เย้ยทั่วปท.-มีเป็นหมื่น
‘บิ๊กป้อม’โต้คิดไปเอง
จนท.คุกคามนักศึกษา
‘ซินตึ๊ง’เรียกคุยอธิการ

เต้น-สั่งสอบม็อบคณะประชาชนปลดแอก ‘บิ๊กตู่’ เชื่อเบื้องหลังมีท่อน้ำเลี้ยง-เงินสนับสนุนความเคลื่อนไหว ไม่สนใจแถลงการณ์คณาจารย์ อ้างประเทศไทยมีคนเก่งอีกเป็นหมื่น ชี้ที่ผ่านมาดำเนินการอย่างละมุนละม่อมแล้ว ปัดเจ้าหน้าที่คุกคามแกนนำ ย้อนถามที่ผ่านมามีใครถูกจับหรือยัง ขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ ก็โต้คิดไปเองส่งตร.ไปคุกคาม สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประชุมด่วน ย้ำสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้านอธิการบดีพร้อมสอบสวนการจัดตั้งเวทีเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ออกแถลงการณ์คนส.-353 อาจารย์และนักวิชาการชี้มหาวิทยาลัย ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการตั้งคำถามเพื่อแสวงหาทางออกของสังคม รมต.ซินตึ๊งเริ่มงานแรกเรียกคุยอธิการบดี 2-3 สถาบันที่มีม็อบถี่

ตร.จับตาชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค.

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าเป็นกังวลการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงสถาบัน รวมถึงอาจมีการเผชิญหน้ากับกลุ่มที่มีความเห็นต่าง จึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคำนึงถึงกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกคนทราบ ว่าอะไรทำได้หรือไม่

พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยต่อว่า ส่วนการดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ที่พบการ กระทำความผิดซ้ำ จะเสนอศาลให้เพิกถอนการประกันตัวหรือไม่ เรามีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว ยืนยันตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย หากพบความผิด ก็ต้องดำเนินการตามหน้าที่ และไม่ดำเนินการ 2 มาตรฐาน ส่วนที่จะนัดชุมนุมบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จะเฝ้าระวังและรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ ผู้ชุมนุมศึกษาบทเรียนที่ผ่านมา

ไอลอว์เผยถูกคุกคาม 78 ครั้ง

ด้าไอลอว์ เปิดเผยว่าหลังจากการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค.พบว่ามีการ #คุกคามประชาชน เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงคุณครู หลากหลายกรณี หลากหลายวิธีการ โดยบันทึกเรื่องราวการคุกคามไว้ในนี้ทั้งหมด 78 ครั้ง ซึ่งรวมกรณีเปิดเผยได้ตามรายงานนี้ 63 ครั้ง และกรณีที่ผู้ถูกคุกคามไม่ให้เปิดเผย 15 ครั้ง

ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จ.ปทุมธานี มีประชาชนกลุ่มรักแผ่นดินเกิด จำนวน 60 คน มีนายบัญชา บุญพยุง แกนนำกลุ่มรักแผ่นดินเกิด เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิวาพัชญ์ สนิทนวนธนรัฐ ผกก.สอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะผู้จัดชุมนุม “ธรรมศาสตร์ จะไม่ทน” ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ฐานให้การสนับสนุนการชุมนุม และการปราศรัยที่จาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน รวมทั้งยุยงปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกภายในประเทศ

353 นักวิชาการออกแถลง

วันเดียวกัน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) จำนวน 353 คน ได้ร่วมลงชื่อและออกแถลงการณ์เรื่อง “มหาวิทยาลัยต้องเป็นพื้นที่สำหรับการตั้งคำถามและแสวงหาทางออกร่วมกันอย่างสันติของสังคม” มีรายละเอียดดังนี้

มหาวิทยาลัยไม่ได้มีบทบาทหน้าที่เพียงฝึกคนให้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบอาชีพ ไม่ได้เป็นโรงงานผลิตแรงงานตามความต้องการของตลาด และไม่ได้เป็นหน่วยงานหล่อหลอมเจ้าหน้าที่ตามการบงการของรัฐ หากแต่เป็นแหล่งบ่มเพาะสมาชิกที่มีคุณภาพให้กับสังคม ซึ่งไม่ได้หมายถึงทักษะในการท่องจำสิ่งที่สืบทอดกันมาในตำรา แต่หมายถึงความสามารถในการคิด ตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์อย่างอิสระ เพราะสังคมจะไม่สามารถเผชิญวิกฤต ความเปลี่ยนแปลง หรือความท้าทายใหม่ๆ ได้ หากสมาชิกปราศจากคุณสมบัติเหล่านี้ จะมีแต่ผู้ที่ต้องการแช่แข็งสังคม หรือฝืนการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่ไม่ต้องการให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทหน้าที่เช่นนี้

สังคมไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ บทบาทของมหาวิทยาลัย ในการบ่มเพาะสมาชิกที่มีความสามารถในการคิด ตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์ จึงยิ่งทวีความสำคัญตามไปด้วย นอกจากนี้บทบาทดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะการจัดการเรียนการสอนให้กับนิสิตนักศึกษาในสถาบัน หากแต่หมายรวมถึงการเป็นพื้นที่ ให้สมาชิกกลุ่มอื่นในสังคมได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนข้อเท็จจริง ด้วยเหตุด้วยผล โดยมีประโยชน์ของสังคมเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมไทยมีความขัดแย้งทางความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์เช่นนี้ ไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมไปกว่ามหาวิทยาลัย สำหรับการให้สมาชิกในสังคมได้ตั้งคำถามและแสวงหาคำตอบร่วมกันอย่างสันติ

3 ข้อเรียกร้องนศ.ตั้งคำถาม

ข้อเรียกร้องของการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการหยุดคุกคามประชาชน การยุบสภา หรือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการตั้งคำถามและพยายามพาสังคมไทยไปให้พ้นจากวิกฤตทางการเมืองที่สั่งสมมากว่าทศวรรษ

ฉะนั้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัย จึงไม่ควรพุ่งเป้าที่ประเด็นการปราศรัยเกินกว่าที่แจ้งไว้ ด่วนตัดสินเอาเองว่าการปราศรัยไม่เหมาะสมขัดศีลธรรม หรือจะไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมทางการเมืองในมหาวิทยาลัยต่อไป หากแต่ควรคำนึงถึงบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้เป็นหลัก

คนส. พร้อมผู้มีรายชื่อแนบท้าย จึงเรียกร้องไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยรวมถึงภาคส่วนต่างๆ ในสังคมและรัฐ ดังนี้

1.ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องอนุญาตให้นิสิตนักศึกษา รวมถึงประชาชน ได้ใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมทางการเมืองโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ ไม่หวาดกลัวต่ออำนาจอธรรม ความไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใด รวมทั้งต้องไม่ถือว่าการจัดกิจกรรมทางการเมือง ดังกล่าวเป็นความผิด เพราะการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมในการตั้งคำถามและเสนอทางออกให้กับสังคม นอกจากจะเป็นบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ยังป้องกันนิสิตนักศึกษาจากความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้หากผลักไสให้พวกเขาไปจัดกิจกรรมด้านนอก

จี้รัฐเคารพการแสดงความเห็น

2.ภาคส่วนต่างๆ ในสังคม พึงพิจารณาข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาอย่างมีสติ ด้วยเหตุด้วยผล ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร โดยมีประโยชน์ของสังคมเป็นตัวตั้ง พร้อมแสวงหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ มิใช่ปฏิเสธที่จะรับฟังด้วยอคติ ใส่ร้ายป้ายสีหรือยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง และนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อกัน หรือสร้างเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับนิสิตนักศึกษาและประชาชน

3.รัฐต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็นโดยสันติของประชาชน ที่ได้รับการรับรองทั้งในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ ต้องไม่ขัดขวางการจัดกิจกรรมทางการเมืองในสถานศึกษา ต้องบังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ไม่ตั้งข้อหาหรือดำเนินคดีกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่มาชุมนุมอย่างสันติและแสดงความเห็นโดยสุจริต รวมถึงต้องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมชุมนุม และป้องกันไม่ให้มีการประทุษร้ายนิสิตนักศึกษาเพียงเพราะพวกเขาแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบัน

กลุ่มแคร์แถลงแนะรัฐเปิดกว้าง

นอกจากนี้ กลุ่มแคร์ ออกแถลงการณ์เรื่อง ความห่วงใยต่อการเคลื่อนไหวของประชาชน ระบุว่า จากการที่เหล่านิสิต นักศึกษา นักเรียน เยาวชน และประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมกันหลายพื้นที่และยื่นข้อเสนอเรียกร้อง ซึ่งบางประเด็นอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับสังคม ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเรียกร้องดังกล่าว หากเรารับฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง จะรับรู้ได้ว่า นั่นเป็นเสียงเรียกร้องอย่างบริสุทธิ์ใจของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

กลุ่มแคร์ สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เพราะชาติคือประชาชน ทุกคนจึงย่อมมีสิทธิ์มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศชาติของตนเองได้ ด้วยเจตนารมณ์ตั้งแต่เริ่มต้นของกลุ่มแคร์ที่จะคิด-เคลื่อน-ไทย อย่างสร้างสรรค์ เราจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างในทุกรูปแบบไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

กลุ่มแคร์ขอเรียกร้องไม่ให้มีการสร้างสถานการณ์ คุกคาม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน การใช้ความรุนแรง ยุยง ปลุกปั่น ข่มขู่ และคุกคาม มีแต่จะนำประเทศไปสู่ทางตัน ในทางกลับกัน การอดทนข่มกลั้น การยอมรับฟังความเห็นต่าง การเปิดพื้นที่ให้ มีการพูดคุย พิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ต่างหากคือ ทางออก ประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรงจะไม่ซ้ำรอย เมื่อประชาชนร่วมกันคัดค้าน ไม่ยินยอมให้ผู้เกี่ยวข้องพาเราเดินไปสู่ทางตัน และเรียกร้องให้จับมือร่วมกันไปสู่ทางออก

ตรังต้านเผด็จการนัดชุมนุม

สำหรับกิจกรรมการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อนะเน มศว คนรุ่นเปลี่ยน โพสต์ ถึงเวลาแล้ว แล้วพบกัน วันที่ 13 ส.ค.เวลา 17.00 น. ที่ มศว ประสานมิตร ลานเทาแดง, เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ “คนรามจะไม่ทน” รามคำแหงจะไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการอีกต่อไป 14 สิงหาคม 2563?#ขีดเส้นตาย ไล่รัฐบาลเผด็จการ ประยุทธ์ จันทร์โอชาเวลา 4 โมงเย็น เป็นต้นไป? #รามคำแหงจะไม่ทน ณ ลานพ่อขุนมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เบื่อแล้วเฟรชชี่ ปีนี้ขอม็อบ นัดชุมนุม 14 ส.ค. สนามจุ๊บ จุฬาฯ มาแน่ โดยเพจคณะจุฬาฯ ระบุแม้จะมีเงื่อนไขและแรงกดดันจากมหาวิทยาลัย ก็ยังยืนยันจะจัดงานแสดงจุดยืนเคียงข้างเพื่อนของเรา มิตรภาพจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ จะไม่เป็นแค่คำพูดสวยหรู ยืนยันยึดมั่น 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน

นอกจากนี้ ที่ จ.ตรัง Trang Against Dictatorship-TAD เชิญชวนเยาวชนและ พี่น้องประชาชนที่รักในประชาธิปไตย เข้าร่วมชุมนุมแฟลชม็อบ “เมื่อเขาอยากให้เราเงียบ เราก็จะเงียบ” ร่วมสวมใส่เสื้อดำ แสดงพลังแห่งประชาธิปไตยไม่เอาเผด็จการ ณ สวนทับเที่ยง (ใกล้วงเวียนน้ำพุจวนผู้ว่าฯ)ในวันเสาร์ที่ 15 ส.ค.ตั้งแต่เวลา 16.45 น.

‘เพนกวิน’โดนแจ้งจับข้อหา 112

ด้าน “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) กล่าวถึงเหตุการณ์ในคืนวันที่ 12 ส.ค. หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กและ ทวิตเตอร์ระบุมีชายหัวเกรียนต้องสงสัยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณโดยรอบที่พัก ว่า ตั้งแต่กลางดึกมีเพื่อนนักศึกษา โดยองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) จัดชุดรักษาความปลอดภัยกระจายรอบ ตึกเจ-ปาร์คหลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งเป็นหอพักนักศึกษาที่ตนและแกนนำ สนท.พักอยู่ รวมถึงเพนกวิน-นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ด้วย หลังจากมีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมรวบตัวแกนนำนักศึกษาที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน”เมื่อวันที่ 10 ส.ค.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ วันที่ 12 ส.ค.นายสุขสันต์ เวียงจันทร์ ชาวจังหวัดเลย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายพริษฐ์ ต่อพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นและแสงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

สำหรับนักเรียนร.ร.ขอนแก่นวิทยายน จ.ขอนแก่น ประกาศจัดกิจกรรมหลังเลิกเรียนเชิงสัญลักษณ์ ชูกระดาษเปล่าๆ ในเวลา 16.00 น. ล่าสุดเวลา 13.00 น. ทางโรงเรียนประกาศพ่นยากันยุงกะทันหันแล้วให้นักเรียนกลับบ้าน ด้านผู้จัดกิจกรรมยืนยันจะทำกิจกรรมต่ออย่างแน่นอน แต่คงจะมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมน้อยลง

ป้อมโต้คุกคามน.ศ.-คิดไปเอง

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ระหว่างการหารือ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หารือว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีวันสำคัญอยู่ 2 วันคือวันที่ 10 ส.ค. เป็นวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน และวันที่ 12 ส.ค. เป็นวันแม่แห่งชาติ ตนเชื่อว่าส.ส.แต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะของภท.ในทุกเขตได้ไปร่วมกิจกรรมทั้ง 2 งาน ซึ่งมีทั้งผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มแม่บ้าน ประชาชนร่วมงานจำนวนมาก แต่ตนได้รับการร้องเรียน และสอบถามจากผู้นำชุมชนว่า รู้สึกอึดอัดใจกับกระแสการเมืองในปัจจุบันโดยเฉพาะการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดที่ชัดเจน และทำร้าย ทำลายจิตใจของคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.กรณีแกนนำม็อบนักศึกษาที่ออกมาชุมนุม ระบุถูกเจ้าหน้าที่รัฐติดตามความเคลื่อนไหวว่า “โห ไม่มี ไม่มีหรอก คิดไปเอง”

‘ตู่’ก็ถาม-จับไปบ้างแล้วหรือยัง

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเท็จจริงกรณีการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษามีการโพสต์สื่อโซเชี่ยลอ้างว่ารัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ติดตามเพื่อที่จะจับกุม ว่า เรื่องนี้ก็เป็นการโพสต์ข้อความใครก็เขียนได้ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ติดตามเพื่อจับกุม ถามว่าแล้วจับหรือยัง ถ้าทำความผิด ละเมิดกฎหมายแล้วจะต้องทำอย่างไร เรื่องนี้ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่รัฐบาลที่อาจจะไม่บังคับใช้กฎหมาย เรื่องแบบนี้มี 2 ทางเสมอ รัฐบาลก็พยายามระมัดระวังอย่างยิ่ง

“ฉะนั้นขอบอกว่าอย่าให้ใช้โอกาสนี้ในการทำให้บ้านเมืองไม่สงบก็แล้วกัน ต้องดูหลายๆ อย่าง ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า บริสุทธิ์ใจหรือไม่ การชุมนุมตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ต้องไปดูว่าการชุมนุมสามารถชุมนุมได้ แต่ละเมิดกฎหมายหรือไม่ก็ต้องไปดูตามกฎหมายที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ขอให้ใช้ข้อเท็จจริงในเชิงประจักษ์ ซึ่งทุกคนก็คงทราบดีอยู่แล้ว วันนี้การพูดจาผมเองก็ไม่อยากไปพูดให้เกิดปัญหาอีก ดังนั้นต้องหาวิธีในการแก้ปัญหาอย่างละมุนละม่อม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

สั่งตรวจสอบชี้มีน้ำเลี้ยงเบื้องหลัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกลุ่มนักวิชาการและคณาจารย์กว่า 100 คน ที่ออกแถลงการณ์สนับสนุนข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาที่ผ่านมาว่า “ก็เป็นเรื่องของท่าน ผมหวังว่า ในประเทศไทยเราคงไม่มีนักวิชาการเพียง 105 คน เราจะมีคนเก่งเพียงเท่านี้หรือ เรามีอีกตั้งเป็น 1,000 เป็น 10,000 คน ก็ต้องดูว่าคนเหล่านั้นมีความคิดเห็นอย่างไรก็ต้องว่ากันมา แต่ข้อสำคัญก็ต้องไม่ไปก้าวล่วงหรือล่วงละเมิดอะไรต่างๆ ผมว่ามันไม่ใช่ประเทศไทยหรอก แบบนั้น และผมไม่แปลกใจรายชื่อตรงนี้ที่ผมเห็นเพราะแนวความคิดและการขับเคลื่อนของเขาที่ผ่านมามันก็เป็นแบบนี้ แต่มันหมิ่นเหม่เกินไปในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำถูกทำดีก็ควรจะขับเคลื่อนทำให้ประชาชนร่วมมือกันสร้างอนาคตของเราไปด้วยกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องของการจัดกิจกรรมก็ต้องไปดูว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เงินเหล่านี้มาจากไหนสิ่งเหล่านี้ต้องตรวจสอบทั้งหมด ถือเป็นกลไกลการทำงานปกติ ตนไม่ต้องไปสั่งใครถือเป็นกลไกตามปกติ เรื่องนี้ตนบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว การจะคิดหรืออะไรก็ตามแต่ก็ต้องให้หลักคิด หรือให้แนวความคิดที่ถูกต้อง เป็นไปได้ ปฏิบัติได้ เด็กก็กำลังเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ขอว่าให้แสดงความคิดเห็นในทางบวกจะดีเสียกว่าเพราะจะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ในอนาคต ไม่เช่นนั้นก็จะแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย จะมีแต่ความขัดแย้งกันไปตลอดเวลา

ธรรมศาสตร์สอบชุมนุม 10 ส.ค.

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามธ. แถลงข่าวภายหลังการประชุมสภามธ.วาระด่วน ว่า น.ส.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมธ. ได้รายงานสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นให้สภามธ.ได้รับราบเพื่อหาทางแก้ไข โดยมีข้อสรุปดังนี้

1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยืนยันในจุดยืนของการเป็นสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. มหาวิทยาลัยยอมรับในสิทธิเสรีภาพและการแสดงออกของนักศึกษา ภายใต้ขอบเขตแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย 3. คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอรับไปดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อชี้แจงให้สังคมได้ทราบต่อไป และ 4. มหาวิทยาลัยจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในมหาวิทยาลัย โดยเชื่อในแนวทางการปรึกษาหารือกันแบบสันติวิธี

ซินตึ๊งมาแล้วเรียกคุยอธิการบดี

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในที่ประชุมครม. ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาหลายสถาบัน ว่า ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ จะเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง 2-3 แห่ง มาพูดคุยทำความเข้าใจ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า โดยหลักการอยากให้มีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ไม่อยากให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคม และรัฐบาลเปิดกว้างในเรื่องสิทธิ เสรีภาพในการชุมนุม แต่ขอให้เนื้อหาอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ก้าวล่วงสิ่งที่ละเอียดอ่อน เพราะอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้ง

นายเอนกกล่าวว่าขณะที่ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ รัฐบาลไม่มีการคุกคามอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พูดกันต้องไปดูในรายละเอียดว่าบริบทในการชุมนุมแต่ละที่ ผู้ที่ขึ้นปราศรัยแสดงออกอย่างไรบ้าง ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่มีวันที่จะมองว่าประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษาเป็นศัตรู แต่มองเสมอว่าเป็นอนาคตของชาติ และอยากเปิดพื้นที่ให้มาร่วมคิดร่วมพัฒนาประเทศด้วยกันจึงตัดเรื่องคุกคามไปได้เลย แต่เนื้อหาบางอย่างที่หมิ่นเหม่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องเข้าไปดำเนินการ จึงอยากให้เข้าใจด้วย ส่วนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการแล้ว ส่วนการเรียกร้องให้ยุบสภา ถ้ายุบสภาก็จะแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ อยากให้นักศึกษาแสดงออกและมองทุกอย่างด้วยเหตุและผล และขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

จัดต่อเนื่อง – นักเรียนและนิสิตมหา วิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ (มศว) จัดชุมนุมท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก พร้อมทั้งยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง หยุดคุกคาม แก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภา ที่มศว ประสานมิตร เมื่อวันที่ 13 ส.ค.

‘มศว ประสานมิตร’ชุมนุม

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณหน้าหอประชุม มศว ประสานมิตร นักศึกษา มศว กลุ่มคนรุ่นเปลี่ยน และนักเรียน สาธิต มศว ประสานมิตร นับร้อยคน ได้จัดกิจกรรม FlashMob# ให้มันจบที่รุ่นเรา โดยก่อนหน้านี้ได้นัดรวมตัวกันที่หน้าลานเทาแดง แต่เกิดฝนตกหนัก ทำให้ต้องเข้าไปร่วมกลุ่มจัดกิจกรรมบนบันได หน้าอาคารหอประชุมหน้าลานเทาแดง

จากนั้น มีตัวแทนกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน นักเรียนสาธิต มศว ประสานมิตรผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศัย โจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยชี้ว่ารัฐบาลคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการใช้กฎหมายและการใช้กฎหมายของรัฐที่มีการคุกคามประชาชนที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ขอให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ พวกเราก็จะให้ความร่วมมือ

นอกจากนี้ ไอลอว์ได้มีการตั้งโต๊ะลงชื่อให้ได้ 50,000 เพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งเข้าร่วมลงชื่อ ใช้เวลาจัดกิจกรรม 1 ชั่วโมงก็ได้แยกย้ายกันไปอย่างสงบ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน