คลังปุ๋ยท่าเรือ บึ้มตายเกิน100 เจ็บทะลุ4พัน!

โลกสลด โคตรระเบิดบึ้มเลบานอน คลังแอมโมเนียมไนเตรต กลางกรุงเบรุต 2,750 ตัน เกิดระเบิดมหาประลัย ชั่วพริบตาอาคารบ้านเรือนพังทลายลง เสียชีวิตกว่า 100 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 4 พัน แรงสั่นสะเทือนรับรู้ข้ามไปถึงไซปรัสห่าง 240 ก.ม. เอเอฟพีเผยเป็นเหตุระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดในเบรุต ประธานาธิบดีเรียกประชุมครม.ฉุกเฉิน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 2 สัปดาห์ ไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน กระทรวงต่างประเทศยังไม่พบคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โฆษกกลาโหมของไทยแจง ไทยเข้มงวดนำเข้าแอมโมเนียมไนเตรต ต้องแจ้งให้ทราบภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ ส่วนใหญ่โรง โม่หินขอนำเข้า ‘แองจี้ เฮสติ้งส์’ โพสต์ภาพอพาร์ตเมนต์ในเบรุต พังเสียหาย

มหาบึ้ม – สภาพไฟไหม้เรือสินค้าและอาคารพังพินาศราพณาสูรเป็นบริเวณกว้าง จากอานุภาพระเบิดรุนแรงของสารแอมโมเนียมไนเตรต จำนวน 2,750 ตัน ที่คลังเก็บในท่าเรือกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายพันคน เมื่อวันที่ 5 ส.ค. (รอยเตอร์)

ช็อกโลก-เลบานอนบึ้ม

จากเหตุระเบิดที่ท่าเรือกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 22.00 น. เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย โดยความแรงของระเบิดกินรัศมีเป็นวงกว้างนับ 10 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 4,000 คน มีบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก นับเป็นเหตุการณ์ช็อกโลก อีกครั้ง

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดครั้งร้ายแรงสุดขั้วที่ท่าเรือกรุงเบรุตว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นแล้วอย่างน้อย 100 ราย บาดเจ็บกว่า 4,000 คนแล้ว หลังสารแอมโมเนียมไนเตรต หนักถึง 2,750 ตัน เป็นวัตถุที่มีความไวไฟสูงมักใช้เป็นปุ๋ยทางการเกษตรและระเบิดที่ถูกกักเก็บไว้ที่คลังของท่าเรือดังกล่าวมานานกว่า 6 ปี เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง มีเปลวควันพิษพุ่งขึ้นไปเหนือท้องฟ้า และคลื่นแรงอัดอากาศมหาศาลที่พุ่งถาโถมเข้าใส่พื้นที่โดยรอบทั้งอาคาร และผู้คนจนพังพินาศอย่างรวดเร็ว สร้างแรงสั่นสะเทือนเทียบเท่าแผ่นดินไหวระดับแม็กนิจูด 3.3 และรับรู้ไปได้ไกลถึงประเทศไซปรัส ที่อยู่ห่างไปถึง 240 กิโลเมตร โดยพลานุภาพการระเบิดเทียบเท่าหนึ่งในห้าของลูกระเบิดปรมาณูที่กองทัพสหรัฐเคยใช้ถล่ม จ.ฮิโรชิมา ของจักรวรรดิญี่ปุ่น เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เบื้องต้นคาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.5 แสนล้านบาท

ด้านทางการเลบานอนได้ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เวชภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลสนาม และสุนัขดมกลิ่น เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือโดยผู้คนต่างเปรียบเทียบภาพการระเบิดที่เหมือนดอกเห็ดว่าคล้ายกับการระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ เช่นเดียวกันกับสื่อท้องถิ่นเลบานอนที่พาดหัวว่า “มหาวินาศ” โดยระบุว่า แม้เลบานอนจะเผชิญกับการระเบิดมาหลายครั้งจากสงครามกับอิสราเอล แต่ไม่เคยมีการระเบิดครั้งใดรุนแรงเท่านี้มาก่อน

ขณะที่บรรยากาศในกรุงเบรุตนั้นเต็มไปด้วยความโกลาหล และประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในอาการเสียขวัญหวาดกลัว โดยเจ้าหน้าที่พยายามปิดกั้นจุดเกิดเหตุทั้งหมด ท่ามกลางประชาชนเข้ามาสำรวจความเสียหายที่พักอาศัย และตามหาบุคคลอันเป็นที่รัก

ปธน.ประกาศภาวะฉุกเฉิน

ประธานาธิบดีมิเชล อูน ผู้นำเลบานอน ระบุว่า ได้เรียกประชุมฉุกเฉินคณะรัฐมนตรีและเสนอให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน พร้อมนำงบประมาณ 66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2 พันล้านบาท นำมาใช้เยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผล กระทบเบื้องต้น ขณะที่นายฮาสซาน ดีอับ นายกรัฐมนตรีเลบานอน ระบุด้วยความเดือดดาลว่า เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง โดยย้ำว่าจะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงและนำตัวผู้รับผิดชอบมาชดใช้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้

ทั้งนี้ สารแอมโมเนียมไนเตรตดังกล่าวถูกนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2556 และถูกเก็บไว้ที่คลังสินค้า โดยการสืบสวนนั้นมุ่งไปที่ชนวนเหตุที่ทำให้เกิดเปลวไฟนำไปสู่การระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่เลบานอนกำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งด้านความมั่นคงเรื่องความขัดแย้งกับอิสราเอล และเศรษฐกิจสืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งความตึงเครียดด้านการเมืองที่ศาลเตรียมพิพากษาชี้ขาดคดีลอบสังหารนายราฟีก ฮารีรี เมื่อปี 2548 นอกจากนี้ ยังมีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงรัฐบาลกับตำรวจที่ด้านหน้ากระทรวงพลังงานตอนเกิดเหตุระเบิดด้วย

ทั่วโลกระดมช่วย

ขณะที่ความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้ามาจากนานาชาติ อาทิ อุปกรณ์การแพทย์จากประเทศคูเวตหลังนายฮัสซาน ดาอิบ นายกรัฐมนตรีเลบานอน ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ

รายงานระบุว่า บรรดาชาติที่ส่งความช่วยเหลือไปยังเลบานอนแล้วเป็นลำดับแรกๆ เป็นกลุ่มชาติอ่าวอาหรับ เช่น กาตาร์ ที่จะส่งโรงพยาบาลสนามไปตั้งที่เกิดเหตุ ขณะที่ประธานาธิบดีฮาสซาน เราฮานี ของอิหร่าน มีความพร้อมเต็มที่ที่จะช่วยเหลืออุปกรณ์การแพทย์ และยา เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เช่นเดียวกันกับ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน พระราชทานความช่วยเหลือเป็นโรงพยาบาลสนาม

ด้านสหภาพยุโรป หรืออียู ระบุว่า จะเร่งส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย สุนัขดมกลิ่น และอุปกรณ์การแพทย์ เข้าสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัยในกรุงเบรุต ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 100 คน จากสาธารณรัฐเช็ก กรีซ และเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ แสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือเช่นกัน รวมถึงไซปรัส ชาติเพื่อนบ้านของเลบานอน

ปธน.ฝรั่งเศสรุดกรุงเบรุต

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส มีกำหนดจะเดินทางไปยังกรุงเบรุต เพื่อตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย และหารือกับฝ่ายการเมืองถึงการช่วยเหลือในระยะยาว โดยทวีตเป็นภาษาอาหรับแสดงจุดยืนว่า “ฝรั่งเศสอยู่เคียงข้างเลบานอนเสมอ”

นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบีย และอิสราเอล ที่เป็นคู่ต่อสู้และมีสถานะสงครามอยู่กับเลบานอน ได้เสนอส่งความช่วยเหลือผ่านทางหน่วยงานสากล

นายอันโตนีโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรุงเบรุตว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นยังทำให้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นหลายคนบาดเจ็บด้วย ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวสันนิษฐานว่า “ดูเหมือนการถูกลอบโจมตีเลย” และว่าบรรดาผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพสหรัฐ ระบุกับตนว่าแรงระเบิดน่าจะมาจากการระเบิดบางชนิด แต่ผู้นำสหรัฐไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ เพียงกล่าวลอยๆ

‘สันตะปาปา’นำสวดปัดภัย

นอกจากนี้ ยังมีชีก ตะมีม บิน ฮะมัด อัล-ทานี เจ้าผู้ครองกาตาร์ ชีก โมฮัมเหม็ด บิน ราชีด อัล-มักทูม รองประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี และเจ้าผู้ครองนครดูไบ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงสวดภาวนาให้กับผู้เสียชีวิต และครอบครัวของผู้สูญเสียให้สามารถผ่านภาวะที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้โดยสวัสดี ด้วยความช่วยเหลือจากประชาคมโลก

เทียบ 1 ใน 5 ระเบิดปรมาณู

นายโรเบิร์ต เบเยอร์ อดีต เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐ หรือซีไอเอ ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำงานในภูมิภาคตะวันออก กลางนานหลายปี มองว่า การระเบิดที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ต้นตอการระเบิดที่มีพลังทำลายล้างสูงเช่นนี้ไม่น่าจะมาจากสารแอมโมเนียมไนเตรตที่ใช้เป็นปุ๋ยในการเกษตรเพียงอย่างเดียว ในเหตุระเบิดมหาวินาศที่มีพลานุภาพเทียบเท่าทีเอ็นที 3 กิโลตัน เทียบได้กับแรงระเบิดหนึ่งในห้าของระเบิดปรมาณูที่กองทัพสหรัฐเคยใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมา ของจักรวรรดิญี่ปุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

บัวแก้วพร้อมช่วยคนไทย

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมให้ความช่วยเหลือกับทางการเลบานอนอย่างเต็มที่ หากได้รับการร้องขอ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อาจอยู่ในสภาวะเสียขวัญ ซึ่งหากคนไทยที่อาศัยอยู่ในเลบานอนขณะนี้ ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศเลบานอนได้ ส่วนการช่วยเหลือประเทศเลบานอน ทางรัฐบาลพร้อมจัดส่งพลาสมา หรือเวชภัณฑ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุระเบิดที่กรุงเบรุตว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบรายงานข่าวดังกล่าวจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศเลบานอนว่า ขณะนี้ไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ มีคนไทยอาศัยอยู่ในเลบานอนประมาณ 200 คน นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประสานงานกับกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงเบรุต และให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

มีแรงงานไทยอยู่กว่า 100 คน

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการดูแลช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศเลบานอนว่า ได้ให้น.ต.วิทวัส กู้ประเสริฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) ที่ดูแลแรงงานไทยในประเทศเลบานอน ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยกรณีเหตุระเบิดดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้รายงานเบื้องต้นมาว่า ยังไม่มีคนไทยหรือแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บหรืออยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยปัจจุบันมีแรงงานไทยเข้าไปทำงานในเลบานอน 100 กว่าคน ซึ่งประกอบอาชีพเป็นพนักงานเจียระไนเพชร พลอย พนักงานนวดไทย สปา และเชฟ กุ๊ก ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่เหมาะสม

ขณะที่นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสารแอมโมเนียมไนเตรตว่า กรมวิชาการเกษตรไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าแอมโมเนียมไนเตรต มานานมากกว่า 38 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2525 หลังพบว่าแอมโมเนียมไนเตรต สามารถทำระเบิดได้ หรือหากต้องการนำเขา ก็ต้องไปขออนุญาตจากกระทรวงกลาโหม เพราะถือเป็นวัตถุอันตราย ส่วนที่มีส่วนผสมในปุ๋ยเคมี จะให้มีการนำเข้าเมื่อมีการผสมให้มีการสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว จึงจะนำเข้าได้

กห.เข้มนำเข้าแอมโมเนียมฯ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการนำเข้าสารแอมโมเนียมไนเตรต ซึ่งเป็นสาเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในเลบานอนว่า ปส่วนใหญ่แล้วแอมโมเนียมไนเตรตที่ใช้ในบ้านเรา ใช้ในอุตสาหกรรมโรงโม่หิน การนำเข้า มีและใช้ ต้องอยู่ในการควบคุมตามกฎหมาย ภายใต้พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ ปี 2530 โดยได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแล อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามพ.ร.บ.นี้ ไม่ว่าจะนำไปเก็บหรือนำไปใช้ จะมีเจ้าหน้าที่ในการควบคุม และสามารถตรวจสอบได้ ว่าใช้ไปจำนวนเท่าไหร่ เหลือจำนวนเท่าไหร่ และใช้ในประโยชน์อะไร ทั้งหมดต้องให้รายงานเป็นบันทึกไว้เพื่อตรวจสอบได้ โดยส่วนใหญ่เป็นโรงโม่หินที่จะนำเข้า

มี 1 บริษัทขอผลิต-9 โรงงานใช้

นายปณตสรรค์ สูจยานนท์ ผอ.กอง ส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัท ไนเตรทไทย จำกัด เป็นผู้ได้รับอนุญาต เป็นผู้ผลิตแอมโมเนียมไนเตรตในประเทศเพียงเดียว และมีโรงงานภายใต้กำกับของ กรอ. ตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ในส่วนของประเภทโรงงานที่ต้องทำประเมินความเสี่ยงลำดับที่ 48 (4) คือ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการทำไม้ขีดไฟ วัตถุระเบิด หรือดอกไม้ไฟ หรือการทำคาร์บอนดำ ที่ใช้สารแอมโมเนียมไนเตรตเป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิตเพียง 9 ราย กระจายอยู่ใน จ.สระบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ ชัยนาท และนครราชสีมา ซึ่งกรอ.มีการตรวจโรงงานเป็นประจำทุกปี

รายงานข่าวแจ้งว่าบริษัท ไนเตรทไทย จำกัด หรือ TNC มีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จ.ระยอง ครอบคลุมพื้นที่ 48,000 ตารางเมตร โดยโรงงานได้รับการออกแบบและก่อสร้างโดยใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุดของ Uhde (ประเทศเยอรมนี) และ KT (ประเทศฝรั่งเศส) ปัจจุบันมีกำลังการผลิตแอมโมเนียมไนเตรตมากกว่า 100,000 ตันต่อปี และกรดไนตริก 86,000 ตัน 100 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

อดีตดาราไทยโพสต์ภาพบ้านพัง

จากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ มีอดีตนางเอกชื่อดังของไทยได้รับผลกระทบด้วย โดยแองจี้ หรือ อัญชลี เฮสติ้งส์ อดีตนางเอกชื่อดัง ที่ได้แต่งงานกับเศรษฐีบ่อน้ำมัน ทารีก คาดดูมี ชาวคูเวต และย้ายไปสร้างครอบครัวที่เลบานอน ได้โพสต์ภาพความเสียหายของอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ในกรุงเบรุต หน้าต่าง กระจก ประตู แตกกระจาย ข้าวของเครื่องใช้เสียหายยับเยิน โดยมีเพื่อนๆ และคนในวงการบันเทิงส่งข้อความถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน