เลยระทึกบ้านไหลตกน้ำ
ตราดคลองล้นปิดหมู่บ้าน
6 จังหวัดระทม เจอน้ำป่าถล่มซ้ำ กรมปภ.เผย พะเยา น่าน เลย ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ที่เขาสมิง อ่วมหนักหลังฝนตกกระหน่ำทั้งคืน น้ำคลองสะตอเอ่อล้นสูงท่วมถนน-ปิดทางเข้าออกหมู่บ้าน ส่วนที่อ.ขลุง มวลน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากหลากเอ่อเข้าท่วมวัด-โรงเรียนต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว ด้านจ.อุดรธานี แจ้งเตือนให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วม ส่วนอ.เมือง จ.เลย แม่น้ำลายเอ่อล้นขึ้นมาอีก ซัดบ้านตกลงไปในแม่น้ำ ด้านหน่วยงานราชการเฝ้าระวังหวั่นเกิดเหตุน้ำป่าถล่มซ้ำ
1 สัปดาห์น้ำป่าถล่ม 6 จว.
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด รวม 11 อำเภอ 20 ตำบล 64 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46 ครัวเรือน ได้แก่ ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อ.เชียงคำ รวม 5 ตำบล 40 หมู่บ้าน จ.น่าน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ อ.สองแคว อ.ท่าวังผา และอ.บ่อเกลือ รวม 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3 ครัวเรือน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย ในพื้นที่อ.ด่านซ้าย รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1 หลัง ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.นาดี และอ.ประจันตคาม รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19 ครัวเรือน จ.จันทบุรี เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ขลุง และอ.มะขาม รวม 8 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน และจ.ตราด เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อ.เขาสมิง รวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมใน 5 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย ปราจีนบุรี และจันทบุรี คลี่คลายแล้ว ส่วนสถานการณ์ในจ.ตราดระดับน้ำลดลง
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
เขาสมิงคลองทะลักเข้าบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ระดับน้ำจากคลองสะตอ วัดได้ 9.60 เมตร ล้นขั้นวิกฤต ที่ต้องไม่เกินระดับ 9 แล้ว ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วม 7 หมู่บ้านของตำบลสะตอ ปิดทางเข้าออกหมู่บ้าน ทั้งบ้านเรือน และถนนถูก น้ำท่วมสูงตั้งแต่ 70-80 ซ.ม. นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนที่ติดเกาะไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้าน ได้ตามปกติ ทั้งหมด 84 ครัวเรือน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 200 คน พืชผลทางการเกษตร เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด รวม 1,600 ไร่ ถนน 14 สาย (ซอย) โดยระดับน้ำในคลองสะตอยังสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังต้องรับน้ำจากเขื่อนคีรีธาร จ.จันทบุรี ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบยังคงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หลังยังไม่มั่นใจสถานการณ์ เนื่องจากระดับน้ำยังสูงขึ้นต่อเนื่อง และยังมีเมฆฝนซึ่งอาจทำให้ฝนตกลงมาซ้ำอีก

น้ำทะลัก – มวลน้ำมหาศาลจากคลองเวฬุ ต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด ทะลักท่วมหลายหมู่บ้านริมน้ำ รวมถึงศาลาการเปรียญวัดประณีตที่กำลังจัดงานศพ แต่ญาติไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันต้องประกอบพิธีกลางน้ำท่วม เมื่อวันที่ 14 ส.ค.
ที่จ.จันทบุรี หลังจากตั้งแต่ช่วงกลางดึก คืนวันที่ 12 ส.ค. จนถึงช่วงบ่ายของวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมมากและเกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางจราจร ตลอดจนบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะ อ.เมือง และอ.มะขาม ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องระดมกำลังพร้อมเรือท้องแบนเร่งลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
โดยสถานการณ์ล่าสุด ช่วงสายของวันเดียวกัน ในพื้นที่ อ.ขลุง เกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก เอ่อเข้าท่วมวัดวังสรรพรสและโรงเรียนวัดวังสรรพรส พื้นที่หมู่ 8 ต.บ่อ และ ต.วังสรรพรส ทำให้ทางโรงเรียนได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวจนกว่าระดับน้ำ จะลดเข้าสู่ภาวะปกติ โดยระดับน้ำสูงกว่า 20 ซ.ม. กระแสน้ำไหลเชี่ยว โดยที่สองข้างทางพบมีบ้านเรือนประชาชนและสวนผลไม้ ถูกน้ำหลากเข้าท่วม
ขณะที่ทางอำเภอขลุง ได้บูรณาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ส่งเจ้าหน้าที่ เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ และแจ้งเตือนให้ระมัดระวังน้ำที่ไหลลงคลองออกสู่ทะเล พร้อมกันนี้ได้มีการปิดเส้นทางเชื่อมต่อหมู่บ้านบางแห่ง เนื่องจากระดับ น้ำท่วมผิวจราจรและไหลเชี่ยว
ส่วนที่อ.เมือง จ.จันทบุรี กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังกรมชลประทานได้เปิดประตูระบายน้ำคลองภักดีรำไพทุกช่องทาง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบน้ำที่ท่วมขังด้านบน ส่งผลให้ระดับน้ำที่ระบายในคลองสาขาต่างๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว
อุดรฯน้ำป่าปิดถนน
ส่วนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายธวัชชัย ศรีทอง รองผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานในพื้นที่บ้านนาคำใหญ่ ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้เกิดน้ำป่าได้หลากเข้าท่วมทำให้บ้านเรือนประชาชน ศาสนสถาน ได้รับผลกระทบ โดยมวลน้ำไหลลงมาจากภูเขา เนื่องจากเมื่อคืนวานนี้มีฝนตกตลอด ทั้งคืน ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ และสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงโดยด่วน
ด้านพื้นที่ บ้านนาแค ต.นาแค อ.นายูง วัดปริมาณน้ำฝนได้ 200.0 ม.ม. และบ้านเพิ่ม ต.นาแค วัดปริมาณน้ำฝนได้ 116.0 ม.ม. โดยระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ น้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านทุ่งศรีทอง หมู่ 9 และหมู่ 11 ในเขตต.บ้านก้อง และบ้านนาคำ หมู่ 6 และหมู่ 12 ส่วนถนนหลักเข้าอ.นายูง ทั้งสองเส้นทางคือถนนทางวัดป่านาคำน้อย และถนนต.นาแค น้ำป่าได้ไหลท่วมปิดถนนแล้ว โดยระดับน้ำสูงเกือบ 50 ซ.ม. บางแห่งสูงถึง 1 เมตร
เลยระทึกซัดบ้านไหลตกแม่น้ำ
ส่วนในพื้นที่น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย และบริเวณต้นน้ำทางตอนเหนือ มีน้ำต้นน้ำได้ไหลลงมาในแม่น้ำลายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ น้ำเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่มากเท่าเดิม มีบ้านเรือนของนางคำป้าย ครอบบัวบาน บ้านเลขที่ 59 หมู่ 10 ต.นํ้าสวย ถูกน้ำไหลเอ่อ เซาะกำแพง ซัดบ้านตกลงไปในแม่น้ำลายด้วย และตลอดทั้งวันฝนยังตกอยู่ในพื้นที่บ้านสูบ ต.น้ำสวย และตอนเหนือ หน่วยงานราชการกำลังเฝ้าระวังหวั่นเกิดเหตุน้ำป่าถล่มซ้ำขึ้นมาอีก