริวารของเจ้าแห่งศาสตร์มืดมาเป็นเวลาเนิ่นนาน มีการฆ่า บังคับสูญหาย ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่คุกคามผู้เห็นต่างที่ต่อต้านอำนาจชั่วร้าย แต่ผู้คนก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยนามของจอมมารนั้นออกมาตรงๆ
บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เหล่าพ่อมด แม่มด และมักเกิ้ลผู้รักประชาธิปไตยจะออกมารวมพลังกันเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ ภราดรภาพ และทวงคืนอำนาจมาสู่มือของประชาชน กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย – Mahanakorn for Democracy Group – MDG และ มอกะเสด (KU Daily) จึงขอเสนอการชุมนุมเพื่อขับไล่จอมวายร้าย และปกป้องประชาธิปไตย ด้วยการร่วมกันเสกคาถาผู้พิทักษ์ เพื่อปกปักรักษาประชาธิปไตย และขับไล่อำนาจมืดจาก #คนที่คุณก็รู้ว่าใคร
โปรดเตรียมไม้กายสิทธิ์มาด้วย ถ้าหาไม่ได้จะใช้ตะเกียบเราก็ไม่ว่ากัน เพราะพ่อมดฝ่ายประชาธิปไตยจะช่วยร่ายคาถาให้ตะเกียบธรรมดากลายเป็นไม้กายสิทธิ์ ราวกับที่เคยมีผู้เสกนาฬิการัฐมนตรี ให้เป็นของเพื่อน หรือเสกยาเสพติดเป็นแป้งมัน พบกันวันที่ 3 สิงหาคม 2563 เวลา 18:30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย #ปกป้องประชาธิปไตย #เสกคาถาไล่คนที่คุณก็รู้ว่าใคร
บ.ก.ลายจุดจัดกิจกรรมกินแมค
เมื่อ 16.00 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บ.ก.ลายจุด) จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ใช้ชื่อกิจกรรม กลุ่มประชาชน ปลดกระดุม ซุ่มกินแมค ที่ ลานประตูท่าแพ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีประชาชนและนักศึกษา มาร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน โดยผู้มาร่วมกิจกรรม นำรูปภาพล้างจานมาแลกกับแมค ทั้งนี้ บ.ก.ลายจุดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนขึ้นมาให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่ ที่แสดงออก ห่วงใยประเทศ และแสดงออกทางการเมือง หวังว่าการแสดงออกของกลุ่มเยาวชนจะขยายสู่ระดับประชาชน เนื่องจากประเทศไทยเป็นของทุกคน