ร่วมปลดแอก-ขับไล่เผด็จการ
ร.ร.วัดนวลฯวุ่น-ปลดป้าย‘บิ๊กตู่’
เก๋งบีบแตรใส่ขบวนรถนายกฯ
เป็น‘อัยการ’ชี้แจงท้องเสีย-รีบ
ลุกลามในหลายร.ร. ทั่วประเทศ น.ร.ชู 3 นิ้ว ร้องเพลงเคารพธงชาติ ผูกโบขาวที่ข้อมือ กระเป๋านักเรียน ชูกระดาษเปล่า แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนการชุมนุมเยาวชน-ประชาชนปลดแอก ทั้งที่ขอนแก่น หาดใหญ่ นครสวรรค์ อยุธยา กรุงเทพฯ แม้กระทั่ง ร.ร.วัดนวลนรดิศ น.ร.ชู 3 นิ้วต่อหน้าป้ายแสดงความยินดี ‘บิ๊กตู่’ ทางร.ร.ปลดป้ายลง ขณะที่เหตุการณ์เก๋งขับตามขบวนรถนายกฯ บีบแตรไล่ ที่แท้เป็นอัยการจะรีบขับไปประชุมและท้องเสีย ยันขับมาก่อนขบวน เปิดไฟฉุกเฉินขอทาง ไม่คิดเป็นรถนายกฯ

มัธยมก็ฮือ – นักเรียนระดับมัธยมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศร่วมชู 3 นิ้วและผูกริบบิ้นโบสีขาว แสดงสัญลักษณ์สนับสนุนข้อเรียกร้องของคณะประชาชนปลดแอก ในช่วงเข้าแถวเคารพธงชาติ เมื่อเช้าวันที่ 17 ส.ค.
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ และหลังเคารพธงชาติตามโรงเรียนมัธยมศึกษาต่างๆ หลายแห่ง ปรากฏว่า มีกลุ่มนักเรียนร่วมแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องทางการเมือง เช่น โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กทม., โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม จ.ขอนแก่น, โรงเรียนจอม สุรางค์อุปถัมภ์ จ.พระนครศรีอยุธยา และโรงเรียนมัธยมฯ แห่งหนึ่งย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ต่างร่วมกันชู 3 นิ้วต่อต้านเผด็จการ ชูกระดาษขาว และชักชวนกันติดโบขาวต่อต้านเผด็จการ ส่วนที่โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม อ.กระนวน จ.ขอนแก่น มีตำรวจ สภ.กระนวน เข้าตรวจสอบภายในโรงเรียน ยึดโบขาวที่นักเรียนเตรียมนำมาผูก
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ ที่กลุ่มนักเรียนนิสิตนักศึกษานิยมส่งแชร์ข้อความ ภาพ และคลิปวิดีโอต่างๆ พบมีผู้แชร์คลิปจากโรงเรียนมัธยมฯ แห่งหนึ่ง ระบุข้อความว่านี่เป็นเป็นสิ่งที่ครูควรทำหรือ เป็นเหตุการณ์นักเรียนคนหนึ่งถูกตบจนโทรศัพท์มือถือร่วง และมีเสียงครูคนหนึ่งตะโกนว่าปัญญาอ่อน ไม่เคยให้เกียรติโรงเรียน ให้ลบออก นอกจากนี้ ในทวิตเตอร์มีผู้ติดแฮชแท็ก #โรงเรียนหน้าเขาไม่เอาเผด็จการ กันเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นแฮชแท็กฮิตติดเทรนด์
ต่อมาจากกรณีครูตบโทรศัพท์นักเรียน นั้น จากการตรวจสอบทราบว่าเกิดขึ้นที่ จ.นครสวรรค์ ล่าสุดเด็กนักเรียนได้โพสต์ภาพอาจารย์ไหว้ขอโทษ พร้อมระบุว่าอาจารย์ขอโทษแล้ว ยอมรับว่าทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจารย์แค่ต้องการปกป้องภาพลักษณ์อันดีงามของโรงเรียน เลยตบโทรศัพท์ไปไม่ให้ถ่ายคลิป ตนเองและคุณแม่ได้รับคำขอโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดหวังหลังจากนี้อาจารย์ทุกท่านจะระมัดระวังการแสดงออก รวมถึงเคารพความคิดเห็นของนักเรียนมากกว่านี้

ปลดรูป‘ตู่’ – ป้ายไวนิลประกาศเกียรติคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะศิษย์เก่า ที่ขึงไว้ในโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กทม. ถูกปลดออกไปแล้ว หลังนักเรียนนัดกันไปชู 3 นิ้วด้วยแขนที่ผูกโบสีขาว แสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน เมื่อวันที่ 17 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า อีกทั้งโลกออนไลน์ยังโพสต์แชร์ภาพนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ย่านฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ ผูกโบขาวชู 3 นิ้ว หน้าป้ายแสดงความยินดี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย ต่อมาทางโรงเรียนต้องถึงกับปลดป้ายลง

ชู 3นิ้วหนุน – กลุ่มนักศึกษาและชาวไทยในอังกฤษราว 50 คน ชุมนุมกันที่จัตุรัสรัสเซลล์ กลางกรุงลอนดอน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 ส.ค. ให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมในไทย ที่จัดชุมนุมใหญ่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาและประชาชนชาวไทยในอังกฤษราว 50 คน ชุมนุมกันที่จัตุรัสรัสเซลล์ ใจกลางกรุงลอนดอน เพื่อเป็นกำลังใจให้กลุ่มผู้ชุมนุมในประเทศไทย จัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมยื่น 3 ข้อเรียกร้อง หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา และร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ขณะเดียวกัน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่าการชู 3 นิ้วในโรงเรียนไม่ผิดอะไรทั้งสิ้น แต่ทำร้ายร่างกายนักเรียน ยังไงก็ต้องได้รับการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย เราไม่ควรปล่อยให้มีวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดของครู และทิ้งให้เด็กนักเรียนต้องโดดเดี่ยว หรือถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมในสิ่งที่พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
ขณะที่ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับการร้องเรียนกรณีนักเรียนชู 3 นิ้วในโรงเรียนแล้วถูกครูคุกคาม ร้ายแรงไปจนถึงถูกครูทำร้ายร่างกายตบศีรษะและหน้า ทางคณะทำงานติดตามการชุมนุมของพรรคเพื่อไทย กำลังรวบรวมเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินการ ขอให้แจ้งเข้ามาได้เลยทางเพจพรรคเพื่อไทย ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค ถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ” ถึงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษาเมื่อ วันที่ 16 ส.ค. และกรณีนักเรียนชู 3 นิ้วขณะเข้าแถวเคารพธงชาติในโรงเรียนว่า ต้องหาวิธีการบริหารจัดการให้ได้ ส่วนที่เคยบอกว่าจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษาภายในเดือนส.ค.นั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เตรียมการไว้แล้ว เดี๋ยวจะต้องไปพูดคุยกัน แต่อย่าเพิ่งให้รัฐบาลและนายกฯ ลงไปโดยตรงตอนนี้ เพราะถ้าพูดจริงๆ เขาจะเล่นงานนายกฯ
“ผมขอถามคำเดียวว่าหากไม่มีรัฐบาลตอนนี้ หรือรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม จะสามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ เมื่อไม่ได้ก็เอาไว้ถึงเวลาก่อนได้หรือไม่ แล้วค่อยทำตามที่ว่า ก็เป็นเรื่องของเขา ดังนั้นต้องขอให้ทุกคนช่วยกันไม่ให้ลุกลามด้วย และต้องไปดูว่าใครอยู่เบื้องหลัง เห็นหรือไม่ว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวตอบว่ามีพรรคการเมืองเข้าไปสังเกตการณ์ด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามเสียงดังว่า “ใครนะ มีพรรคไหนบ้าง เอาให้แน่ สื่อไม่กล้าพูด มันไม่ใช่ไปอยู่แบบนี้ มันก็ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ผมถามคนที่ได้รับผลกระทบคือใคร เด็กใช่ไหม นักศึกษาใช่ไหม แล้วธุรกิจร้านค้าแถวนั้นเขาว่าอย่างไร เขาเปิดร้านไม่ได้ทำยังไง ขายของไม่ได้ทำอย่างไร เศรษฐกิจมันแย่อยู่แล้ว ก็แย่ไปอีกไหม ต้องนึกถึงคนอื่นเขาบ้างสิ จะทำอะไรก็ทำตามขั้นตอนทางกฎหมายที่มีอยู่สิทธิเสรีภาพและหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติตัวตามกฎหมาย ทุกคนเป็นคนไทยไม่ใช่หรือ” นายกฯ กล่าว
ต่อข้อถามถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมตีกรอบข้อเรียกร้องภายในเดือนก.ย. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าจะตีกรอบก็เรื่องของเขา ตนต้องพูดตามกฎหมาย พูดอย่างอื่นไม่ได้ ได้ติดตามการชุมนุมทุกวัน เพราะนายกฯ จะไม่รู้เรื่องทุกอันได้หรือ เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าการชุมนุมจะซ้ำเติมเศรษฐกิจประเทศ นายกฯ กล่าวว่า “พูดแทนผมหน่อยสิ” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ. ประยุทธ์ออกจากบ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) โดยรถเบนซ์กันกระสุน ใช้เส้นทางด่วนดินแดงเพื่อจะมาลงที่ด่านยมราช ปรากฏว่ามีรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นเก่าสีเขียวอมฟ้าพยายามขับประกบ เปิดไฟฉุกเฉิน บีบแตรไล่เป็นระยะแสดงความไม่พอใจ โดยคนขับเป็นผู้ชายวัยกลางคน ขับมาคนเดียว แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามจะกันไม่ให้เข้าใกล้ขบวนนายกฯ แต่รถเก๋งก็พยายามขับตามมาจนถึงทางลงด่านยมราช เจ้าหน้าที่จึงสกัดอีกครั้ง แต่ก็ยังขับตามไปจนถึงหน้าทำเนียบ ก่อนขับตรงเลยไปยังถนนราชดำเนิน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประสานตำรวจสันติบาล เพื่อตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร และมีวัตถุประสงค์อะไร ล่าสุดตำรวจสันติบาลตรวจสอบทราบแล้วว่าเป็นใคร อีกทั้งในระหว่างนายกฯ เปิดงานที่อาคารดิจิทัล พาร์ค ถนนสุขุมวิท ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูง ตั้งจุดตรวจผู้เข้าพื้นที่หลายจุด ต่างจากก่อนหน้านี้มีเพียงจุดเดียว พร้อมทั้งเพิ่มทีมรปภ.ที่เป็นทหารนอกเครื่องแบบด้วย
จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ขับขี่รถยนต์เป็นข้าราชการอัยการระดับอดีตอธิบดีอัยการคนหนึ่ง ตอนนี้เป็นอัยการอาวุโส โดยเล่าเหตุการณ์ว่า ขับรถเพื่อไปประชุมแล้วเกิดท้องเสีย โดยช่วงเกิดเหตุวิ่งในเลนซ้ายแล้วเปิดไฟฉุกเฉิน ระหว่างที่กำลังจะลงทางด่วน ไม่ได้ขับขีดขวางทางจราจรของใคร แต่จู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์ทหารขับมาปาดหน้า ลองคิดดูว่าการที่ขับรถอยู่เลนซ้ายไม่ได้เกะกะใคร แต่มีรถทหารมาปาดหน้าย่อมโมโห กรณีนี้เป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย มาปาดหน้าเเละขวาง
อัยการอาวุโสกล่าวว่าทำให้บีบแตรโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นขบวนของใคร ขับมาก่อนขบวนรถตั้งนาน และเปิดไฟฉุกเฉินมาก่อนอยู่แล้ว เพื่อขอทางและที่บีบเเตรไม่ได้ตามรถขบวน แต่จะขับไปที่ถนนราชดำเนินกลางเพื่อไปประชุม ตอนบีบยังนึกว่าข้างหน้าเป็นขบวนของทหารด้วยซ้ำ เพราะมีรถทหารตรากงจักร เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะไปทะเลาะกับนายกฯ ทำไม ที่บีบแตรเพราะโกรธมอเตอร์ไซค์ ถ้าสันติบาลเป็นคนให้ข่าวว่าตนบีบแตรเพราะเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง ควรจะต้องปรับปรุงใหม่ ไปให้ข่าวลักษณะนี้ได้อย่างไร แต่ตนไม่โทษนายกฯ หรอก เพราะพวกรักษาความปลอดภัยทำเกินไป
ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนักเรียนชู 3 นิ้ว ขณะเคารพธงชาติว่า เข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของนักเรียน ประชาชน รับได้ทั้งนั้น แต่ต้องมีขอบเขต หากการแสดงออกจะสร้างสรรค์หรือไม่สร้างสรรค์ก็แล้วแต่ จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพิจารณาอย่างเหมาะสม หากครูจะอธิบายให้เด็กๆ ฟัง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี และรัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นต่างๆ พร้อมหาทางออกร่วมกัน การท้าทายหรือการแสดงออกที่อาจทำให้เกิดความแตกแยก ควรระมัดระวัง และตนพร้อมตัวแทนรัฐบาลไปพูดคุยกับนักเรียนนักศึกษา
รมว.ศึกษาธิการกล่าวต่อว่า สิ่งที่ปฏิบัติกันมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการยืนตรง การเคารพธงชาติ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เป็นสิ่งสวยงามที่อยากจะรักษามันไว้ ไม่อยากให้การแสดงออกบางอย่างทำให้เกิดความแตกแยก อยากให้นักเรียนระมัดระวัง ให้นึกถึงความละเอียดอ่อนที่ก่อให้เกิดความแตกแยกของสังคม มั่นใจว่าครูและผู้บริหารเข้าใจในเรื่องละเอียดอ่อน การสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งไป หากเป็นการกระตุ้นไฟเข้าไปในกองเพลิง เราก็ไม่อยากทำ และคิดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้นำนักเรียน หรือนักศึกษา เข้าใจสถานการณ์ดีว่าประเทศต้องการอะไร
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำศูนย์กลางประสานงานนักศึกษาอาชีวะประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.) พร้อมแนวร่วมกว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอให้พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องต่อศาลเพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหา 3 คน คือนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ กลุ่มประชาชนปลดแอก และขอให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีผู้ต้องหารายอื่นๆ และผู้ร่วมสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังการทำความผิดกฎหมาย
ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ส.ค. มีการแจ้งการชุมนุมตามพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนอื่นๆ ก็มีความผิดตามกฎหมายเล็กน้อย สำหรับคำปราศรัยยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ากระทำความผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างไร ส่วนบุคคลใดมีพฤติกรรมผิดเงื่อนไขประกันตัวหรือไม่ ศาลเป็นผู้พิจารณา โดยตำรวจจะนำเรียนศาลเพื่อไต่สวนพิจารณา ตำรวจมีหน้าที่อำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม และรักษาความสงบแค่นั้นเอง ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจจับแกนนำผู้ชุมนุมทุกวันศุกร์นั้น ยืนยันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ผู้บังคับบัญชาสั่งกำชับไม่ให้ใช้มาตรการรุนแรง แค่ตำรวจต้องทำหน้าที่รักษากติกา
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น กล่าวชี้แจงกรณีตำรวจตรวจค้นโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม และยึดโบขาวของนักเรียนว่า สืบเนื่องจากนายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ เฟซบุ๊กว่านักเรียนจะชู 3 นิ้วร้องเพลงชาติ พร้อมผูกโบสีขาว จึงประสานผอ.โรงเรียนเพื่อให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในโรงเรียน พบนักเรียนชายหญิง 3-4 คน ติดโบสีขาวที่กระเป๋า เจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกตรวจสอบ หรือควบคุมตัวแต่อย่างใด ปล่อยให้เข้าแถวเคารพธงชาติตามปกติ แต่ถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา ทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ ขอยืนยันว่าไม่ได้ควบคุมตัว หรือยึดโบ และไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวนักเรียนแต่อย่างใด
ด้านนายชัชวาลกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้านักเรียนหลายคนผูกโบขาวที่ข้อมือและกระเป๋า แต่เห็นตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ 30 คน ยืนอยู่ประตูทางเข้าออก จึงดึงโบออก เพราะกลัว แต่เมื่อถึงในห้องเรียน หลายคนก็ผูกโบและชู 3 นิ้ว มีนักเรียน 3-4 คนถูกตำรวจสั่งให้เอาโบออกและทิ้งไป นักเรียนก็ทำตาม โดยส่วนตัวมองว่าเป็นการกล้าแสดงออกที่ไม่เดือดร้อนใคร เพราะนักเรียนทำในรั้วโรงเรียน ผู้ใหญ่ไม่ควรกีดกัน ควรปล่อยไปตามปกติ นอกจากนี้ตำรวจ ยังโทรศัพท์มาขอให้ตนลบข้อความที่โพสต์ แต่ยืนยันว่าไม่ลบ
เย็นวันเดียวกัน ที่สวนรัชดานุสรณ์ หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจากโรงเรียนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 1,000 คน ในนาม “ภาคี นักเรียน KKC ทวงเสรีภาพคืน” ร่วมกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ผูกโบสีขาวที่ข้อมือ ผม และกระเป๋า พร้อมทั้งการใช้รถขยายเสียงเปิดเวทีปราศรัย เขียนข้อความในป้ายผ้า อาทิ อย่าจาบจ้วงนักเรียน โบขาวไม่ผิด ผอ.โรงเรียนหนูปล่อยข้อมูลเด็ก หยุดคุกคามนักรียนและประชาชน ครูเป็นสลิ่ม เป็นต้น
จากนั้นอ่านแถลงการณ์เรียกร้อง 1.ให้เสรีภาพแก่นักเรียนในการแสดงออกทางประชาธิปไตย โดยไม่มีการคุกคามจากบุคลากรในโรงเรียน และจากภายนอกโรงเรียน 2.หยุดการใช้อำนาจนิยมในโรงเรียน และ 3.สนับสนุนข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอก