ได้ประกัน-พร้อมไมค์ ยกระดับชุมนุมใหญ่ 10สค.เจอกันมธ.รังสิต ‘ประเทศกูมี’ออกแถลง ให้หยุดคุกคาม‘ศิลปิน’

ม็อบล้นสกายวอล์ก แยกปทุมวัน นัดด่วนให้กำลังใจทนายอานนท์-ไมค์ ระยอง ถูกตำรวจจับส่งฝากขังความผิดหลายข้อหา ฐานเป็นแกนนำผู้ชุมนุมเยาวชนปลดแอก ก่อนที่ศาลให้ประกันตัว โดยมีประชาชนจำนวนมากไปให้กำลังใจเต็มหน้าศาลอาญา ทนายอานนท์ยันสิ่งที่ทำเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ยินดีไปร่วมปราศรัยทั่วประเทศภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด แฟลชม็อบสกายวอล์กจี้หยุดคุกคามประชาชน ทวง 3 ข้อเรียกร้อง ประกาศชุมนุมใหญ่ 10 ส.ค. ที่มธ.ศูนย์รังสิต แร็พประเทศกูมีออกแถลงการณ์หยุดคุกคามศิลปิน

ม็อบให้กำลังใจอานนท์-ไมค์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่สน. ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน หนึ่งในทีมทนายความของนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และนาย ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ส่งศาลอาญาเพื่อฝากขังอีกครั้ง หลังจากเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (7 ส.ค.) พนักงานสอบสวนคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในคดียุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 และ ข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมกับเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหามาส่งศาลนอกเวลาทำการ ศาลจึงคืนคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน และให้พนักงานสอบสวนรับตัวผู้ต้องหากลับไป จึงนำมาควบคุมตัว ไว้ที่สน.ห้วยขวางเมื่อคืนนี้

ตร.นำตัวยื่นอนุญาตฝากขัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ จากนั้นเวลา 08.06 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวางกว่า 30 นายวางกำลังเป็นแนวยาวเพื่อนำตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ขึ้นรถไปศาลอาญา ระหว่างนั้นเกิดการชุลมุนเล็กน้อยเมื่อประชาชนพยายามเดินฝ่ากำลังเจ้าหน้าที่เพื่อขอจับมือและให้กำลังใจทั้ง 2 คน

เวลา 08.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์มาถึงศาลอาญา มีประชาชนเดินทางตามมาให้กำลังใจทั้งสองคนโดยรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าประตู 8 ซึ่งมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และน.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก มาให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด โดยนำแผงเหล็กกั้นเป็นแนวหน้าทางเข้าอาคาร นอกจากนี้ยังมีนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางมาด้วยเช่นกัน พร้อมเปิดเผยว่านำหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งสำหรับประกันตัว 2 แกนนำ

ม็อบพรึ่บ – นักเรียนนิสิตนักศึกษาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ซึ่งเป็นการนัดหมายด่วนหลังนายอานนท์ นำภา ถูกจับ โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่และประชาชนร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อ วันที่ 8 ส.ค.

นัดชุมนุมสกายวอล์ก

นายพริษฐ์เปิดเผยว่าจะมุ่งมั่นเคลื่อนไหวต่อไปและจะทำเพื่อประชาธิปไตยเพื่อประชาชนอีกหลายอย่าง และขอเชิญชวนเย็นนี้จะมีการชุมนุมที่สกายวอล์ก ซึ่งเคยคุยกับนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ว่าหากโดนจับต้องสู้ต่อ ตอนนี้ไม่ใช่การสู้เพื่อเซฟใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การสู้เพื่อเอานายอานนท์และนายภาณุพงศ์ออกมา แต่คือการสู้เพื่อประชาธิปไตย สู้เพื่อหลักการ สิทธิ และเสรีภาพ เราจะไปสู้ที่สกายวอล์ก เวลา 16.00 น.

ทั้งนี้นายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ขอบคุณคนมาร่วมชุมนุมที่ สน.บางเขน เราไม่ได้มาเพียงเพื่อ #saveทนายอานนท์ แต่เพื่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทนายอานนท์และพี่ไมค์ ซึ่งได้แสดงเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจน ว่าให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเราดำเนินต่อไป พร้อมกันนั้น วันที่ 8 ส.ค. ขอเชิญพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยมาพบกันที่ สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน เวลา 16.00 น. มาช่วยกันสืบสานเจตนารมณ์ของเพื่อนเรา คือสู้ต่อเพื่อประชาธิปไตย”

ทั้งนี้ในทวิตเตอร์มีการเชิญชวนให้ไปร่วมชุมนุมตามที่นายพริษฐ์นัดหมายจำนวนมาก โดยทราย เจริญปุระ ศิลปินนักร้องนักแสดงชื่อดัง โพสต์เชิญชวนให้ไปร่วมชุมนุมพร้อมทั้งร่วมสนับสนุนเงิน 10,000 บาท ให้คนขายไอศกรีมรายหนึ่งที่จะขนไอศกรีมมาแจก ผู้ชุมนุม ขณะที่แฮชแท็ก “#SAVEทนาย อานนท์” ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง พร้อมมีผู้ทวีตเหตุการณ์การจับกุมทนายอานนท์จำนวนมาก

สุดารัตน์แนะฟังเสียงน.ศ.-ปชช.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่ากลางดึกคืนวันที่ 7 ส.ค. บริเวณหน้าสน.ห้วยขวาง และ สน.บางเขน กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาให้กำลังใจนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวบุคคลทั้งสอง ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เดินทางมาเยี่ยมกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อรับฟังและพิจารณาข้อเรียกร้องของนักศึกษาและประชาชน ดีกว่าการใช้วิธีการไล่จับเด็กๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียว หากหาทางออกด้วยการฟังกันน่าจะเกิดความสันติและเป็นผลดีต่อประเทศชาติ รัฐบาล และประชาชน

ยื่นคำร้องฝากขัง‘อานนท์-ไมค์’

เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญ ราษฎร์ นำตัวนายอานนท์ นำภา อายุ 35 ปี ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน หนึ่งในทีมทนายความของนักศึกษาขบวน การประชาธิปไตยใหม่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ ระยอง” อายุ 24 ปี แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ส.ค. 2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานเพิ่มอีกหลายปาก และรอผลตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ

ในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาฐานร่วมกันกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่เป็นการกระทำในความมุ่งหมายของรัฐธรรม นูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษ ร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ, ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุม ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดฯ อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคด้านความปลอดภัย หรือความไม่สะดวกในการจราจรฯ, ร่วมกันวางหรือแขวนสิ่งหนึ่ง สิ่งใดหรือกระทำด้วยประการใดในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร, ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดย ไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยในการยื่นคำร้องฝากขังนี้ผู้ต้องหายื่นคำคัดค้านการฝากขังครั้งนี้ด้วย อ้างเหตุการณ์ถูกจับกุมโดยมิชอบ

ศาลอนุญาตฝากขังตามคำร้อง

ต่อมาเวลา 15.20 น. ศาลอ่านคำสั่งในคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังให้ผู้ต้องหาฟัง โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องและข้อคัดค้านแล้วเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญามาตรา 78 ได้วางหลักเกณฑ์การควบคุมตัวไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนรับตัว ผู้ต้องหาวันที่ 7 ส.ค. 2563 เวลา 16.00 น. ต่อมานำตัวผู้ต้องหาและคำร้องมายื่นต่อศาลอาญาในวันเดียวกันเมื่อเวลา 16.45 น. ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังพ้นกำหนดเวลาราชการจึงมีคำสั่งคืนคำร้องและให้รับตัวผู้ต้องหาคืนและให้ยื่นคำร้องภายใน 48 ชั่วโมงตามกฎหมาย วันนี้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหามายื่นคำร้องขอฝากขังเวลา 08.52 น. ยังอยู่ในระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ตาม ป. วิ. อาญามาตรา 87 วรรคสาม จึงมิใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ

ส่วนที่ผู้ต้องหาคัดค้านว่าผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่และประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมีข้อหาอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งตามกฎหมายเมื่อเป็นกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและมีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวน พนักงานสอบสวนชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกหมายขังได้โดยที่พนักงานสอบสวนอ้างเหตุขออนุญาตฝากขังว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีกจำนวน 6 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือและผลการตรวจประวัติการต้องโทษ ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจขอสอบสวนพยานดังกล่าวได้เมื่อเป็นการร้องฝากขังครั้งที่ 1 ซึ่งพนักงานสอบสวนมีเวลาสอบสวนเพียง 48 ชั่วโมง กรณีจึงมีเหตุจำเป็นเพื่อสอบสวนต่อไป ส่วนข้อคัดค้านอื่นไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้อง

ได้ประกัน – นายอานนท์ นำภา ทนายความนักเคลื่อนไหว และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ระยอง ได้ประกันตัวหลังตำรวจ ส่งฝากขังคดีความผิดเป็นแกนนำการชุมนุม โดยมีประชาชนจำนวนมากไปให้กำลังใจที่ศาล อาญา เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

ศาลอนุญาตประกันตัว

ภายหลังนายคารม พลพรกลาง และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ เวลา 16.45 น. ศาลพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งสองประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้

ม็อบดีใจเข้าสวมกอด

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะทนายความผู้ต้องหาทั้งสองราย กล่าวว่าศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขไม่ให้ทั้งคู่ไปกระทำผิดซ้ำตามที่ เคยก่อ โดยตนและนายปกรณ์วุฒิใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว ตีค่าเป็นเงินคนละ 1 แสนบาท เงื่อนไขที่ศาลระบุเป็นเรื่องที่นายอานนท์และนายภาณุพงศ์ยอมรับได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ได้รับการปล่อยตัว มวลชนนับร้อยต่างพากันวิ่งกรูเข้าใส่ บ้างสวมกอดด้วยความดีใจ นายอานนท์กล่าวว่าขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาเฝ้าคอยวันนี้ โดยศาลมีเงื่อนไขการปล่อยตัวว่าอย่าทำในสิ่งที่ถูกกล่าวหาไป ตนยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ได้เป็นการยุยงปลุกปั่น และเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญประกาศไว้โดยสงบและปราศจากอาวุธ ดังที่เห็นจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. หลังจากนี้หากมีการปราศรัยที่ใดพวกตนยินดีไปร่วมด้วยทั่วประเทศ โดยจะอยู่ใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด หากพบการกระทำผิดพวกตนยินดีเข้าคุก ทั้งนี้ทางรัฐต้องรับฟังความเห็นและยุติการคุกคามประชาชน

ม็อบด่วน – นักเรียนนิสิตนักศึกษาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ซึ่งเป็นการนัดหมายด่วนหลัง นายอานนท์ นำภา ถูกจับ โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่และประชาชนร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

สกายวอล์กคึกคักสู้เพื่อปชต.

ด้านบรรยากาศที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน กลุ่มนักศึกษาและประชาชนจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส โดยระบุว่า “เมื่อกฎหมายเป็นเครื่องมือของเผด็จการ คงถึงเวลาของนักสู้เพื่อประชาธิปไตย” มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องกว่า 1 พันคน ส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีดำ ก่อนเริ่มกิจกรรมเวลา 16.00 น. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ และหน่วยงานความมั่นคงนอกเครื่องแบบ

เวลา 15.50 น. ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ชุมนุมยืนกีดขวางการสัญจร เนื่องจากไม่ได้แจ้งการชุมนุมไว้ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรค ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงขอความร่วมมือเปิดช่องให้ผู้สัญจรเดินได้สะดวก เพราะบ้านเมืองเรามีขื่อมีแป ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้มีประชาชนเดินทางมาร่วมอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่สกายวอล์กในเวลา 16.00 น.

จากนั้นเวลา 16.10 น. น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย และโฆษกคณะประชาชนปลดแอก พร้อมแกนนำ เดินทางมาถึงบริเวณสกายวอล์ก โดยนำภาพกระทิงแดงขนาดใหญ่มาด้วย

ต่อมาเวลา 16.15 น. กลุ่มผู้ชุมนุมตะโกน “ตำรวจ ออกไป” พร้อมกันหลายครั้ง โดย ชู 3 นิ้วและว่าประชาชนเหลืออดแล้ว โดยมีตำรวจ สน.ปทุมวันกว่า 10 นาย ฝ่ากลุ่มมวลชนเข้ามาเพื่อชี้แจงตามข้อกฎหมาย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดคุกคามประชาชน พร้อมนัดกลุ่มผู้ชุมนุม ให้ไปร่วมในการชุมนุมใหญ่วันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และวันที่ 16 ส.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เผด็จการลงหม้อ – กลุ่มเยาวชนบุรีรัมย์ปลดแอก ชุมนุมแฟลชม็อบ เรียกร้องรัฐบาลหยุดคุกคาม-แก้ไขรัฐธรรมนูญ และขอความเป็นธรรมเรื่องสิทธิเสรีภาพ พร้อมทำพิธีมนต์ดำตามความเชื่ออีสานใต้ จับเผด็จการลงหม้อ ที่สี่แยกสะพานยาว จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

เยาวชนบุรีรัมย์ร่ายมนต์ดำ

ขณะที่นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยนัดชุมนุมได้เวลาออกเรือ “ไล่ทรราช” ในวันที่ 11 ส.ค. เวลา 17.00 น. ที่สนามหญ้าหน้าตึก 24 (ตึกเรือใบ) ด้าน มศว คนรุ่นเปลี่ยน มันต้องเปลี่ยนที่รุ่นเรา นัดพบกันวันที่ 13 ส.ค. เวลา 17.00 น. ที่ มศว ประสานมิตร โดยมี 3 ข้อเรียกร้องหลักคือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ตั้ง ส.ส.ร. เปิดทางให้มีรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน 3.ยุบสภา

วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. บริเวณสี่แยกสะพานยาว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กลุ่มเยาวชนบุรีรัมย์ปลดแอก กว่า 300 คน รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลและเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก โดยจำลองการทำพิธีไสยศาสตร์มนต์ดำตามความเชื่อของชาวอีสานใต้ ต้องการให้มนต์ดำขับไล่รัฐบาลออกโดยเร็ว

แร็พประเทศกูมีออกแถลงการณ์

วันเดียวกัน ศิลปินกลุ่ม Rap Against Dictatorship (R.A.D.) เจ้าของเพลงประเทศกูมี ออกแถลงการณ์กรณีที่มีการดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ระบุว่ากลุ่ม R.A.D. ไม่เห็นด้วยกับการคุกคามประชาชน ทั้งนี้จากเอกสารที่เปิดเผยโดยบัญชี Twitter ilaw fx ถึงรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 31 คน พบว่ามีชื่อของสมาชิกแร็พเปอร์ในกลุ่มเราอยู่ด้วย 3 คน และน้องแร็พเปอร์จากคลองเตยอีก 1 คน รวมทั้งยังมีศิลปินเพลง วงสามัญชน อีก 2 คน ขอร้องให้พี่น้องที่อยู่ในแวดวงศิลปินเพลง, ศิลปะ ในสาขาอื่นๆ ช่วยกันประกาศจุดยืน เพื่อปกป้องขอบเขตในการแสดงออกตามหลักสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย ไม่ให้รัฐเข้ามาลดเพดานลง หากวันนี้เราไม่ส่งเสียง วันพรุ่งนี้จะมีเพียงความเงียบที่ดังที่สุดเหลืออยู่เท่านั้น

น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. กล่าวว่า ขณะนี้ตนเป็น 1 ใน 31 รายชื่อที่อาจโดนหมายจับหรือหมายเรียกจากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ตนถูกขับรถตามถ่ายวิดีโอ ไม่ว่าพูดอะไรจะถูกบันทึก สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่รู้สึกอะไรมาก แต่สับสนว่าจะโดนหมายเรียกหรือหมายจับซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับนักเคลื่อนไหว รู้สึกเศร้าที่เกิดมาจะอายุ 22 ปีแล้วยังไม่เห็นประเทศเป็นประชาธิปไตย อยากเห็นสังคมดีกว่านี้ แต่ทุกครั้งที่เราต่อสู้เรียกร้องก็จะเจอกับการต่อต้าน บางครั้งรู้สึกหมดแรงแต่เมื่อถูกต่อต้านก็พร้อมกลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน