‘ทนายอานนท์’ร่วมขึ้นเวทีด้วย อ.จุฬาฯยันพร้อม-ประกันนิสิต ‘สุรินทร์-ลำปาง’ชุมนุมคู่ขนาน พิษณุโลกเข้ากรุง-แฉจนท.อุ้ม
ทะลัก ‘ธรรมศาสตร์’ นักเรียนนักศึกษาพรึ่บ แห่ชุมนุมไล่รัฐบาล ยืนกรานยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ บรรยากาศคึกคัก ‘ทนายอานนท์’ พร้อมด้วย ‘ไมค์ ภาณุพงศ์’ ขึ้นเวทีปราศรัย ‘ไอลอว์’ ก็ร่วมไปตั้งโต๊ะล่า 5 หมื่นรายชื่อจี้แก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่ ‘สุรินทร์-ลำปาง’ จัดเวทีชุมนุมคู่ขนาน ส่วน 5 น.ศ.พิษณุโลกแฉโดนเจ้าหน้าที่อุ้ม เตรียมเข้ากรุงร้องเอาผิดละเมิดสิทธิ์ ประทุษร้าย ด้านรองอธิการบดีจุฬาฯ ไม่ห้ามนิสิตชุมนุม หากถูกจับก็พร้อมไปช่วยเหลือประกันตัว
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่รัฐสภา ศูนย์การประสานงานนักศึกษาอาชีวะประชาชนปกป้องสถาบัน (ศอปส.) ประมาณ 50 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแสดงจุดยืนให้ดำเนินการกับผู้ชุมนุมบางกลุ่ม และกลุ่มคนที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยระหว่างที่กลุ่มศอปส.จะยื่นหนังสือนั้น มีกลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) รวมตัวกันทำกิจกรรมเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เจ้าหน้าที่กันพื้นที่ไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาอยู่ใกล้กัน ป้องกันการเผชิญหน้า เหตุการณ์เป็นไปด้วยความปกติเรียบร้อย

ม็อบอาชีวะ – ม็อบศูนย์กลางประสานงานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบัน ประมาณ 50 คน รวมตัวกันที่บริเวณหน้ารัฐสภา ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแสดงจุดยืนให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมและกลุ่มคนที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำศอปส. อ่านแถลงการณ์ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันต้องการความรู้รักสามัคคี แต่มีกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหว โดยนำสถาบันมายุยงให้แตกแยก กลุ่มนักเรียนอาชีวะนักศึกษาประชาชนที่มีใจรักสถาบัน เห็นว่าถึงเวลาที่จะรวมตัวกันประท้วงกลุ่มคนเหล่านั้นที่ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายชาติ พวกเราจึงรวมตัวกันจัดตั้งศอปส. เพื่อท้วงติงให้สติกลุ่มเยาวชน พ่อแม่ ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่รัฐให้ตระหนักถึงภัยคุกคามของชาติ โดยทางกลุ่มจะใช้วิธีการต่อต้านโดยการเปิดเผยชื่อบุคคลที่ชังชาติ และดำเนินการกับกลุ่มที่หมิ่นสถาบันอย่างถึงที่สุด หากมีกลุ่มจาบจ้วง พวกเราจะไปยืนดูอย่างสงบนิ่ง และจับตาทุกคนที่จาบจ้วง จะล็อกเป้าทุกคน แต่ล็อกเป้ามาเจรจากัน
ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ผู้ถืออำนาจ และเจ้าหน้าที่ว่า 1.อย่าคุกคามนิสิตนักศึกษาประชาชน และลามไปถึงครอบครัว ชุมชนของผู้ออกมาเรียกร้องชุมนุม 2.อย่าดำเนินการเกินกรอบกฎหมาย หรืออย่าแจ้งข้อหาเกินจากการกระทำความผิดจริง แม้รัฐบาลบอกว่าการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะไม่นำมาใช้กับการชุมนุม แต่ยังพบว่ามีการนำกฎหมายนี้มาดำเนินคดีกับนักศึกษาอยู่ และ 3.อย่าจัดม็อบชนม็อบ ขณะนี้มีการไอโอ ด้อยค่า แพร่มลทิน ราดน้ำมันเข้ากองไฟ วิกฤตการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง เสียงที่ออกมาขับไล่จะมากหรือน้อย รัฐบาลต้องรับฟัง
ขณะเดียวกัน นายชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี ด้านการพัฒนานิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีนิสิต จุฬาฯ ไปร่วมชุมนุมว่า จุฬาฯ ให้อิสระนิสิตในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องปกติ ไม่ห้ามการไปร่วมชุมนุม แต่ห่วงใยและเตือนให้ระมัดระวังอย่าทำผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงความรุนแรง ป้องกันตนเองจากโรคโควิด และกรณีนิสิตออกไปร่วมการชุมนุมแล้วเกิดปัญหา เช่น ถูกจับกุม ทางมหาวิทยาลัยพร้อมให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และประกันตัว รวมทั้งอาจารย์ก็พร้อมใช้ตำแหน่งประกันตัว เราจะไม่ยอมให้นิสิตติดคุกแน่นอน ส่วนการจัดชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัยนั้น ไม่ได้ห้าม แต่ขอให้ขออนุญาตก่อนเท่านั้น และจัดภายใต้ขอบเขตกฎหมาย

พลังหนุ่มสาว – คนหนุ่มสาวร่วมแสดงพลัง ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย โดยมีแกนนำผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัย ย้ำจุดยืน 3 ข้อ เพื่อให้ประเทศไทยกลับไปสู่เสรีภาพและเสมอภาคอย่างแท้จริง ที่ลานพญานาค มธ.ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
เย็นวันเดียวกัน ที่ลานพญานาค มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี กลุ่มนักศึกษาจัดกิจกรรม “#ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” โดยนักศึกษาทั้งที่เป็นแกนนำ และไม่ได้เป็นแกนนำ ต่างสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย วิพากษ์วิจารณ์กันทำงานของรัฐบาล โดยยังยืนกราน 3 ข้อเรียกร้อง คือ ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พร้อมสลับฉากเล่นดนตรี

เต็มพื้นที่ – นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนร่วมชุมนุม#ธรรมศาสตร์จะไม่ทน มีแกนนำขึ้นสับเปลี่ยนปราศรัย วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และเรียกร้องจุดยืน 3 ข้อ เต็มพื้นที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมดังกล่าวยังตั้งจุดตรวจคัดกรองตามมาตรการควบคุมโรคโควิด อีกทั้งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มาควบคุมความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงมาเฝ้าสังเกตการณ์การชุมนุม นอกจากนักเรียนนิสิตนักศึกษาแล้ว ยังมีประชาชนทั่วไปมาร่วมกิจกรรมด้วย โดยในช่วงเวลา 17.00-18.00 น. มีผู้ทยอยมาร่วมชุมนุมเกินกว่า 5,000 คน และหากมากันเต็มพื้นที่ คาดว่าอาจจะถึง 10,000 คน ขณะเดียวกัน โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ มาตั้งโต๊ะล่า 50,000 รายชื่อยื่นแก้รัฐธรรมนูญด้วย

ชุมนุมล้น – บรรยากาศการชุมนุม#ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ย้ำข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน มีนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมจำนวนนับหมื่น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
สำหรับการปราศรัยบนเวทีให้เวลาคนละ 15 นาที มีตัวแทนนักศึกษาจากสถานที่ต่างๆ มาร่วมกันคับคั่ง รวมทั้งนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก แกนนำเยาวชนภาคตะวันออก และนายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็มาร่วมขึ้นเวทีด้วย ท่ามกลางความสนใจของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มาร่วมชุมนุม
วันเดียวกัน ที่สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.สุรินทร์ เยาวชนสุรินทร์เพื่อประธิปไตย จัดชุมนุม “ช้างเผือกจะไม่ทน และสะเร็นไม่สลิ่ม” มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและประชาชนมาร่วม โดยเรียกร้อง 3 เรื่อง ยุบสภาพ หยุดคุกคาม และแก้รัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมารักษาความสงบเรียบร้อย
ส่วนที่ลานโพธิ์ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง กลุ่มนักศึกษากว่า 300 คน ชุมนุมแสดงจุดยืนต่อต้านเผด็จการ พร้อมกับม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต บรรยากาศคึกคักเช่นกัน ยื่น 5 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 1.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 2.หยุดคุกคามประชาชน 3.ยุบสภา 4.แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และ 5.สร้างพื้นที่การแสดงออกของประชาชน และสร้างบรรยากาศทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย
ส่วนกรณีนักศึกษาพิษณุโลกถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนั้น ล่าสุดถูกปล่อยตัวแล้ว โดยเจ้าตัวโพสต์ระบุว่าระหว่างที่พวกเรา 5 คน พูดคุยกันอยู่ มีกลุ่มคนกว่า 10 คน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุย จะขอรับทราบเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อย โดยบอกว่าจะไม่ยุ่งกับการจัดกิจกรรม แต่จะขอทราบว่าจะทำอะไรบ้าง แล้วจะช่วยดูแลความปลอดภัย เจ้าหน้าที่พาไปคุยในศาลา แล้วจับล็อกค้นตัว ยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคนไป ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อเพื่อนและครอบครัว
จากนั้นพาตัวขึ้นรถไปบ้านพักในหน่วยงานราชการ ถูกควบคุมตัวในห้องเดียวกัน ช่วงค่ำมีเจ้าหน้าที่มาสอบถามว่าเอาเงินมาจากไหนมาซื้อของจัดกิจกรรม มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ หลังจากนั้นปรับทัศนคติ เล่าเรื่องความเป็นมาของชาติไทย ผูกโยงกับความสำคัญของเมืองพิษณุโลก ขอให้พวกเราสำนึกและภาคภูมิใจในความเป็นคน จ.พิษณุโลก อย่าใช้ จ.พิษณุโลกสร้างความแตกแยก จนกระทั่งมืดก็พาไปส่งบ้าน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว พวกเราได้รับการปฏิบัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังนี้ 1.ถูกชิงทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ 2.ใช้กำลังประทุษร้าย จับล็อกค้นตัว 3.กักขังหน่วงเหนี่ยว จำกัดอิสรภาพ ทั้งหมดกระทำโดยบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่สวมเครื่องแบบ ไม่แสดงตน ไม่แจ้งสังกัด และพวกเราจะเดินทางมากรุงเทพฯ แฉเรื่องที่เกิดขึ้น