ต้องไม่ปฏิวัติ-ไม่รบ.แห่งชาติ
อจ.ทั่วปท.หนุนช่วยประกันตัว
เสื้อแดงสมทบให้กำลังใจนศ.
คนไทยในไต้หวันชุมนุมด้วย
เบิ้มจริง! ม็อบปลดแอกชุมนุมใหญ่ นักเรียนนักศึกษาประชาชนพรึ่บอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ล้นทะลักเต็มถนนราชดำเนิน ‘เพนกวิน’ ร่วมชุมนุมด้วย พรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะรอช่วยม็อบ หวั่นความปลอดภัย คนเสื้อแดงมาให้กำลังใจคนรุ่นใหม่คึกคัก ขณะที่ม็อบอาชีวะมาเฝ้าสังเกตการณ์ก่อนสลายตัว คณาจารย์ทั่วประเทศอาสาเป็นนายประกันให้ผู้ถูกดำเนินคดี ประชาคมมธ.จี้รัฐหยุดคุกคาม อธิการบดีธรรมศาสตร์แนะอดทนต่อความเห็นต่าง นายกฯกำชับเจ้าหน้าที่อดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด พร้อมเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวแสดงออกเต็มที่ ปิยบุตรแนะรับฟังความเห็น หาทางออกร่วมกัน

เบิ้มจริง – การชุมนุมใหญ่ม็อบปลดแอก มีนักเรียนนักศึกษา และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมจนล้นถนนราชดำเนิน ยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง หยุดคุกคาม-แก้รธน.-ยุบสภา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
เพื่อไทยตั้งโต๊ะรอช่วยม็อบ
เวลา 10.25 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่พรรค เพื่อไทย นายสมคิด เชื้อคง ส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าเราห่วงใยสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาและประชาชนในวันเดียวกันนี้ ในฐานะที่เรามาจากประชาชน เรานิ่งดูดายไม่ได้ วันนี้คณะทำงานติดตามการชุมนุมแต่ละจังหวัดจะเข้าไปดูแลสถานการณ์การชุมนุมในทุกพื้นที่ การทำงานครั้งนี้เราทำภายใต้กติกาของสภา โดยไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่จะช่วยอำนวยความสะดวก
รวมทั้งคอยสังเกตการณ์และประสานงานเจ้าหน้าที่ เรากลัวเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ จึงทำหนังสือไปถึง ผบ.ตร.ว่าคณะทำงานจะเข้าพื้นที่การชุมนุมเพื่อสังเกตการณ์ โดยตั้งโต๊ะบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ระหว่าง ถ.ดินสอ-ซ.ราชดำเนินกลางเหนือ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. หากนิสิตนักศึกษาโดนละเมิดสิทธิ สามารถเข้ามาแจ้งโดย ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย จะไปรออำนวยความสะดวกและประสานความช่วยเหลืออยู่ในจุดที่มีผู้ชุมนุม จากนั้นจะแจ้งสถานการณ์เข้ามาที่คณะทำงานต่อไป ที่ผ่านมามีญาตินักศึกษา 4 คนในจำนวน 32 คนที่โดนออกหมายเรียก ประสานตนเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะหวั่นเกรงความปลอดภัย โดยจะมาพบตนในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ซึ่งเราจะช่วยเหลืออย่างตรงไปตรงมา
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าพรรคเพื่อไทย ส่งหนังสือไปยัง ผบ.ตร. ลงวันที่ 16 ส.ค. เพื่อขอประสานเข้าพื้นที่ติดตามสถานการณ์การชุมนุม และขอให้ ผบ.ตร.ประสานหน่วยงานต่างๆ ให้อำนวยความสะดวกในการทำหน้าที่ต่อไป
อธิการมธ.แนะอดทนเห็นต่าง
เวลา 09.00 น. ที่ลานปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานครบรอบ 75 ปีวันสันติภาพไทย และรำลึก 120 ปี ชาตกาล ปรีดี พนมยงค์ โดยมีคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ทายาทเสรีไทย และคณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าร่วมงานจำนวนมาก
รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงานว่า คำว่าสันติภาพไม่ใช่เพียงช่วงปลอดสงคราม แต่หมายถึงสภาวะที่คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยการถือความหลากหลายเป็นความงาม เป็นการเติบโต โดยต้องร่วมกันเกื้อหนุนสันติภาพให้เกิดขึ้น ทั้งระดับปัจเจกและส่วนรวมผ่านกระบวนการการแลกเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ ให้เป็นปัญญารวมหมู่ของสังคม สันติภาพไม่ใช่ของง่าย แต่ต้องแลกมาโดยการถือประโยชน์ส่วนรวมเหนือส่วนตัว มีความอดกลั้น เข้าใจคนเห็นต่าง สันติภาพจะเกิดขึ้นเมื่อมีเมตตา อยากเห็นผู้อื่นมีความสุข เห็นใจ เอื้ออาทร อดทนต่อความเห็นต่าง ให้อภัยกัน เพื่อให้สังคมเดินหน้า สันติภาพจึงย่อมเกิด เนื่องในวาระครบรอบ 75 ปี วันสันติภาพไทย ขอให้สังคมตั้งมั่นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในความต่าง ยึดขันติธรรมเป็นที่ตั้ง
นายกฯให้อดทน-ห้ามรุนแรง
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการจัดการชุมนุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยให้กำลังใจและขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ใช้ความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ ห้ามใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเด็ดขาด ให้เข้าใจว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของการเมือง จึงต้องเปิดโอกาสให้เยาวชนคนหนุ่มสาวแสดงออกเต็มที่ แต่ต้องไม่เกินเลยกรอบของกฎหมาย และไม่กระทบสิทธิของผู้อื่น พล.อ.ประยุทธ์ยังแสดงความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่รวมถึงผู้ชุมนุม จึงขอให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เพราะต้องอย่าลืมว่าขณะนี้ทั่วโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง และทางออกของสถานการณ์คือความร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วน พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญกับบทบาทของคนรุ่นใหม่ จึงมี นโยบายให้ส่งเสริมกระบวนการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ลดช่องว่างทางความคิดระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เสริมสร้างความรักและความสามัคคีในการช่วยกันขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ
ปิยบุตรแนะรับฟังความเห็น
เวลา 11.30 น. ที่อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า บรรยายสาธารณะพิเศษว่า เจตนาของตนในวันนี้ด้วยความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง บุคคลมีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น และต้องอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกันคิด เมื่อประเทศไทยมาถึงจุดนี้เราจะทำอย่างไรกันต่อ เบื้องต้นเราต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นทางออกของประเทศทั้งหมด เราจะได้บ้านเมืองที่กลับสู่เหตุการณ์ปกติ การสืบทอดอำนาจจะค่อยๆ ถอยไป จะได้กติกาใหม่จากมติของคนทุกฝ่าย เป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่ เรื่องนี้เราทำได้ทันทีก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามบานปลาย
นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า ส่วนการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา ถ้าทุกคนติดตามจะทราบว่าเยาวชนมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งไม่เคยปรากฏในพื้นที่สาธารณะมาก่อน หรือบนเวทีต่างๆ แต่วันนี้เกิดขึ้นแล้ว วิธีการจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียง 2 ทาง คือ 1.กำจัดให้หมด กับ 2. ยอมรับ รับฟัง และนำมาเป็นประเด็นสาธารณะ พูดคุยและหาทางออกร่วมกัน ตนมองว่าทางเลือกที่ 1 ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ ไม่สามารถปราบหรือกำจัดได้หมด และไม่เป็นคุณต่อใคร จึงเหลือเพียงทางเดียวคือหนทางที่ 2 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแล้ว จึงต้องมาหารือและหาทางออกร่วมกันด้วยความเคารพ ความจริงใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัย
จากนั้นเยาวชนผู้ร่วมฟังบรรยายเชิญชวนแกนนำคณะก้าวหน้าร่วมชุมนุมกับนักศึกษา รวมถึงจัดสัมนาทางวิชาการถึงข้อเรียกร้องเพื่อร่วมกันหาทางออก นายปิยบุตรกล่าวตอบเพียงว่า “ผมรับเอาไปพิจารณา”
ประชาคมมธ.จี้รัฐหยุดคุกคาม
วันเดียวกัน มีการเผยแพร่แถลงการณ์ “วิทยาลัยสหวิทยาการ ม.ธรรมศาสตร์ ต่อต้านการคุกคามประชาชน” เป็นรายชื่อที่รวบรวมผู้มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาปัจจุบัน อดีตนักศึกษาทุกระดับ บุคลากร คณาจารย์ปัจจุบัน อาจารย์พิเศษ หรืออดีตอาจารย์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการร่วมลงรายชื่อเสนอให้ “รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนและเคารพหลักการสิทธิมนุษยชนสากลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน” โดยมีประชาคมวิทยาลัยสหวิทยาการจำนวนมากแสดงเจตจำนงลงชื่อในแถลงการณ์ดังกล่าว 497 คน
อจ.ทั่วปท.อาสาเป็นนายประกัน
วันเดียวกัน เพจเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) โพสต์รายชื่อคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ระบุว่านักวิชาการอาสาเป็นนายประกันให้ผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม ตามที่ศาลอาญาออกหมายจับ 15 นักศึกษาและประชาชนที่ร่วมปราศรัยในงานชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ในจำนวนนี้มีการจับกุมตัวและดำเนินคดีไปแล้ว 3 ราย คือ ทนายอานนท์ ไมค์ ภาณุพงษ์ และเพนกวิน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับนักศึกษาและประชาชนเพิ่มเติมอีก 16 ราย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ตามรายชื่อข้างล่างนี้ห่วงใยต่อสถานการณ์การคุกคาม ขัดขวาง และลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยนักวิชาการจะขออาสาเข้ามาเป็นนายประกันให้ผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีจากการชุมนุมในครั้งนี้ รวมทั้งหากมีการจับกุมดำเนินคดีนักศึกษาและประชาชนจากการชุมนุมครั้งอื่นๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศโดยใช้ตำแหน่งเป็นหลักประกัน

ม็อบอาชีวะมาสังเกตการณ์
อาชีวะจับตาม็อบปลดแอก
เวลา 10.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย กลุ่มศูนย์กลางประสานงานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันฯ (ศอปส.) ชุมนุมเฝ้าสังเกตการณ์การจัดชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณหน้าซอยดำเนินกลางใต้ ฝั่งตรงข้ามร้านแมคโดนัลด์
เวลา 11.00 น. ผู้ร่วมชุมนุมคณะประชาชนปลดแอกเริ่มทยอยมารวมตัวกันฝั่งร้านแมคโดนัลด์ ต่างสวมเสื้อสีดำและโทนสีเข้มพร้อมสวมหน้ากากอนามัย โดยมีกิจกรรมปราศรัย ชูป้ายข้อความ เพื่อย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน 2.รัฐบาลต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.รัฐบาลต้องยุบสภา และ 2 จุดยืน คือไม่เอารัฐประหาร และไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ในการชุมนุมครั้งนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมด้วย
ต่อมาเวลา 13.29 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มยืนแถวเป็นแนวกั้นผู้ชุมนุมและยืนรอบเขตอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ารักษาความปลอดภายตามพื้นที่โดยรอบ จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) จำนวน 750 นาย ป้องกันการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เดินทางมาถึง ประชุมและรับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่
ต่อมาเวลา 13.50 น. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณหลังร้านแมคโดนัลด์ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพบถุงใส่วัสดุทรงกลมพันเทปกาวสีดำโดยรอบ จึงก็บกู้วัตถุต้องสงสัยออกจากพื้นที่ไปตรวจสอบ
พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. กล่าวว่าประเมินสถานการณ์และจำนวนผู้มาชุมนุมประมาณ 3-5 พันคน ก่อนหน้านี้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ 4 กองร้อย และตำรวจหญิง 30 นาย ไว้คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย หากมีจำนวนผู้ชุมนุมมากขึ้น เตรียมกำลังตำรวจไว้อีก 8 กองร้อย

เพนกวินมาร่วมด้วย
เพนกวินร่วมชุมนุม
เวลา 14.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนออกจากจุดรวมพลหน้าร้านแมคโดนัลด์สู่ถนนราชดำเนินและบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมชูฝูงนกกระดาษสีขาว ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำเยาวชนปลดแอกที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาร่วมการชุมนุม โดยผู้ชุมนุมโผกอดให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีศิลปินนักร้อง นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ เวลา 16.00 น. กลุ่ม ศอปส. ประกาศยุติการชุมนุม ระบุว่าได้มาแสดงจุดยืนและสังเกตการณ์แล้ว

ส่องไฟ – กลุ่มผู้ชุมนุมใช้มือถือเปิดไฟส่องสว่าง แสดงสัญ ลักษณ์ไล่ความมืดมิดที่ครอบงำสังคมและประชาธิปไตยไทย ระหว่างชุมนุมม็อบปลด แอก ที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
ม็อบพรึ่บ! ล้นราชดำเนิน
ในช่วงเย็น กลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ กว่า 1 หมื่นคน จนเต็มพื้นที่ส่วนหนึ่งของถนนราชดำเนิน มีคนสำคัญมาร่วมชุมนุม อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงแกนนำที่ถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้และได้รับการประกันตัวออกมาโดยมีเงื่อนไขห้ามทำผิดซ้ำ อาทิ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง



ล่า 5 หมื่นชื่อแก้รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากด้านหน้าเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แน่นเต็มพื้นที่ไปจนถึงสี่แยกคอกวัว ส่งผลให้สัญญาณโทรศัพท์มือถือมีปัญหา เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานมากมาย ขณะที่แกนนำบนเวทีปราศรัยเรียกร้องให้เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือทุกค่ายทั่วประเทศนำรถมาปล่อยสัญญาณ โดยระบุว่าอยากทราบว่าเจ้าของเครือข่ายเหล่านี้จะอยู่ข้างประชา ธิปไตยหรือไม่
ด้านตัวแทนจากไอ-ลอว์ ปราศรัยว่าขอเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็นส.ส. และการได้มาของส.ว.ที่ไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเชิญชวนผู้มาชุมนุมร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตั้งเป้าจำนวน 50,000 รายชื่อ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลวางกำลังประมาณ 4 กองร้อย หรือประมาณ 600 นาย ร่วมกันดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบ ขณะที่พล.ต.ท.ภคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนสตรีวิทยา ร่วมกับตำรวจในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม และสน.สำราญราษฎร์ รวมทั้งชุดสืบสวน โดยมีพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ด้วย ด้านกลุ่มผู้ชุมนุมขอขยายเวลาชุมนุมไปจนถึงเวลา 24.00 น. แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือแกนนำให้ชุมนุมถึงเวลา 22.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัย มีการยิงเลเซอร์บนแท่งปีกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ข้อความว่า “หยุดคุกคามประชาชน, ให้มันจบที่รุ่นเรา, ตามหาความจริง”
ในช่วงค่ำ เวทีปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มแร็พเปอร์ชาวไทย “Rap Against Dictatorship” ได้ขึ้นเวทีร้องแร็พโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและการทำงานของรัฐบาล และเพลงประเทศกูมี จากนั้นเวลา 20.35 น. ผู้ชุมนุมได้เปิดแฟลชอีกครั้ง
ทนายอานนท์ขึ้นเวที
ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อประชาธิปไตย ที่อยู่ระหว่างได้รับประกันตัวจากการถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีส่งฝากขังต่อศาลหลายข้อหาเกี่ยวกับการขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ขึ้นเวทีกล่าวกับผู้ชุมนุมยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา ส่วนข้อเรียกร้องอันเป็นความฝันอันสูงสุดนั้น ก็ยังยืนยันจะฝันต่อไป

ร่วมม็อบ – ‘แอมมี่ เดอะ บอตทอม บลูส์’ หรือไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ นักร้องชื่อดัง มาร่วมชุมนุมกับนักศึกษา พร้อมโพสต์เฟซบุ๊กภาพตัวเองยืนชู 3 นิ้วอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ดารา-ศิลปินคับคั่ง
เวลาต่อมาฝนเริ่มตกและลงเม็ดหนักขึ้น แต่มวลชนยังคงปักหลักบริเวณรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยกางร่มและสวมเสื้อกันฝน บางส่วนเต้นตามจังหวะเพลงที่มีศิลปินหลายวงผลัดเปลี่ยนขึ้นมาแสดง
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงศิลปินดาราที่แสดงจุดยืนในวันนี้ อาทิ เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม เหลนจอมพล ป.พิบูลสงคราม และต้าเหนิง แฟนสาว รวมถึง นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ สมาชิกวงเดอะ บอตทอม บลูส์ ซึ่งนำวงขึ้นเวที พร้อมเปิดแฟลชจากมือถือ โยกตาม
กระทั่งเวลา 22.40 น. การชุมนุมจึงได้ยุติลง
เสื้อแดงสารคามเปิดเวทีย่อย
วันเดียวกันเวลา 17.00 น. ที่บริเวณด้านข้างศาลหลักเมือง ในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม กลุ่มคนเสื้อแดงกว่าสิบคน นำโดยนางสมศรี อินทวงศ์ นางวัชวรรณ อุปแสน ร่วมกันชุมนุมพร้อมปราศรัยสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และให้ ส.ว.ลาออก รวมทั้งอย่าคุกคามผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล การที่คนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวเนื่องจากประชาชนถูกกดขี่มานาน วันนี้คนมาร่วมชุมนุมอาจจะน้อยแต่เป็นการแสดงออกที่บริสุทธิ์ โดยอาจจัดเวทีย่อยแบบนี้ทุกสัปดาห์จนกว่าข้อเรียกร้องจะประสบผลสำเร็จ

นศ.และคนไทยในไต้หวัน ชุมนุมที่สถานีรถไฟสายหลักกรุงไทเป
คนไทยในไต้หวันร่วมชุมนุม
วันเดียวกัน เว็บไซต์นิวบลูมแม็ก รายงานบรรยากาศการชุมนุมอย่างสันติของกลุ่มคนไทยและนักศึกษาชาวไทยที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน รวมถึงกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากหลายประเทศใน เอเชีย จัดโดยกลุ่มพันธมิตรไต้หวันเพื่อประชาธิปไตยของไทย ที่สถานีรถไฟสายหลักกรุงไทเป การชุมนุมเริ่มขึ้นเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้ชุมนุมนับร้อยคนร่วมรับฟังวิดีโอการชุมนุมที่จัดขึ้นในไทยเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งมีการแปลบทบรรยายเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลาง พร้อมแจกใบปลิวชี้แจงถึงข้อเรียกร้องที่กลุ่มผู้ประท้วงในไทยพยายาม ผลักดัน ครอบคลุมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และอธิบายเกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์ชู 3 นิ้วที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังร่วมส่งเสียงตะโกนข้อความเป็นภาษาไทยว่า “หยุดคุกคามประชาชน” และลงชื่อบนรูปภาพนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย