พท.-ก้าวไกลจวก
ซ้ำเติมวิกฤตศก.
ระยองสกัดม็อบ
คุมเข้ม‘ตู่’สัญจร
ทหารเปิดแถลง
โต้ข่าวลือปฏิวัติ

อนุกมธ.งบฯ ซีกรัฐบาล พปชร.-ภท.-ปชป.โหวตผ่านงบซื้อเรือดำน้ำ 2.25 หมื่นล้าน ฝ่ายค้านสวดยับเมินวิกฤตเศรษฐกิจ ‘บิ๊กตู่’ นำทีมครม.สัญจรระยอง-จันทบุรี 24-25 ส.ค. รปภ.เข้ม ‘สาธิต’ เดินสายคุยแกนนำม็อบให้อยู่ในความสงบ ‘วิษณุ’ ยันรัฐบาลไม่เบี้ยวแก้รธน. แต่ละพรรคเสนอแทนได้ มติปชป.ยื่นในนามพรรคร่วม ประกบญัตติฝ่ายค้าน หวั่นตกขบวน กองทัพชี้ทหารเตรียมปฏิวัติแค่ข่าวปล่อย วอนหนักแน่น เชื่อมั่นกันและกัน ‘สิระ’ แจ้งจับ ‘มงคลกิตติ์’ ข่มขู่ หวิดวางมวยกลางสภา ‘ชวน’ จ่อเป็นกาวใจ

ครม.สัญจรระยอง-รปภ.เข้ม

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือครม.สัญจร ที่จ.ระยองและจันทบุรี วันที่ 24-25 ส.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ดูแลเต็มที่ ซึ่งจังหวัดระยองได้จัดเตรียมสถานที่ต่างๆ ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อย ตนพยายามไปหารือกับบุคคลที่คาดว่าจะมาเคลื่อนไหว แต่ก็เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพที่จะมาแสดงออก ขอให้อยู่ในความสงบและเรียบร้อย เราไปในพื้นที่ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงพยายามพูดคุยทำความเข้าใจกัน ไม่น่ามีปัญหา มั่นใจว่าราบรื่นด้วยดี

เมื่อถามว่าได้รับรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลที่จะเคลื่อนไหวหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ และให้ทางจังหวัดไปทำความเข้าใจ อาจมีความเคลื่อนไหวของทีมผู้สมัครท้องถิ่นที่ประกาศตัวว่าจะลงสมัคร แต่คงไม่มาก ส่วนจะมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่นั้น คาดว่าคงไม่มีจากส่วนกลาง เพียงแต่ในวันที่ 23 ส.ค. จะมีกิจกรรมของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ในพื้นที่ต.บ้านเพ อ.เมืองระยอง มั่นใจว่าไม่มีอะไร การรักษาความปลอดภัย ฝ่ายความมั่นคงดูแลเต็มที่

‘บิ๊กตู่’ไร้คิวพบกลุ่มเยาวชน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมครม.สัญจรที่จ.ระยองและจันทบุรี ไม่มีกำหนดการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะพบกับกลุ่มเยาวชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากภารกิจของนายกฯ มีค่อนข้างมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่านายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เสนอให้ นายกฯ ลาออกถ้าแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ไม่ได้ภายใน 1 เดือน นายอนุชากล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมา ธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน จะออกมาในรูปแบบไหน

ส่วนการเรียกร้องของนายมงคลกิตติ์ อาจเป็นเพราะนายมงคลกิตติ์ ไม่ได้เป็นกมธ.ชุดดังกล่าว จึงขอให้รอดูบทสรุปก่อน หากสิ่งใดที่ยังติดขัด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร อภิปรายในสภาได้ เชื่อว่าจะต้องทำความเข้าใจกัน เพราะนายกฯต้องการลดความขัดแย้งให้มากที่สุด หากมีการพูดคุยในสภา จะทำให้บรรยากาศดีขึ้น

‘สิระ’แจ้งจับ‘มงคลกิตติ์’ข่มขู่

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สน.ทุ่งสองห้อง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยทนายความ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายมงคลกิตติ์ หลังนายมงคลกิตติ์ โพสต์ เฟซบุ๊กท้าต่อยและข่มขู่ทำร้ายตน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาข่มขู่คุกคาม

นายสิระกล่าวว่า ตนเป็นผู้เสียหาย ถูก นายมงคลกิตต์ข่มขู่ คุกคาม เดินหาตน ทั่วอาคารรัฐสภา ซึ่งการเป็นส.ส. มีเรื่องของจริยธรรมที่ต้องปฏิบัติตาม แต่กลับเกิดพฤติกรรมเยี่ยงนักเลง ซึ่งข้อความที่ตนแถลงถึงนายมงคลกิตติ์ก่อนหน้านี้ เป็นการถามเพราะความห่วงใย กลัวว่าในเมื่อนายมงคลกิตติ์บริจาคเงินเดือนของตนเองเพื่อช่วยโควิดจนหมด อาจไม่มีเงินใช้ หากเป็นเช่นนั้นให้มาเอาที่ตนได้ ไม่ได้มีเจตนาอื่น

“การที่นายมงคลกิตติ์ชี้แจงว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ส่วนตัวไม่เชื่อ และหากเป็นนักเลงจริงเหตุใดต้องลบโพสต์ออกด้วย และวันนี้จะสั่งสอนส.ส.อันธพาล ให้รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร แม้จะมีผู้ใหญ่เข้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยก็ตาม และฝากถามถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า จะดำเนินการกับนายมงคลกิตติ์ที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างไร” นายสิระกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากนายมงคลกิตติ์เสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก นายสิระจึงแถลงข่าวต่อว่านายมงคลกิตติ์จึงตอบโต้กลับ

ทั้งคู่หวิดวางมวยกลางสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 11.50 น. ที่อาคารรัฐสภา ชั้น 1 ระหว่างที่นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อมวลชนอยู่นั้น ได้เห็นนายสิระเดินเข้ามาพอดี จึงปรี่เข้าไปหานายสิระที่กำลังจับกลุ่มยืนคุยกับสื่ออีกกลุ่ม พร้อมจับแขนข้างขวาของนายสิระ ซึ่งนายสิระได้ขอให้ผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าว ช่วยบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนจะสะบัดมือออกทันทีและพูดว่า “อย่ามาจับผม จับตัวผมไม่ได้ คุณเป็นนักเลง”

ขณะที่นายมงคลกิตติ์จะเดินตามนายสิระ และพยายามพูดว่านายสิระด่าตน แต่นายสิระพยายามเดินเลี่ยงหนี และขอให้ตำรวจสภามาพาตัวนายมงคลกิตติ์ออกไป และให้ถ่ายภาพไว้ว่าใครหาเรื่องใคร ให้ภาพฟ้องคนทั้งประเทศและรายงานถึงประธานสภาว่า ส.ส.กระทำผิด นี่คือสภาอันทรงเกียรติ มาหาเรื่อง นายมงคลกิตติ์จึงสวนกลับว่า “ทำไมเวลาพูดไม่คิด ใครเป็นคนเริ่ม” ทำให้นายสิระตอบกลับว่า “คิดแล้ว และบอกว่าไม่ต้องมาพูดกับผมให้ไปทำหน้าที่ของคุณ” ด้านตำรวจสภาได้แยกทั้ง 2 คนออกจากกัน

ฟ้อง‘ชวน’ให้ดูแลความปลอดภัย

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายสิระได้ขึ้นมาพบนายชวน ที่ห้องทำงานชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อรายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นนายสิระเปิดเผยว่า ตนทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรจึงขอให้นายชวนดูแลความปลอดภัย ส.ส.ที่ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ให้มีใครมาคุกคาม หรือมาท้าตีท้าต่อย ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ส.ค.และวันนี้ ตนถูกคุกคามจากการทำหน้าที่ ส.ส.

ทั้งนี้นายสิระได้โชว์ข้อความที่นายมงคลกิตติ์โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า “ไอ้สิระ กูเจอมึงที่ไหน กูจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก รู้จักกูน้อยไป” มาแสดงให้เห็นว่า นายมงคลกิตติ์มีพฤติกรรมเช่นใด พร้อมกล่าวต่อว่า เมื่อกราบเรียนนายชวนแล้วว่าไม่ควรมีเรื่องดังนี้เกิดขึ้นในสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงที่นายสิระให้สัมภาษณ์นั้น นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาได้มาพานายมงคลกิตติ์ที่รออยู่หน้าห้องเข้าพบนายชวนเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับนายสิระ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

‘เต้’ขู่ไม่ขอโทษ-เจอฟ้องหมิ่น

นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ว่า มาพบนายชวนเพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายชวนทราบอยู่แล้วเข้าใจว่าสิ่งที่นายสิระทำกับตนแรงมาก นายชวนได้ขอว่า ในสภาอย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น และอยากให้นายสิระมาขอโทษ ซึ่งตนได้รับปากเพราะเป็นลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น เมื่อตนรับปากว่าจะไม่เกิดเรื่องใดๆ ในสภา และในฐานะลูกผู้ชาย หากมาขอโทษเรื่องก็จบ ตนไม่ใช่พวกลอบกัดใครเพราะไม่ใช่หมา แต่หากยังไม่ขอโทษ ตนก็จะมอบหมายให้ทนายความไปฟ้องร้องดำเนินคดีที่ศาลอาญาฐานหมิ่นประมาทในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้

ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสร้างสถานการณ์เพื่อกลบข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ตามที่มีสื่อบางสื่อเสนอพร้อมยอมรับว่าเมื่อวันที่ 20 ส.ค.บันดาลโทสะ ที่โพสต์ด่า แต่บังเอิญไปโดนข้อความที่โพสต์จึงถูกลบไป ไม่ได้มีเจตนาลบข้อความ

“ได้รับปากนายชวนแล้วว่า จะจบเรื่องหากเจอกันในสภาจะไม่ไปถามไปพูดไปคุย ซึ่งถือว่าถูกต้องแล้ว เพราะเป็นสภา แต่ไม่รับปากว่าเจอข้างนอกจะเป็นอย่างไร และ จะไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานร่วมกัน เพราะ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีหลายคน แต่ผมขอเดินคนละทางกับนายสิระ ทางใครทางมัน และไม่กังวลกรณีที่ถูกแจ้งความเพราะไม่ได้มีโทษหนัก เป็นการบันดาลโทสะ แต่กรณีของนายสิระถือว่าหมิ่นประมาทผมถึง 2 ครั้ง” นายมงคลกิตติ์

‘ชวน’จ่อเชิญปรับความเข้าใจ

นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า ได้บอกทั้งสองคนตรงๆ ไปว่าภาพพจน์ของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้รับผลกระทบ แต่ต้องแยกระหว่างคนหมู่ใหญ่กับคน 2 คน ออกจากกัน อย่าเหมาว่าทุกคนในสภาจะมีสภาพแบบนี้ ตนตั้งใจว่าจะให้ทั้ง 2 คนได้พบกันและคุยกัน เพราะถ้าไม่คุยกันจะยิ่งขัดแย้งกัน โดยนายสิระ ยืนยันว่าจะนำเรื่องส่งให้คณะกรรมการจริยธรรม พอดีกับสัปดาห์ที่แล้วกำลังประชุมคณะกรรมการจริยธรรม เพื่อมอบให้นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ไปร่างระเบียบ วิธีปฏิบัติก็จะเป็นหนึ่งในเรื่องที่รวมเอาไว้เพื่อเสนอคณะกรรมการจริยธรรมต่อไป

ส่วนเรื่องความรุนแรง ขอร้องว่าอย่าให้เกิดขึ้น การขัดแย้งเรื่องวาจาไม่เป็นไร ค่อยว่ากัน แต่เรื่องความรุนแรงอย่าให้เกิดขึ้น ตนพยายามที่จะเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยกัน แต่ทั้งคู่ไม่ยอมมาคุยกัน โดยคนที่ยืนกรานว่าจะไม่ขอคุยคือนายสิระ ซึ่งทางฝ่ายของนายมงคลกิตติ์เองก็ไม่ต้องการเช่นกัน

เมื่อถามว่า หากมีการต่อยหรือตีกันในสภาจริงๆ จะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง นายชวนกล่าวย้ำว่า “บอกแล้วว่ายังไงก็อย่าให้เกิดขึ้น ผมคิดว่าดีที่สุดคือเอาคำพูดของแต่ละฝ่าย มารวบรวม เรียบเรียงว่าเริ่มต้นอย่างไร ใครเป็นผู้ก่อเรื่องขึ้นมาก่อน และเรื่องตามมาอย่างไร ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะเอาให้ฟันร่วงหมดเลย เขาก็ยืนยันว่าเขาจะไม่ทำ”

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายชวน ผ่านนายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้บังคับบัญชาประสารการเมืองและรับเรื่อง เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ กรณีที่มีข่าวเรื่องการโพสต์เฟซบุ๊กท้าทายนายสิระ ซึ่งผิดจริยธรรมและกฎหมาย

กองทัพชี้ปฏิวัติแค่ข่าวปล่อย

แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพบกเปิดเผยถึงกระแสข่าวจะมีการทำรัฐประหารว่า เป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น ยืนยันว่ากองทัพไม่มีการ เตรียมความพร้อมใดๆ เพราะขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองถือว่ายังคงปกติ และรัฐบาลยังบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหา อีกทั้งพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างยังปกติ รวมถึงในแวดวงทหารก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ เชื่อว่าเป็นการโพสต์ปลุกกระแสมวลชนในโซเชี่ยลเท่านั้น

รายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า เป็นการปล่อยข่าวของฝ่ายตรงข้ามเพื่อปลุกกระแสทางโซเชี่ยลมีเดียให้เกิดความเคลื่อนไหว หรือต้องการหวังเช็กกระแสอะไรหรือไม่ และเพื่อต้องการให้เกิดความหวาดกลัวระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ยืนยันว่าตอนนี้กองทัพยังถือเป็นกลไกหนึ่งในการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รมว.กลาโหม สามารถดูแลกองทัพให้เป็นเอกภาพได้เป็นอย่างดี

กลาโหมวอนทุกคนเชื่อมั่น

นอกจากนี้ มองว่าเรื่องนี้เป็นการสร้างกระแสเพื่อให้สอดรับกับ 2 จุดยืนของคณะประชาชนปลดแอกที่ห้ามทำรัฐประหารและห้ามตั้งรัฐบาลแห่งชาติ รวมทั้งสอดรับกับการขึ้นปราศรัยของบรรดาแกนนำที่มีการพูดถึงประวัติศาสตร์การทำรัฐประหาร และใกล้ถึงวันครบรอบเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ด้วย โดยฝ่ายความมั่นคงต้องประเมินสถานการณ์และจับตาต่อไป

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีความพยายามสร้างข่าวเท็จ ปลุกให้เกิดความหวาดระแวงกันในสังคมมากขึ้น ประชาชนทุกคน ควรใช้ดุลพินิจรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างรอบด้าน ขอให้หนักแน่น เชื่อมั่นกันและกัน พร้อมรวมใจไทยสร้างชาติ แก้ปัญหาดังกล่าวไปด้วยกัน

‘วิษณุ’ยันรัฐบาลไม่เบี้ยวแก้รธน.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนแนวทางจากเดิมจะยื่นเป็นฉบับรัฐบาล มาเป็นให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลยื่นเองได้ว่า ไม่ทราบ เข้าใจว่ายังไม่ไปถึงจุดนั้น ตอนนี้ให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมของเขาไปก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าในเมื่อรัฐบาลแถลงการแก้รัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา แต่ถ้าไม่เสนอในนามรัฐบาลจะถือว่าขัดต่อสิ่งที่แถลงไว้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะสุดท้ายถ้าพรรคร่วมรัฐบาลต่างคนต่างเสนอก็ถือว่าโอเค และทำแทนรัฐบาลได้

‘อนุทิน’แจงปมยุบสภา

เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยแถลงให้ยุบสภา หากจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จว่า เป็นประเพณีปฏิบัติที่ทำมาตลอด หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องนำมาบังคับใช้ และให้จัดเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองทางการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับพรรคแกนนำรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรขัดแย้งอยู่แล้ว ทั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคฝ่ายค้านก็มีแนวทางในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น การแก้ไขที่จะเกิดขึ้นเริ่ม จากมาตรา 256 โดยให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นกระบวนการที่ปฏิบัติกันมาตลอด และจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นฉบับของประชาชน

ภูมิใจไทยชงร่างแก้ไขเอง

ต่อข้อถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯ และรองนายกฯ คนอื่นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้พูดคุยหมดแล้ว ทุกคนมองว่าให้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่จะมีแนวทางและจุดยืนของตัวเอง ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นเรื่องของแต่ละพรรค ไม่ใช่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามรวบรวมเสียงส.ส.มาเพิ่มให้ได้ครบ 100 เสียงหรือ 1 ใน 5 แล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หลังจากยื่นร่างไปแล้ว หากส.ส.คนไหนจากพรรคอื่นเห็นชอบก็ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ พรรคภูมิใจไทยได้ปฏิบัติตามภารกิจและสิ่งที่ได้แถลงไว้ในช่วงหาเสียง เราสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ อีกทั้งการแก้รัฐธรรมนูญเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

เมื่อถามถึงจุดยืนต่ออำนาจและหน้าที่ของส.ว. นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าพูดเรื่องนี้จะถูกกล่าวหาว่าไปกดดันเขา แต่เมื่อใดที่มีส.ส.ร.มาทำยกร่างใหม่แล้ว ควรให้ทุกอย่างเป็นไปตามการหารือ และพิจารณาโดยส.ส.ร. พรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนสิ่งใดก็ตามที่ทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญบรรลุผล ทั้งการสร้างประโยชน์ต่อประชาชน ทำให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงการทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ

ปชป.ผนึกพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 20 ส.ค.เห็นด้วยกับวิปรัฐบาล โดยจะเสนอเป็นญัตติแก้รัฐธรรมนูญเป็นร่างเดียวกันในนามพรรคร่วมรัฐบาล มีประเด็นหลักคือแก้ไขมาตรา 256 และให้ตั้งส.ส.ร. และต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2

นอกจากนั้นประเด็นที่จะให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เรายินดีสนับสนุน โดยเฉพาะบทเฉพาะกาล ที่มา ส.ว. ซึ่งขณะนี้คณะทำงานของวิปรัฐบาลได้เตรียมเสนอร่างเพื่อเอาข้อเสนอของแต่ละพรรคมารวมกัน เนื่องจากต้องการให้การแก้ไขเป็นเอกภาพ และแก้ไขได้จริง ให้ส.ส.ร.ปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ปชป.มีมติไปแล้ว

ปลดล็อกม.256-นศ.ร่วมทีมส.ส.ร.

นายชินวรณ์กล่าวว่า ในวันที่ 24 ส.ค. จะประชุมวิปรัฐบาล เพื่อนำร่างแก้ไขของแต่ละพรรคมาหารือร่วมกัน ก่อนนำเข้าที่ประชุมของแต่ละพรรควันที่ 25 ส.ค. หากทุกพรรคเห็นชอบก็จะร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าว และเสนอต่อประธานสภา คาดว่าจะเป็นวันที่ 26 ส.ค.

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้จัดทำร่างแก้ไขที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 256 และในหมวดการตั้งส.ส.ร. เสร็จแล้ว โดยเฉพาะการตั้งส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนนั้น พรรคได้ยกร่างโดยเปิดทางให้เยาวชน นิสิต นักศึกษา สามารถเป็น ส.ส.ร.ด้วย เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ที่สำคัญที่สุดคือการทบทวนบทเฉพาะกาลทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่า การตั้ง ส.ส.ร.ที่มีเยาวชน นิสิต นักศึกษา และทุกภาคส่วนร่วมอยู่ด้วยนี้ เป็นเรื่องที่ดี จะได้สะท้อนมุมมองเรื่องที่สำคัญต่างๆ

เสนอยื่นประกบญัตติฝ่ายค้าน

นายราเมศกล่าวต่อว่า ส.ว.หลายคนเป็นคนดี แต่ต้องยอมรับว่าหากต้องพูดกันถึงโครงสร้าง และกระบวนการเข้ามามีอำนาจแล้ว พรรคไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ตอนทำประชามติแล้ว ดังนั้น เมื่อเห็นว่าสิ่งนี้ไม่ทำให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ก็ต้องหาวิธีการแก้ไข และเชื่อว่าหากต้องการให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ต้องยึดแนวทางตามที่กำหนดขั้นตอนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะนั่นคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้าได้

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของที่มาส.ว. ทางพรรคได้ให้ตัวแทนไปคุยในวิป รัฐบาลเพิ่มเติม โดยพรรคจะแสดงจุดยืนเรื่องบทเฉพาะกาลใน 1-2 วันนี้ เพื่อให้สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคจะได้เข้าใจท่าทีของพรรค ตนเห็นว่าร่างของรัฐบาลต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว และต้องยื่นประกบญัตติของฝ่ายค้านให้ได้ มิเช่นนั้นจะตกขบวนแก้ไขรอบนี้ จึงคิดว่าอย่างไรก็ต้องทันและพิจารณาพร้อมกับญัตติของฝ่ายค้าน

‘พีระพันธุ์’ย้ำต้องแก้ไขรธน.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเสวนา “การแก้ไขรัฐธรรมนูญและอนาคตของชาติบ้านเมือง” โดยมีนักการเมือง ร่วมเสวนา อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สภา ผู้แทนราษฎร นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานกมธ.วิสามัญรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายกษิต ภิรมย์ ที่ปรึกษา ครป. เป็นต้น

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งวางกติกาไว้ยาว ไม่รู้ว่าจะแก้ได้หรือไม่ เพราะขั้นตอนหยุมหยิม แต่เสียงส่วนใหญ่ของกมธ. เห็นว่าต้องแก้ เมื่อต้องแก้หลายมาตราก็ควรยกร่างใหม่ โดยมี ส.ส.ร.เข้ามาดำเนินการ เราจะไม่ลงรายเอียดทั้งเรื่องรูปแบบ ส.ส.ร.และระยะเวลาการแก้รัฐธรรมนูญว่าต้องใช้เวลาแค่ไหน

‘สุทิน’กางไทม์ไลน์ 15 เดือน

ด้านนายสุทินกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่าต้องแก้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงๆ แต่มีความเสี่ยง 2 อย่างคือ ถ้าส.ว.ไม่เอาด้วยก็เจ๊ง และคำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญในปี 2555 ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม แต่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นการล้มล้างรัฐรรมนูญ ต้องปิด 2 จุดเสี่ยงนี้ให้ได้

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะออกจากความขัดแย้ง ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนต้องยอมรับทั้งที่มาและสาระ โดยให้ประชาชนมาเขียนและออกแบบผ่าน ส.ส.ร. โดยการเลือกตั้งประชาชนรวม 200 คนจากจังหวัด อายุตั้งแต่ 18 ปีเป็นต้นไป เนื้อหาสาระก็ให้ส.ส.ร.กำหนด

ส่วนกรอบเวลายกร่างฉบับใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาอย่างช้า 1 ปี หากการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ผ่านวาระแรกได้ในเดือน ก.ย. จากนั้นเข้าสู่ชั้นกมธ. ประมาณการว่าเมื่อแก้มาตรา 256 เสร็จ เข้าสู่กระบวนการประชามติ และทูลเกล้าฯ คาดว่าได้ส.ส.ร.ประมาณเดือน ก.พ.2564 จากนั้นใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญประมาณ 13 เดือน ไม่เกิน 15 เดือน หลายคนบอกว่า กว่าจะได้ ส.ส.ร.อาจเป็นการต่ออายุรัฐบาลนั้น ตนก็ไม่อยากให้เขาอยู่ แต่ไม่ติดใจถ้ารัฐบาลอยู่ต่อแล้ว ทำให้เราได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

‘ภราดร’ชี้ไม่ควรเร่งรีบ

นายภราดรกล่าวว่า ที่มา ส.ส.ร.อาจใช้เวลา 6 เดือน แต่ตัวร่าง อาจต้องใช้เวลาพอสมควร หากตีกรอบให้ ส.ส.ร.ใช้เวลาร่างแค่ 4 เดือน อาจเร่งรัดให้ ส.ส.ร.ทำงานเร่งรีบ สุดท้ายเราได้รัฐธรรมนูญเร่งรีบและเร่งด่วนเกินไปหรือไม่ ส่วนเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ควรให้อิสระกับส.ส.ร.ไปดำเนินการอย่างเต็มที่ ฝ่ายการเมืองไม่ควรไปกำหนด ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของส.ส.ร.

ส่วนนายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคก้าวไกลตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ มีจุดยืนในเรื่องรัฐธรรมนูญ 3 เรื่องคือ 1.ต้องแก้ไขทั้งฉบับโดยมี ส.ส.ร.ขึ้นมา 2.ปิดสวิตช์ ส.ว.แก้มาตรา 269-272 ยกเลิกส.ว. 250 คนที่มาจาก คสช. ให้ใช้ส.ว.ตามระบบปกติ ยกเลิกการให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตนายกฯ และ 3.ยกเลิกมาตรา 279 ประกาศและคำสั่งของคสช. ทั้งหมด เพื่อไม่ให้คำสั่ง คสช.มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ไม่ควรกำหนดว่า ส.ส.ร.ห้ามแก้หมวดใดหมวดหนึ่ง แต่ควรกำหนดว่าแก้ได้ทุกหมวด

นายกษิตกล่าวว่า ขอเสนอให้สภา ประกาศให้ชัดว่าพร้อมนำประเทศก้าวสู่การเป็นประชาธิปไตยแบบสากล คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าประเทศไทยควรเป็นราชอาณาจักร ซึ่งทุกพรรคต้องออกมายืนยันว่า เราจะเป็นราชอาณาจักรแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย มีองค์พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ นอกจากนี้จะต้องมาตกลงกันก่อนถึงบทบาทของสถาบันจะเป็นแบบใด ต้องการให้เป็นแบบอังกฤษ ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น เชื่อว่าสามารถพูดคุยกันได้

อนุกมธ.ถกซื้อเรือดำน้ำอีกรอบ

เมื่อเวลา 14.50 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และรองประธานคณะอนุกมธ. ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 แถลงภายหลังประชุมอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯว่า วันนี้พิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งประชุมครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกอนุกมธ.แขวนไว้เพราะยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ซื้อหรือไม่ โดยกองทัพเรือให้เหตุผลว่าที่ต้องซื้อ เพราะไทยได้ลงนามในเอ็มโอยูกับจีนไว้แล้วว่าต้องซื้อ 3 ลำ โดยลำแรก จัดซื้อไปแล้วด้วยงบปี 2560 ซึ่งจะได้รับเรือในปี 2567 ส่วนอีก 2 ลำ ที่จะใช้งบปี 2564 นั้น อนุกมธ.สอบถามว่ายังไม่ซื้อได้หรือไม่ จะถูกฟ้องร้องหรือไม่

วันนี้กองทัพเรือได้นำเอ็มโอยูซื้อเรือดำน้ำลำแรกมา ปรากฏว่าในเอ็มโอยูไม่ได้เขียนว่าไทยจะต้องซื้อลำที่ 2 และลำที่ 3 ไม่ได้ผูกพันกันไว้ มีแต่ระบุว่าถ้าเกิดปัญหาในข้อตกลง หรือเกิดความขัดแย้งให้เจรจากันอย่างฉันมิตร ไม่มีการขึ้นศาลหรือดำเนินคดีต่อกัน นี่คือเอ็มโอยูที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เซ็นไว้กับรมว.กลาโหม ของประเทศจีน

‘ยุทธพงศ์’เปิดชื่อคนโหวตผ่าน

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ตนอยู่ในฝั่งที่ไม่ให้ซื้อ โดยบอกว่าเมื่อไม่ได้มีข้อตกลงให้ซื้อลำที่ 2 ลำที่ 3 ทางกองทัพอ้างอย่างเดียวว่าเพื่อความมั่นคงทางทะเล ตนสู้ว่ามีปัญหาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลกู้จนเต็มเพดาน ประชาชนเดือดร้อน สังคมมีปัญหาอาชญากรรม เพราะคนตกงานไม่มีอันจะกิน อนุกมธ.ในส่วนที่ไม่ให้ซื้อ บอกว่ายังไม่จำเป็นต้องซื้อในปีนี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน แต่ที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ ทำให้นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุกมธ. สั่งพักการประชุม และเริ่มอีกครั้งในเวลา 14.15 น. พร้อมสั่งให้ลงมติ

ฝั่งที่ลงมติไม่ให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ประกอบด้วย ตน นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ส่วน ผู้ที่โหวตให้ผ่าน ได้แก่ นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย นาง กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีเสียงเท่ากัน สุดท้ายประธาน อนุกมธ. ออกอีกเสียงหนึ่งเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ

‘บิ๊กตู่’จ่อนำทูลเกล้าฯโผทหาร

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารประจำปี ประกอบด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. เพื่อพิจารณาจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 และเห็นชอบตามที่ผบ.เหล่าทัพ ได้เสนอชื่อผบ.เหล่าทัพคนใหม่

กองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ (ตท.21) เสนาธิการทหาร เป็นผบ.ทสส. พล.อ. ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร เป็นรองผบ.ทสส. พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน (ตท.20) ผู้ช่วยผบ.ทร. เป็นรองผบ.ทสส. พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (ผบ.สปท.) เป็นเสนาธิการทหาร พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม (ตท.22) รองเสนาธิการทหาร เป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.)

กองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ (ตท.22) ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ. พล.อ. ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ (ตท.19) เสธ.ทบ. เป็นรอง ผบ.ทบ. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.22) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ (ตท.20) รอง เสธ.ทบ. เป็น เสธ.ทบ. ส่วน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ (ตท.20) รองผบ.ทบ. ไปเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)

พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.22) รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ปรีชา จึงมั่นคง (ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย (ตท.21) แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ (ตท.22) รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพภาคที่ 4

กองทัพเรือ พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ (ตท.19) รองผบ.ทร. ขึ้นเป็นผบ.ทร. พล.ร.ท.ภราดร พวงแก้ว (ตท.21) รองเสธ.ทร. ขึ้นเป็น เสธ.ทร.

กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี (ตท.20) ผู้ช่วยผบ.ทอ. เป็น ผบ.ท.อ. พล.อ.อ. ชานนท์ มุ่งธัญญา รองเสธ.ทอ. (ตท.23) ทอ. เป็น เสธ.ทอ.

ขั้นตอนต่อไป กรมเสมียนตรา จะตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ก่อนส่งกลับให้ นายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์หน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน