นัดใหญ่มธ.ท่าพระจันทร์
‘ศิลปินปลดแอก’ชุมนุม
ประกาศหาคนถูกอุ้มหาย
ชู3นิ้วร้องเพลงชาติพรึ่บ
ที่ประชุมกลาโหม สั่งจับตาม็อบ 19 ก.ย. ที่ธรรมศาสตร์ หวั่นเกิดฮ่องกงโมเดล สมัชชาคนจน ออกแถลงฉบับที่ 2 จี้อีกให้หยุดคุกคามประชาชน-เยาวชน หลังพบตร.-ฝ่ายปกครองถึงบ้านน.ร.สาวที่สระแก้ว เตรียมร่วมชุมนุมที่ขอนแก่น 24 ส.ค. ยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องของประชาชนปลดแอก ลั่นหากมีนัดชุมนุมใหญ่ที่กทม.พร้อมเข้ามาร่วม ขณะที่เวทีอุบลฯจัดฟังเสียงเยาวชน ขอนแก่นเครือข่ายปลาแดกจงเจริญ ชู 3 นิ้วใส่ตำรวจ จี้หยุดคุกคาม ส่วนที่กทม. กลุ่มศิลปินจี้ถามหาคนถูกอุ้มหาย ชู 3 นิ้วสกายวอล์ก ศิษย์เก่าราชินี ไม่สบายใจโรงเรียนแถลงลิดรอนสิทธิเด็ก ละเมิดคำสั่งศธ. ออนไลน์ขุดรูปร่วมกปปส.เพียบ
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการ ประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ที่มี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการหยิบยกสถานการณ์การชุมนุมและทำกิจกรรมของนักเรียนมัธยมในการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ รวมทั้งต่อต้านระบบอำนาจนิยมในโรงเรียนและครอบครัว ว่า นายกฯ ห่วงเรื่องความรู้สึกที่ผูกพันของคนในครอบครัวที่เป็นรากฐานของสังคมไทย รวมถึงการปลุกระดมด้วยการสร้างความเข้าใจผิด ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง รวมทั้งอยากให้เหล่าทัพไปดูเรื่องแนวทางในการ สร้างเด็กยุคใหม่ โดยมองภาพในระยะยาว
แหล่งข่าวเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงติดตาม การจัดกิจกรรมของ นิสิต นักศึกษา ที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนการชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นวันที่ 19 ก.ย.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แต่จะไม่ห้ามหรือขัดขวางการจัดกิจกรรมแต่อย่างใด ถือเป็นสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงความเห็น “น้ำกำลังเชี่ยว อย่าเอาเรือไปขวาง แค่เฝ้าระวังอย่าให้มีการทำผิดกฎหมาย จากการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรง ทำลายหรือเผาสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ไปสู่ฮ่องกง โมเดล โดยกำชับให้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ใช้ความอดทน หลีกเลี่ยง การเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม”
แหล่งข่าวเผยว่า การชุมนุมของนิสิต นักศึกษา จะไม่รุนแรง เพราะรัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเร่งชี้แจงทำความเข้าใจ กับครอบครัว สถาบันการศึกษา รวมทั้งค้นหาต้นตอการเผยแพร่ข้อมูล ชักชวนให้ไปเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพของม็อบคอซอง และให้ข้อมูลอีกด้านเพื่อให้เด็กได้พิจารณา อย่างไรก็ตาม น่าสนใจว่านักเรียนที่ออกมาชุมนุมนั้นเป็นนักเรียนหญิงถึง 95 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ ยังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนจากต่างจังหวัดที่จะเข้ามาผนึกกำลังกับกลุ่มประชาชนปลดแอก โดยเฉพาะกลุ่ม พีมูฟที่เรียกร้องกดดันให้รัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร แรงงาน กลุ่มเปราะบางทางสังคม ฯลฯ ที่ขณะนี้ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 ซึ่งหากมีการเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯก็อาจมีการปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ
นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ.เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชุมนุมเรียกร้องหลายๆ เหตุการณ์ในโรงเรียน โดยเฉพาะการเเสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียน นักศึกษา โดยข้อมูลจากผู้มาชี้แจง พบว่าบางรายมีการปิดกั้นการเเสดงออก เช่น มีครู ขู่นักเรียนว่า ถ้าชู 3 นิ้ว หรือชุมนุมทางการเมือง จะโดนหักคะเนนความประพฤติ หรือ มีการลงโทษในรูปแบบอื่นๆ ส่วนอาจารย์ บางคนในมหาวิทยาลัยบางแห่ง ก็รู้สึกอึดอัด เพราะถูกผู้มีอำนาจในมหาวิทยาลัยข่มขู่ว่าหากเข้าไปร่วมเเสดงออกเชิงสัญลักษณ์ หรือให้การสนับสนุนนักศึกษา จะมีผลต่อความก้าวหน้า คือจะไม่ได้รับพิจารณาเลื่อนขั้น เป็นต้น
นายอิสระกล่าวต่อว่า ในทางตรงกันข้าม มีข้อมูลจากนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง ย่านคลองประปา กทม. ส่งมาหาตนโดยตรง บอกว่า มีครูกดดันให้นักเรียนออกไปแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วด้วยเช่นกัน
วันเดียวกันมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์โฆษณา 2 ชิ้นของกรมประชาสัมพันธ์ คือคลิปเพลงธงชาติ และคลิป แม่กับม็อบ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นไอโอสร้างความแตกแยกให้ เกิดขึ้น จนต่อมากรมประชาสัมพันธ์ลบคลิปทั้ง 2 ออกท่ามกลางกระแสโจมตีถึงการ ใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ในเรื่องดังกล่าว
จากกรณีในการชุมนุมเวทีแรงงานปฏิวัติ ที่จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีชายหัวเกรียน 2 คนบุกขึ้นเวทียื้อยุดน.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ล่าสุดนายธวัชชวิน โกพัฒน์ตา อดีตผู้สมัครส.ส. จ.สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่ ออกแถลงชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ก่อนการชุมนุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค. ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ติดต่อมาเรื่องการชุมนุมของแรงงานว่าจะเป็นไปในทิศทางไหนอย่างไรบ้าง สรุปว่าจัดบนพื้นที่เอกชนจัดได้ และมีการปราศรัยได้ แต่ขอให้ไม่พูดถึงสถาบัน ตนรับปากแต่ขอให้ตำรวจอยู่นอกการชุมนุม และให้การ์ดอาสาขอเข้ามาช่วยงาน จึงบอกว่าหากมีป้าย หรือใครพูดถึงสถาบันจะให้การ์ดชุดนี้ขอร้องให้หยุดพูด
โดยขณะที่น.ส.จุฑาทิพย์ พูดถึงงบประมาณ ในส่วนของสถาบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดได้ แต่ชุด การ์ดอาสาเข้าใจผิดคิดว่าพูดถึงก้าวล่วงสถาบัน จึงขึ้นไปบนเวทีเพื่อให้น้องหยุดพูดถึงประเด็นนี้ โดยไม่ประสานงานกับคนคุมเวทีด้านข้างล่าง ภาพถึงหลุดไปแบบนั้นและเป็นการเหมือนตำรวจหรือทหารขึ้นไปคุกคามน้อง ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเข้าใจผิดและประสานงานที่ผิดพลาด จากเหตุการณ์ครั้งนี้ตนขอรับผิดไว้แต่เพียงผู้เดียว และขออภัยทุกคนด้วย
ด้านสมัชชาคนจนออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง ประณามการคุกคามเยาวชน และประกาศการเข้าร่วมชุมนุมเพื่อประชาธิปไตย
จากการที่สมัชชาคนจนได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ประกาศจะชุมนุมปักหลักที่กรุงเทพ มหานคร จนกว่านายบารมี ชัยรัตน์ และนักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกจับกุม เนื่องจากเข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย จะได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขนั้น บัดนี้ นายบารมี ชัยรัตน์และนักกิจกรรมทาง การเมืองทุกคน ได้รับการประกันตัวและปล่อยตัวแล้ว
อย่างไรก็ตาม สมัชชาคนจนทราบว่า เยาวชน ของสมัชชาคนจนในจังหวัดสระแก้ว 2 คน คือ น.ส.ปั้นฟ้าใส สอาดชอบ และน.ส.แป้งศรีไพร สอาดชอบ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากเข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 พร้อมกับเพื่อนนักเรียนอีก 2 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านและสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านมาห้ามปรามครั้งหนึ่ง และอีกครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ให้ผู้ใหญ่บ้านเรียกตัวเยาวชน ให้มาพบ เยาวชนทั้งสองคนไม่ยินยอมไปพบ แต่เพื่อนอีก 2 คนได้ไปพบ และถูกสอบถามข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ ครูที่โรงเรียนก็ได้แจ้งกับทั้งสองคนว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่โรงเรียน หลายครั้ง และสั่งให้ครูตักเตือน และล่าสุด ครูได้แจ้งว่ามีผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ “กรมการปกครอง” ได้โทรศัพท์มาขอข้อมูลส่วนตัวของทั้งสองคนนี้
สมัชชาคนจนขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่คุกคามสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของนักเรียนและเยาวชน ในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกทางการเมืองโดยสันติ และขอเรียกร้องให้ รัฐหยุดการคุกคามนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยโดยทันที
สมัชชาคนจนขอประกาศว่า เราจะยังไม่เดินทางเข้ามาปักหลักชุมนุมในกรุงเทพมหานคร ในช่วงนี้ แต่สมาชิกของสมัชชาคนจนจะเข้าร่วมการชุมนุมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยจะเริ่ม จากการชุมนุมที่ภาคอีสาน ในวันที่ 24 ส.ค. 2563 กับแนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น เพื่อยืนยันการสนับสนุน ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ของคณะประชาชนปลดแอก
และหากมีกำหนดการชุมนุมครั้งใหญ่ ในกรุงเทพมหานครเมื่อใด สมัชชาคนจน จะเข้าร่วมชุมนุมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา แรงงาน และประชาชนผู้เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยโดยทันที “การเมืองที่กินได้ ประชาธิปไตย ที่เห็นหัวคนจน” สมัชชาคนจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโรงเรียนราชินี ออกแถลงห้ามจัดกิจกรรมโดยอ้างประชาธิปไตย พร้อมให้เหตุผลว่าไม่เคยให้ใช้พื้นที่ทำกิจกรรม ทางการเมืองมาก่อน และหากใครฝ่าฝืน จะลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน และไม่ช่วยเหลือหากทำผิดกฎหมายและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี พร้อมระบุว่าหากผู้ปกครองคนไหนรับไม่ได้ก็ขอให้มาลาออกไป ล่าสุดกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนราชินี เตรียมทำหนังสือสอบถาม เนื่องจากไม่สบายใจเพราะเป็นเกรงจะเป็นการลิดรอนสิทธิเด็ก และขัดกับประกาศ ของกระทรวงศึกษาธิการ ขณะที่โลกออนไลน์เผยภาพการทำกิจกรรมหน้าโรงเรียนราชินี รวมทั้งภายในโรงเรียนช่วงการชุมนุมของ กลุ่มกปปส. สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

อีสานปลดแอก – กลุ่มนักศึกษาและประชาชนชู 3 นิ้ว ตะโกนหยุดคุกคามประชาชนต่อหน้าแถวตำรวจ ระหว่างจัดกิจกรรม ‘อีสานปลดแอก ปลาแดกจงเจริญ’ ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง หยุดคุกคาม ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อ 22 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการชุมนุมของกลุ่มประชาชน นิสิต นักศึกษา หลายแห่ง โดยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น มีการจัดกิจกรรมหยุดคุกคามประชาชน และชุมนุมโดยประชาชน 9 จังหวัดภายใต้ชื่อ เครือข่ายอีสานปลดแอกปลาแดกจงเจริญ
ทั้งนี้ในช่วงก่อนจัดกิจกรรม มีกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสังเกตการณ์และใช้เครื่องขยายเสียงขอความร่วมมือกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองดังกล่าวให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันเพื่อขอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้งดใช้เครื่องขยายเสียงเนื่องจากรบกวนสัญญาณของทางกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ พร้อมทั้งพร้อมกันเปล่งเสียงว่า หยุดคุกคามประชาชน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายและไม่มีเหตุการณ์บานปลาย
จนกระทั่งกิจกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มกิจกรรมจากการที่ภาคี นักเรียน kkc ทวงเสรีภาพคืน ขึ้นบนเวทีนำผู้ชุมนุมร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติพร้อมกับชู 3 นิ้ว โดยมีทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยสังเกตการณ์ให้อยู่ในความสงบ
ภายหลังจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวได้เคารพธงชาติเสร็จก็ได้มีการเริ่มพิธีบายศรี เรียกประชาธิปไตยกลับสู่ประชาชน ซึ่งใจความในการบายศรีนั้นเน้นไปที่การขับไล่รัฐบาล เรียกร้องสิทธิของประชาชน และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเสียงของประชาชน ตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ก่อนจะมีการผูกแขนเป็นคู่เสี่ยวตามประเพณีภาคอีสานว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปและไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขในการยึดมั่นอุดมการณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตย
นายนิติกร ค้ำชู อายุ 30 ปี ผู้ประสานงานขบวนการอีสานใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับภาค ซึ่งยังคงเน้นใน 3 ข้อเรียกร้องหลัก คือการหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และนายกฯต้องลาออกเพื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยในช่วงแรกแม้จะมีการปะทะคารมกับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทางตำรวจก็ให้ความร่วมมือ ส่วนกิจกรรมในวันนี้ก็ยังคงเน้นในการเรียกร้องประชาธิปไตยให้กลับคืนสู่ประชาชน
“ที่ผ่านมารัฐบาลถือว่าล้มเหลวในการบริหารประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากทั้งนักศึกษา และนักเรียน ที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหวในจุดยืนเดียวกัน และเชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หาก 3 ข้อเรียกร้องยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของมือที่ 3 ที่จะมาสร้างกระแสป่วนนั้น ทางกลุ่มเองไม่มีความกังวลแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุการณ์ และในอนาคตนั้นก็จะประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือแนวโน้มเป็นอย่างไร เพื่อวางแผนยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้นมากขึ้นต่อไป”

อุบลฯคึก – คณะอุบลปลดแอก จัดเวทีปราศรัย ‘เด็กพูด ผู้ใหญ่ฟัง’ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ พร้อมชู 3 นิ้วต่อต้านเผด็จการ มีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำประชาชนปลดแอกไปร่วมด้วย ที่ศาลหลักเมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.
ที่ศาลหลักเมือง ถ.ศรีณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี คณะอุบลปลดแอก นำโดย ว่าที่ ร.ต.ฉัตรชัย แก้วคำปอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคอนาคตใหม่ จ.อุบลราชธานี จัดเวทีปราศรัยต่อต้านรัฐบาลหัวข้อ เด็กพูด…ผู้ใหญ่ฟัง โดยการจัดเวทียังตั้งโต๊ะเชิญชวนประชาชนที่มาเดินเลือกซื้อสินค้าถนนคนเดินที่อยู่ในจุดเดียวกันให้มาร่วมลงชื่อเรียกร้อง ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งกล่องขอรับเงินบริจาคใช้ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป
เมื่อเริ่มเวทีมีตัวแทนนักศึกษาที่เข้าร่วมชุมนุมได้พูดถึงสิทธิเสรีภาพของนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการแสดงชู 3 นิ้วระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติเป็นสิ่งไม่ผิด รวมทั้งพูดถึงเรื่องการสอนเรื่องพุทธศาสนาควรให้พระมาสอนแทนครู และไม่ควรมีการบรรจุบทเรียนเรื่องพุทธศาสนาในระบบการศึกษาไทย เพราะไปกระทบกับนักเรียนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ และไม่ควรต้องให้นักเรียนไปเรียนพิเศษ หลังเลิกเรียนในคาบเรียนประจำวัน เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับนักเรียนนักศึกษา
ขณะเดียวกันผู้จัดเวทีประกาศว่า วันนี้ นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ และนายปิยะรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ จะมาพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมเวทีนี้ด้วย ขณะรายงานข่าว มีนักศึกษากลุ่มเดิมสนใจเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 100 กว่าคน โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และ สภ.เมืองดูแลรักษาความสงบ ท่ามกลางอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน

เพลงชาติ – กลุ่มมศว คนรุ่นเปลี่ยน พร้อมประชาชนชู 3 นิ้วร้องเพลงชาติ ที่สกายวอล์ก เอ็มบีเค กรุงเทพฯ ประกาศยืนหยัด 3 ข้อเรียกร้อง หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา เมื่อวันที่ 22 ส.ค.
ส่วนที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีการจัดกิจกรรม กวีดนตรีปลดแอก แหกหาคนหาย โดยมีการจัดแสดงดนตรี และติดป้ายตาม หานักกิจกรรมทางการเมืองที่สูญหาย โดยมี น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมที่ถูกอุ้มหายในประเทศกัมพูชามาร่วมด้วย
ที่สกายวอล์ก ปทุมวัน มีการจัดกิจกรรม ชู 3 นิ้ว พร้อมร้องเพลงชาติช่วงเคารพธงชาติ เวลา 18.00 น.