บิ๊กเล็กข้ามห้วย
นั่งเลขาฯสมช.
อภิรัชต์โดดชิ่ง
ชี้แจงกมธ.งบฯ
สุชาติ-นฤมลฟิต

แจงงบ – พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พร้อมด้วยผู้นำ เหล่าทัพ เข้าชี้แจงงบประมาณกระทรวงกลาโหม ต่อกมธ.งบประมาณ ปี 2564 ก่อนที่ผบ.ทบ.จะขอตัวออกมาอ้างติดภารกิจสำคัญ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 14 ส.ค.
โผทหารลงตัว ‘บิ๊กบี้’ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผงาดเก้าอี้ผบ.ทบ. โยก ‘บิ๊กเล็ก’ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นเลขาฯสมช. ‘บิ๊กเป้ง’ ขยับขึ้นรองผบ.ทบ. ‘บิ๊กหน่อย’ นั่งเสธ.ทบ. ส่วน 2 แม่ทัพ ‘บิ๊กหนุ่ย-บิ๊กเดฟ’ ขึ้นผู้ช่วยผบ.ทบ. ‘สุพัฒนพงษ์’ เผยนายกฯนัดคุยแก้วิกฤตเศรษฐกิจ 17 ส.ค. ‘สุชาติ’ ตีปี๊บนโยบายช่วยคนตกงาน กมธ.งบฯสั่งผู้นำเหล่าทัพอยู่ชี้แจงจนจบ อย่าทำตัวเป็นวีไอพี ก่อนบี้งบซื้อกระสุนปืน ด้าน ‘บิ๊กแดง’ ชิ่ง อ้างติดงาน อธิบดีกรมน้ำบาดาลมอบเบอร์มือถือนักตบทรัพย์ ถึงมือ ‘ชวน’ แล้ว
‘บิ๊กตู่’โชว์ริสต์แบนด์ใหม่
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ ก่อนการประชุมในช่วงที่นายกฯ เดินจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกภักดีบดินทร์ ได้หยุดหันมามองกลุ่มผู้สื่อข่าว ก่อนยกมือขวาขึ้น พร้อมชี้โชว์สายรัดข้อมือหรือริสต์แบนด์สีฟ้า ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดทำขึ้นและมอบให้ในที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา
โดยริสต์แบนด์เขียนคำว่า better regulation for better life ซึ่งมีความหมายว่ากฎหมายที่มีประสิทธิภาพที่ดี เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งนายกฯ ได้สวมใส่คู่กับริสต์แบนด์สีเหลืองที่ใส่เป็นประจำอยู่แล้ว
มอบนโยบายครม.24ข้อ
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษก ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ ได้มอบนโยบายในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา 24 ข้อ อาทิ น้อมนำพระบรมราโชบายในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ให้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองมีเสถียรภาพ รักษาระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม
ไม่ยึดผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ทางการเมือง เหนือผลประโยชน์ของประชาชนและส่วนรวม, เร่งรัดการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนแม่บท ให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว พร้อมพัฒนาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาวะแวดล้อมของโลกและประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป, ขับเคลื่อนประเทศในยุคปกติใหม่ เน้นการมีส่วนร่วม การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นำเสนอข้อมูลข่าวสารในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย, ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ
ภารกิจในระยะเร่งด่วน คือ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว เอสเอ็มอี และเศรษฐกิจฐานราก ภาคการเกษตร, ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยบูรณาการทุกภาคส่วนให้ร่วมกันติดตามดูแล ประดับประคอง ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
‘วิษณุ’แจงตั้งศูนย์ฟื้นฟูศก.
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมติคครม.เห็นชอบตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมนัดแรกเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ศสช.) จะพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องเชิญนักธุรกิจ เข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รายชื่อคณะกรรมการชุดใหญ่ถูกวางไว้แล้ว ซึ่งนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง จะเป็นคนเชิญมาเข้าร่วมงานเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวถามถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจะเหมือนกับศูนย์บริหารสถาน การณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ที่จะมีอำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจนี้ ไม่ได้ตั้งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่รูปแบบ โครงสร้างจะเป็นการเลียนแบบศบค.ที่ตั้งขึ้นเฉพาะกิจสำหรับสถานการณ์ โควิด-19 แต่ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ต้องอาศัย พ.ร.ก. อะไร และสามารถอยู่ต่อไปได้ แม้จะเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ตรงกันข้าม หากเลิกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศบค.ก็ต้องไป
ต่อข้อถามว่า คณะกรรมการจะมีอำนาจและข้อเสนอผูกพันอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี แต่ต่อไปนายกฯ อาจจะเพิ่มอำนาจให้ได้ เช่น หากมีข้อเสนอ ก็สามารถนำเข้าครม.ได้ คล้ายๆ กับครม.เศรษฐกิจ เมื่อถามว่าต้องมีโฆษกประจำศูนย์หรือไม่ เพราะถือว่ามีความสำคัญในการสื่อสารกับประชาชน นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ น่าจะต้องมี แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ในคำสั่ง เพราะสามารถมอบหมายในช่วงที่เข้าประชุมได้เลย เช่น นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ก็ ไม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง แต่ใช้วิธีมอบหมาย
‘สุพัฒนพงษ์’นัดคุยนายกฯ17ส.ค.
เวลา 06.59 น. ที่กระทรวงพลังงาน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เข้าสักการะศาลพระพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน โดยมีผู้บริหารกระทรวง และหน่วยงานในสังกัดต้อนรับ และร่วมสักการะ
นายสุพัฒนพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 17 ส.ค. จะประชุมกับนายกฯ เพื่อหารือและรับฟังนโยบายภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และวันที่ 19 ส.ค. จะมอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพลังงาน ส่วนที่มองว่าเศรษฐกิจไม่ดี จีดีพีติดลบ 9-10 เปอร์เซ็นต์นั้น ต้องเรียนว่าได้เข้าไปดูลึกในรายละเอียดแล้วหรือยัง ส่วนการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้จะทำงานให้เต็มที่ หากมีอะไรที่ต้องปรับก็ค่อยๆ ปรับแก้กันไป ซึ่งผู้สื่อข่าวรู้ดีว่าตนเป็นยังไง
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุพัฒนพงษ์ได้เรียกผู้บริหารกระทรวงหารือถึงนโยบายการทำงานร่วมกัน เพื่อเตรียมแถลงนโยบายพลังงานในวันที่ 19 ส.ค.นี้ เตรียมตั้ง นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษา และนายกวิน ทังสุพานิช อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นเลขานุการรมว.พลังงาน
‘ปรีดี’ได้ฤกษ์เข้าคลังจันทร์นี้
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมานายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง ได้ขอใช้อาคาร 6 ที่เป็นอาคารอนุรักษ์และเคยเป็นวังเก่าที่อยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั่งทำงานตลอดสัปดาห์ โดยได้เรียกผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหารือถึงปัญหามาตรการดูแลเศรษฐกิจทั้งหมด และจะเข้าทำงานที่กระทรวงการคลัง ในวันที่ 17 ส.ค.เป็นวันแรก โดยช่วงเช้า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน จะเป็นประธานมอบนโยบายให้รมว.คลังและผู้บริหารกระทรวงการคลังทั้งหมด ช่วงบ่าย นายปรีดีจะเป็นประธานประชุมผู้บริหารระดับสูงสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อติดตามมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ นายปรีดีได้เรียกนายวิทัย รัตนากร ผอ.ธนาคารออมสิน และน.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปหารือที่ ธปท.
นายวิทัยกล่าวหลังเข้าพบนายปรีดีว่า มารายงานแผนงานการทำงานของธนาคารออมสิน ส่วนเรื่องนโยบายเศรษฐกิจยังพูด ไม่ได้ ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้รวบรวมอยู่

เริ่มงาน – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เข้ากระทรวงวันแรก ประกาศเดินหน้าจัดตั้งศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 14 ส.ค.
‘สุชาติ-นฤมล’รับหน้าที่คึกคัก
ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ รมช.แรงงาน ถือฤกษ์เวลา 07.29 น. เข้ารับตำแหน่งที่กระทรวง โดยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ท่ามกลางบรรยา กาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวง พร้อมผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวง ต้อนรับ และมีกลุ่มนักการเมือง นำโดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส.ส. พรรค อาทิ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ส.ส. กลุ่มตะวันออก และ ส.ส.ภาคใต้ ร่วมแสดงความยินดี
แม้นายสุชาติ และนางนฤมล จะนัดเข้า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ถือฤกษ์ในเวลาเดียวกัน แต่ทั้งสองได้ทักทายกันเพียงเล็กน้อย ก่อนจะไปสักการะพระพุทธสุทธิธรรมบพิตร ซึ่งนายสุชาติสักการะก่อนและได้แยกขึ้นรถตู้ส่วนตัว เพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงในจุดอื่นๆ ขณะที่นางนฤมล พร้อมคณะได้เดินเท้าไปสักการะในเวลาไล่เลี่ยกัน
ต่อมานายสุชาติได้เชิญพระพุทธรูปเข้าในห้องทำงาน ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน 15 ชั้น และลงนามในแฟ้มเอกสารรับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ และนั่งโต๊ะทำงานในเวลา 07.57 น.
เร่งผุดศูนย์แรงงานแห่งชาติ
นายสุชาติแถลงว่า ตนตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง วันนี้ประเทศเกิดวิกฤตโควิด-19 เกิดปัญหาว่างงาน ตนได้รับคำสั่งจากพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาแก้ปัญหาด้านแรงงาน นโยบายเร่งด่วน คือการตั้งศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ เพื่อบริหารจัดการแบบครบวงจร ซึ่งตนจะเป็นประธานและทำงานร่วมกับรมช.แรงงาน และบูรณาการทำงานกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง และหารือกับครม.เศรษฐกิจ เพื่อทุกหน่วยช่วยกันทำงานในเชิงรุก
ขอย้ำว่าตนไม่ได้มาเป็นนาย แต่มาเป็นผู้รับใช้แรงงาน ตั้งใจทำงานและทำตามระเบียบของกฎหมาย เพื่อให้เกิดแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดปัญหากับราชการ เชื่อว่าหลังจากการพูดคุยและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันแล้วจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 เดือน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ โดยในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 14.00 น. จะประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวง
ฟุ้งเข้าใจหัวอกคนงาน-นายจ้าง
“ผมมาอยู่กระทรวงไม่ได้มีอะไร ผมไม่อยากเหมือนปลาตาย ผมจะเป็นปลาเป็นที่ต้องว่ายทวนน้ำ ชอบทำเรื่องยากๆ และจะต้องทำให้ได้ ผมเชื่อมั่นในตนเองและข้าราชการ ที่จะแก้ปัญหาแรงงานและจะทำให้ดีที่สุด ผมเกิดมาจากครอบครัวกรรมกร เมื่อเติบโตก็มีธุรกิจ จึงเข้าใจความยากลำบากของคนงานและผู้ประกอบการ คิดว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง” นายสุชาติกล่าว
ด้านนางนฤมลกล่าวกับผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดีว่า เหมือนเป็นโชคชะตากำหนดให้ได้กลับมาทำงานอีกครั้ง เพราะเคยมาช่วยงาน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงานในสมัยรัฐบาล คสช.มาก่อน ตนจะสนับสนุนและทำตามนโยบายของรมว.แรงงานอย่างเต็มที่ เพราะนายกฯ ได้ฝากความหวังไว้กับกระทรวงแรงงานไว้มาก หลังจากเหตุการณ์โควิด-19 กระทรวงแรงงานต้องเป็นกลไกสำคัญในกระทรวงเศรษฐกิจที่จะต้องช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานและนายจ้าง
สภาประชุมนัดพิเศษโหรงหรง
เมื่อเวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติที่ค้างกว่า 170 เรื่อง ก่อนเข้าสู่วาระ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แจ้งว่า การนัดประชุมเป็นพิเศษ ตั้งแต่เวลา 09.30-19.00 น. ต้องการให้ราบรื่นและเป็นไปด้วยดี แต่ขณะนี้มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)หลายคณะ ทั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และอนุกมธ.อีก 8 คณะ ทำให้ส.ส.ที่นั่งในห้องประชุมมีจำนวนน้อย และช่วงเย็นจะมีส.ส.กว่า 20 คณะเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ และกรณีที่รัฐสภาไฟดับ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ส.ค. ขอฝากให้ดูเรื่องไฟตามทางเดินต่างๆ และลิฟต์ด้วย
ด้านนายชวนชี้แจงว่า ช่วงไฟดับ ทราบว่ามีส.ว.ติดอยู่ในลิฟต์ 2 คน ซึ่งตนได้รับรายงานจากการไฟฟ้านครหลวงว่า ต้นไม้ข้างนอกหน้ารัฐสภามาสัมผัสสายไฟทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร และเช้าวันนี้มีการประชุมภายในอีกครั้งเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ โชคดีที่ในห้องประชุมสภามีไฟฟ้าสำรองจึงประชุมกันได้ ซึ่งให้นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภา มารายงานและหารือเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในวันอื่นด้วย
“ความไม่พร้อม มีอยู่ไปถึงสิ้นปี เพราะตามสัญญาก่อสร้าง จะสร้างไปถึงสิ้นปีนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมร่วมกับเจ้าหน้าที่และบริษัทผู้รับเหมา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าและปัญหาต่างๆ ทราบว่าบริษัทได้เพิ่มคนงาน 4,000 คน เพื่อเร่งงานให้เสร็จภายในปลายปีนี้” นายชวนกล่าว
‘ธนาธร’บี้ผบ.แจงกมธ.งบจนจบ
เวลา 09.00 น ที่รัฐสภา มีการประชุมกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยมีนายวราเทพ รัตนากร รองประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณางบของกระทรวงกลาโหม 6 หน่วยงาน วงเงิน 223,463.7 ล้านบาท
ก่อนเริ่มวาระการประชุม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะที่ปรึกษากมธ. ได้หารือว่า กรณีการปฏิบัติของผู้นำเหล่าทัพในชั้น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ที่ผ่านมา ผู้นำเหล่าทัพเข้ามาชี้แจงเพียง 1 ชั่วโมงแล้วก็กลับ ขณะที่หน่วยงานอื่น กระทรวงอื่น ผู้บริหารสูงสุดจะนั่งชี้แจงจนกมธ.หมดคำถาม ในปีนี้จะอนุญาตให้ผู้นำเหล่าทัพทำแบบเดิมอีกหรือไม่ การอนุญาตให้ทำลักษณะนี้ได้ เพราะผู้นำเหล่าทัพรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเหนือตัวแทนประชาชนหรือเปล่า กองทัพมีสถานะที่สูงส่งกว่าข้าราชการอื่นใช่หรือไม่ เป็นวีไอพีเหนือข้าราชการอื่นใช่ไหม
“เราจำเป็นต้องอยู่ตอบคำถามที่บางครั้ง อาจทำให้ทุกคนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เราจำเป็นต้องสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เราต้องเผชิญหน้ากับความจริง ผมยืนยันว่าการที่ประเทศจะเดินหน้าไปได้ กองทัพจะต้องอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาล และตัวแทนที่มาจากประชาชน ดังนั้น ขอให้ประธานวินิจฉัยกรณีนี้” นายธนาธรกล่าว
จากนั้นประธานที่ประชุมวินิจฉัยให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของกมธ. โดยยืนยันว่าผู้นำเหล่าทัพจะต้องอยู่จนการชี้แจงจบสิ้น หากจะกลับก่อนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม
‘บิ๊กแดง’ขอเลื่อนการพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณางบของกระทรวงกลาโหมครั้งนี้ มีนายทหารระดับสูงร่วมชี้แจง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. และพล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.
ต่อมาเวลา 10.00 น. หลังจากนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ. ได้ซักถามถึงงบจัดซื้อจัดจ้างกระสุนปืน 7-8 รายการที่ไม่พบเจอในรายการตามเอกสารงบประมาณ ทั้งกระสุนปืนอัตโนมัติ กระสุนปืนใหญ่ ลูกกระสุนเอ็ม 75 และลูกกระสุนปืนกลนั้น ประธานในที่ประชุม ได้ให้พล.อ.อภิรัชต์ชี้แจง แต่พล.อ. อภิรัชต์ ระบุว่า ติดภารกิจ ซึ่งเป็นไปตามเอกสารการประชุมที่ได้แจ้งต่อประธานกมธ.ไปแล้ว แต่ยืนยันว่ายินดีจะตอบคำถามของกมธ. จึงขอความกรุณากมธ. ให้เลื่อนการพิจารณาในส่วนของกองทัพบกออกไปก่อน เพราะตามเอกสารนั้นมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา ซึ่งตนหวังจะได้รับข้อเสนอแนะดีๆ จากกมธ.
“ยืนยันว่าผมอยู่ชี้แจงตลอดแน่นอน แต่ตามเอกสารภารกิจที่ให้ประธานกมธ.ไปนั้น วันนี้จึงไม่สามารถอยู่ได้ ขอให้กมธ. นัดพิจารณาในส่วนของกองทัพบกอีกครั้งในภายหลัง” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
ที่ประชุมกมธ. จึงมีมติให้เลื่อนการพิจารณางบของกองทัพบกออกไป โดยจะกำหนดวันให้ ผบ.ทบ.มาชี้แจงใหม่อีกครั้ง จากนั้นพล.อ.อภิรัชต์ ได้เร่งรีบออกจากห้องประชุม โดยใช้ลิฟต์เฉพาะสมาชิกเพื่อเลี่ยงสื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์อยู่ ลงไปยังลานจอดรถชั้นบี 1 อาคารรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพล.อ.อภิรัชต์ ออกจากรัฐสภา แต่ไม่ได้เดินทางกลับเข้ามาที่บก.ทบ. อีกทั้งไม่ปรากฎวาระงานใดๆ ทั้งการประชุม รวมถึงการเข้าพบของบุคคลสำคัญต่างๆ
เบอร์โทร.ดาวไถถึงมือ‘ชวน‘
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระบุระหว่างการชี้แจงงบต่ออนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ว่า มีอนุกมธ.เรียกเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการผ่าน งบ จนทำให้กมธ.ชุดใหญ่เรียก น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ประธานอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 และนายศักดิ์ดา เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา มอบให้นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภา ประสานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เข้ามา สอบข้อเท็จจริง และให้กมธ.กิจการสภาสภา เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วยเพราะสร้างความเสียหายอย่างมากนั้น
มีรายงานข่าวว่า นายศักดิ์ดาได้รายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมอบเบอร์โทรศัพท์ของ ส.ส.ดาวไถ ซึ่งเป็นผู้ชาย ที่โทรศัพท์เข้ามาหลายครั้ง เพื่อเรียกตบทรัพย์ 5 ล้านบาท ให้กับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อส่งมอบให้กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. โดยล่าสุดได้ส่งถึงมือนายชวนแล้ว และจะส่งให้ฝ่ายกฎหมายของสภาพิจารณา ต่อไป
‘สิระ’เชิญอธิบดีชี้แจง 19 ส.ค.
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.มีมติขอรับพิจารณาศึกษากรณีนายศักดิ์ดา เปิดเผยว่ามีการเรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณ โดยจะเชิญอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาชี้แจงต่อที่ประชุมกมธ. ในวันที่ 19 ส.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งนายศักดิ์ดาจะต้องเปิดเผยความจริงว่าใครตบทรัพย์หรืออีกทางคือจะต้องรับผิดชอบคำพูด เพราะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติเสียหาย จะต้องรับผิดทางอาญา
ในวันนั้นหากนายศักดิ์ดาเปิดคลิปว่ามีการเรียกรับเงิน ตนจะวางเงินของเพื่อนๆ จำนวน 1 แสนบาท ให้กับนายศักดิ์ดา นอกจากนี้ กมธ.เตรียมเชิญประธาน และกมธ.ทุกคนในอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 มาให้ข้อมูลด้วย เพราะไม่มีการระบุว่าเป็นบุคคลใด ตนอยากให้ท่านเลือกปกป้องภาษีประชาชน ไล่คนที่ประพฤติชั่วออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าเอาสภามาเป็นที่ตบทรัพย์ และท่านจะได้เงินอีกหนึ่งแสนบาท แต่หากท่านไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ท่านต้องรับผิดชอบ
โผทหารลงตัว-‘บิ๊กบี้’นั่งผบ.ทบ.
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับการแต่งตั้งนายทหารระดับสูงประจำปี 2563 แทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการเดือนก.ย.นี้ โดยเฉพาะ 5 เสือกองทัพบก(ทบ.) ล่าสุด ‘บิ๊กบี้’ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ตท.22 ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ต่อจาก ‘บิ๊กแดง’ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ขณะที่ ‘บิ๊กเล็ก’ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ตท.20 จะขยับข้ามห้วยไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดทางจัดทัพ 5 เสือ ทบ.ใหม่ โดย ‘บิ๊กเป้ง’ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ ตท.19 เสนาธิการทหาร (เสธ.ทบ.) จะขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ. ส่วน ‘’บิ๊กหนุ่ย’ พล.ท.ธรรมนูญ วิถี ตท.22 แม่ทัพภาคที่ 1 และ ‘บิ๊กเดฟ’ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ตท.20 แม่ทัพภาคที่ 4 จะขึ้นเป็น ผู้ช่วยผบ.ทบ. และดัน ‘บิ๊กหน่อย’ พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ ตท.20 รองเสธ.ทบ. เป็นเสธ.ทบ.