ซัดจีทูจีข้าว-ชูโพลเนชั่น
สุพลรับ‘บิ๊กป.’โทรมาจริง
ตู่โยนกมธ.งบว่ากันเอง
งัดมุขขออโหสิกรรม‘ปู’
พท.จี้นายกฯปลด‘ไก่อู’

กองทัพเรือแจงยิบปมซื้อเรือดำน้ำ ยันสัญญาจีทูจีของจริง แขวะเพื่อไทย ‘จำนำข้าว’ จีทูจีเก๊ ยันจ่าย 2.25 หมื่นล้าน คุ้มค่า อ้างโพลสื่อเนชั่น 71 เปอร์เซ็นต์หนุนให้ซื้อ ลั่นเดินหน้าโครงการต่อ ‘บิ๊กตู่’ ลอยตัว โยนกมธ.งบฯไปว่ากันเอง ‘ป้อม’ โต้ล็อบบี้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ‘สุพล’ รับ ‘บิ๊ก ป’ โทร.หาจริง แต่ไม่ได้รับสาย ‘ยุทธพงศ์’ ท้าเปิดบันทึกประชุมแฉอนุกมธ.กลับลำ ‘ชวน’ บรรจุญัตติแก้ รธน.ของฝ่ายค้าน 30 ส.ค. วิปรัฐบาลคาดถกร่างพ.ร.บ.งบฯ 16-18 ก.ย. ญัตติแก้รธน. 23-24 ก.ย. ก้าวไกลลุยแก้ด่วน 2 มาตรา ตัดวงจรสืบทอดอำนาจ คสช.

ตู่ลุยระยอง-ป้ายเชียร์พรึ่บ

วันที่ 24 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ตอบสั้นๆ หลังประชุมทางไกลผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง กรณีผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้มีเรื่องไม่สบายใจหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวโจมตีทั้งโซเชี่ยลตามหาที่อยู่ลูกสาวนายกฯ ทั้ง 2 คน และการคัดค้านซื้อเรือดำน้ำ นายกฯ โบกมือ ตอบเพียงสั้นๆ ไม่มี

จากนั้นนายกฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง โดยเวลา 12.45 น. ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน : (EOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง และตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองผู้โดยสารที่อาคาร ผู้โดยสารแห่งที่ 2 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พาตรวจเยี่ยม

ก่อนออกจากสนามบินมีชาวจังหวัดระยองประมาณ 10 คน ส่งเสียงตะโกน “นายกฯ สู้ๆ” พร้อมมอบดอกกุหลาบสีเหลืองให้กำลังใจ ชูป้ายข้อความ ขอบคุณนายกฯ ที่เสียสละปกป้องชาติและประชาชนให้อยู่รอดปลอดภัย แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนแก้รัฐธรรมนูญ นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณชาวระยองที่มาให้กำลังใจ เราทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นประเทศไปไม่รอด

ที่พื้นบ้านสวนสน-แกลง 1 จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาข้อขัดแย้งในอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ กรณีออกมาแฉความไม่ชอบมาพากลและมีบุคคลระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า เป็นเรื่องของกมธ. ให้เขาว่ากันไป

เชฟตู่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมอาชีพประมง การแปรรูปอาหารทะเล และการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์ทะเล โครงการธนาคารปู จ.ระยอง และลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 24 ส.ค.

 

ปล่อยมุขขออโหสิกรรมปู

เวลา 15.15 น. ที่ตลาดบ้านเพ (ตลาด 100 เสา) ต.เพ พล.อ.ประยุทธ์ พบปะกับชาวระยองและตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัด พร้อมเยี่ยมชมตลาด มีชาวบ้านให้กำลังใจและมอบพระเครื่องให้นายกฯไว้คุ้มครอง ระหว่างทักทายชาวบ้านนายกฯร้องเพลงไทยรวมกำลังสร้างชาติ พร้อมกล่าวว่า ไม่ว่าเชื้อชาติใดก็คนไทยด้วยกัน

เวลา 16.40 น. นายกฯ เยี่ยมชมวิถีกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน-แกลง 1 และร่วมประกอบอาหารเมนูยำสัมพันธ์- 5 สหาย และเมนูหอยนางแมลงภู่แปรรูป โดยกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาประมงพื้นบ้าน ก่อนที่จะร่วมปล่อยแม่พันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเล ช่วงหนึ่ง นายกฯจับปู และขอดูปูไข่ พร้อมกล่าวว่า “อย่าไปซื้อปูที่มีไข่มากินนะ ให้เขาได้แพร่พันธุ์ พร้อมคุยกับแม่ปูว่า “เจริญเติบโตนะ ขออโหสิกรรม กินไปเยอะแล้ว”

ก่อนเดินทางกลับได้พบปะกับชาวบ้าน มีกลุ่มแฟนคลับตะโกน “สู้ สู้” เราก็ต้องสู้ไปด้วยกัน เราต้องรักกัน อย่ามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันอีก แฟนคลับกล่าวด้วยว่า “ไม่ว่าจะกี่สมัย เลือกตั้งกี่ที กี่หน ก็จะเลือกนายกฯคนนี้ คนเดียว” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบห้าม กล่าวว่า “ขอบคุณๆ แต่อย่าเพิ่งเลือก อย่าเพิ่งเลือกตอนนี้”

เยี่ยมชม – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมตลาดสินค้าครบวงจรบ้านเพ (ตลาด 100 เสา) ต.เพ จ.ระยอง และพบปะกับชาวบ้านและตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว พร้อมเดินชมตลาดจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด เมื่อวันที่ 24 ส.ค

ป้อมปัดล็อบบี้ซื้อเรือดำน้ำ

ที่ศาลากลางฯ ระยอง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย รองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ในกมธ. งบประมาณ 2564 ระบุสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาทจะเป็นโมฆะ ว่า ตอนที่ตนรับผิดชอบดูแลอยู่ก็ไม่โมฆะ เพราะมีการลงนาม เรื่องนี้ให้รอฟังการแถลงจากกองทัพเรือในวันนี้

เมื่อถามว่ามีข้อมูลว่า นายพล ‘บิ๊ก ป’ ต่อสายตรงล็อบบี้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ให้ผ่านงบซื้อเรือดำน้ำ พล.อ.ประวิตรยิ้มพร้อมกล่าวว่าจะล็อบบี้ได้อย่างไรเป็นเรื่องของกมธ. เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่การซื้อเรือดำน้ำจะบานปลายเกิดการชุมนุมลุกลามมากขึ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีๆ

สุพลจี้ยุทธพงศ์เคลียร์

ที่รัฐสภา นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบล ราชธานี พปชร. ประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ให้สัมภาษณ์ถึงนายยุทธพงศ์ ระบุ ‘บิ๊ก ป’ โทร.สั่งอนุกมธ.อนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า ได้ต่อว่านายยุทธพงศ์ไปแล้วว่าพูดได้อย่างไรโดยไม่มีข้อเท็จจริง เวลาตนทำหน้าที่ประธานจะปิดโทรศัพท์ตลอด ยืนยันไม่มีใครโทร.สั่งการ เป็นการปั้นน้ำเป็นตัว ไม่มีข้อเท็จจริง การประชุมอนุกมธ. 24 ส.ค.นัดนายยุทธพงศ์ทางไลน์อนุกมธ.ให้มาแถลงร่วมกัน เพื่อเคลียร์เรื่องพลเอก ป ว่าใครพูดเท็จพูดจริง แต่นายยุทธพงศ์ไม่มาและไม่ตอบไลน์ เงียบ ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ยอมอะไรง่ายๆ แต่ครั้งนี้เงียบ เมื่อถามว่าหากคุยกับนายยุทธพงศ์ไม่รู้เรื่องจะดำเนินการอย่างไร นายสุพลกล่าวว่า ตนลูกผู้ชายไม่ค้าความ แต่นายยุทธพงศ์ต้องเคลียร์ว่าเอาหลักฐานอะไรมาพูด มีพยานหรือไม่ ซึ่งไม่มี การตัดสินใจเรื่องนี้ยากลำบาก ถามว่าเหตุใดตัดสินใจช่วงที่คะแนนออกมา 4-4 ข้อบังคับให้ประธานออกเสียงชี้ขาด และตนสังกัดพรรคใดคือพรรครัฐบาล

เมื่อถามว่าหากงบซื้อเรือดำน้ำผ่านกังวลจะเป็นแรงกดดันให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจหรือไม่ นายสุพลกล่าวว่า ทำไมจะไม่ห่วง ดูจากโซเชี่ยลแล้วน่าห่วง บางทีสังคมไทยต้องมีสติฟังเหตุผลบ้าง ไม่ใช่เที่ยวพูดว่าเรือดำน้ำกินแทนข้าวไม่ได้ และต้องฟังเหตุผลกองทัพเรือที่เป็นฝ่ายความมั่นคงด้วย

โจ้ลั่นเรื่องถึงปปช.แน่

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ กล่าวกรณีระบุ ‘บิ๊ก ป’ ในรัฐบาลโทร.ล็อบบี้สั่งอนุกมธ.โหวตเห็นชอบซื้อเรือดำน้ำ ว่า เรื่องนี้ทุกคนรู้กันทั้งห้องในช่วงที่อนุกมธ.พักประชุม 1 ชั่วโมง ก่อนโหวตลงมติมีการเรียกอนุกมธ.ฝ่ายรัฐบาลไปคุย เชื่อว่าล็อบบี้กันช่วงนั้น อนุกมธ.ซีกรัฐบาลบอกตนว่าบิ๊กรัฐบาลโทร.มาล็อบบี้ให้โหวตสนับสนุน เชื่อมีการล็อบบี้กันแน่นอน เพราะวันที่ 17 ส.ค. ที่ประชุมอนุกมธ.ทุกคนไม่มีใครเห็นด้วยให้จัดซื้อ แต่กองทัพเรือยืนยันความจำเป็นมีสัญญาจีทูจีผูกพัน และมีเอกสารลงนามระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับรมว.กลาโหมจีน ที่จะซื้อเรือดำน้ำ ที่ประชุมจึงแขวนไว้ก่อนให้กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้มาชี้แจงครั้งถัดไป

ต่อมา 21 ส.ค. กองทัพเรือนำเอกสารมาชี้แจง แต่ตรวจสอบพบว่าระบุว่าให้ซื้อลำที่ 1 ลำเดียว ไม่ได้ผูกพันว่าต้องซื้อลำที่ 2 และ 3 และเอกสารที่ระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ ลงนามร่วมกับรมว.กลาโหมจีน ไม่เกี่ยวกับการซื้อเรือดำน้ำ ที่สำคัญเอกสารลงนามซื้อเรือลำแรกที่พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.ไปลงนามจัดซื้อ เป็นการลงนามกับบริษัท ไชน่าชิปบิ้ว ดิ้งออฟชอว์ ถึงจะอ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ไม่ใช่รัฐบาลจีน ถือเป็นการลงนามไม่ถูกต้อง คำพิพากษาศาลฎีกาเคยระบุไว้ในคดีจำนำข้าวว่าการทำจีทูจีต้องทำระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น เรื่องนี้ถึงป.ป.ช.แน่ เพราะทำผิดกฎหมาย

ท้าเปิดบันทึกแฉอนุกลับลำ

“การประชุมวันที่ 21 ส.ค. อนุกมธ.ที่เคยคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำมากลับลำในสิ่งที่ตัวเองเคยพูด อนุมัติให้ซื้อได้ จะเป็นไปได้อย่างไรถ้าไม่มีใครสั่งมา ขอท้าให้เปิดบันทึกชวเลขในที่ประชุมวันที่ 17 ส.ค.จะได้รู้ว่าใครพูดอย่างไรบ้าง” นายยุทธพงศ์กล่าว และว่าการประชุมกมธ.งบชุดใหญ่วันที่ 26 ส.ค. จะขอให้ทบทวนมติของอนุกมธ. เพราะกองทัพเรือชี้แจงไม่เคลียร์ สัญญาจีทูจีไม่มีผลผูกพันกับการซื้อลำที่ 2 และ 3 ถึงจะเป็นงบเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่งบปี 2563 แต่ขณะนี้วิกฤต โควิดยังอยู่จึงอยากให้เลื่อนจัดซื้อไป 1 ปี เพราะเรือลำแรกจะได้มาปี 2567 ควรรอให้ได้ลำแรกก่อน แล้วค่อยซื้อลำ 2 และ 3 หรือเลื่อนซื้อไปปีหน้า เพราะประชาชนกำลังลำบาก

ยันต้องซื้อ – กองทัพเรือแถลงข่าวกรณีการซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้าน โดยยืนยันความจำเป็นและคุ้มค่าที่ประเทศจะได้รับ พร้อมอ้างผลโพลทีวีเนชั่น ที่ระบุว่ามีประชาชนสนับสนุนให้จัดซื้อ ที่บก.ทร. เมื่อวันที่ 24 ส.ค.

โต้เดือดกลางวงอนุกมธ.

เวลา 11.55 น. มีการประชุมอนุกมธ. ครุภัณฑ์ฯ ซึ่งบรรยากาศเคร่งเครียด โดยนาย สุพล เปิดประเด็นทันที ยืนยันวันที่ 17 ส.ค.ไม่มีมติใดๆ แต่ให้แขวนเพื่อให้กองทัพเรือมาชี้แจงใหม่ประกอบการตัดสินใจ นายยุทธพงศ์ ชี้แจงยืนยัน 17 ส.ค.ไม่มีอนุกมธ.คนใดเห็นด้วยกับกองทัพเรือ วันที่ 21 ส.ค. เมื่อกองทัพเรือนำสัญญามาให้ดูก็ไม่มีข้อผูกพันว่าถ้าซื้อลำแรกแล้ว ต้องซื้อลำที่ 2-3 แต่นายสุพลยืนยันไม่ใช่มติที่ประชุม เป็นแค่ความเห็น นายยุทธพงศ์จึงท้าให้นำชวเลขและบันทึกเทปการประชุมทั้งหมดมาเปิดเผย

นายสุพลกล่าวว่า มติคืออะไรเพราะไม่ได้ลงคะแนน ทำให้นายยุทธพงศ์โต้กลับว่า ถ้าไม่มีคนค้านก็ไม่มีการลงคะแนน ถือเป็นมติ ไม่เช่นนั้นจะแขวนได้อย่างไร ขอท้าให้นำบันทึกการประชุมมาแฉเลยว่า วันที่ 17 ส.ค. อนุกมธ.คนใดพูดอะไรบ้าง เปิดเป็นรายคนเลย ใครรักชาติ รักประชาชนหรือใครรักเรือดำน้ำจีน “ผมพร้อมสู้ ผมยอมตาย เรื่องดำน้ำจีนผมยอมไม่ได้ ประชาชนอดอยากแค่ไหนและผมไม่มีวันก้มหัวให้เผด็จการ”

สุพลรับ‘บิ๊ก ป’โทร.หา

นายสุพลถามนายยุทธพงศ์ ถึงการเปิดชื่อ ‘นายพล ป’ โทร.สั่งขณะลงมติว่าเอาที่ไหนมาพูด นายยุทธพงศ์ เลี่ยงตอบโดยย้ำให้นายสุพลนำบันทึกการประชุมออกมาเปิดเผย นายสุพลกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ก่อนย้ำเรื่องนายพล ป เอาที่ไหนมาพูด นายยุทธพงศ์สวนว่า นายสุพลต้องฟังให้จบ จะนำไปสู่การล็อบบี้หรือไม่ล็อบบี้ นายสุพลจึงชี้แจงว่า อนุกมธ.ห่วงว่าเรื่องนี้นำไปปั่นกระแสการเมือง เมื่อฟังรอบที่ 2 กองทัพเรือมีเหตุผล จึงเป็นสิทธิที่อนุกมธ.จะตัดสินใจ อำนาจตัดสินอยู่กมธ.งบชุดใหญ่ แต่ตนติดใจนายพล ป ว่า คือใคร แต่นายยุทธพงศ์เลี่ยงตอบไปกล่าวถึงผลการลงมติ 4 ต่อ 4 ซึ่งนายสุพลยอมรับว่าอึดอัดจริง แต่จำเป็นต้องทำตามข้อบังคับ ยืนยันรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ตัดสินใจทั้งหมด

ช่วงท้ายผู้สื่อข่าวที่อยู่ในห้องประชุมถามว่ายังไม่ได้เคลียร์เรื่องนายพล ป นายสุพลชี้แจงว่า มีโทรศัพท์เข้ามาแต่เป็นเรื่องภายในพปชร. เมื่อถามว่าแสดงความมีการรับโทรศัพท์จริง นายสุพลกล่าวว่า ไม่ได้รับโทรศัพท์เป็นเรื่องภายในพรรค ตนรู้เองเพราะสังกัดพปชร. และพรรคสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ นี่คือรัฐบาล ไม่สังเกตหรือว่า 4 มือที่ยก สนับสนุนเป็นส.ส.รัฐบาลทั้งนั้น 4 มือที่ค้านก็เป็นฝ่ายค้าน แล้วตนเป็นประธานสังกัดพปชร. จะให้อยู่ฝ่ายไหน

ผู้สื่อข่าวถามนายยุทธพงศ์ว่า คนที่บอกว่านายพล ป โทร.มาล็อบบี้เป็นใคร นายยุทธพงศ์หัวเราะและระบุว่าอย่าให้บอกเลย ก่อนที่นายสุพลจะตัดบทให้จบทันที เพราะไม่อยากให้แตกแยกจนทำงานด้วยกันไม่ได้ก่อนเชิญสื่อออกนอกห้อง

ทร.แจงยิบ-จัดซื้อเรือดำน้ำ

เวลา 13.30 น. ที่บก.ทร. วังนันทอุทยาน พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. มอบให้พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ท.ภราดร พวงแก้ว รองเสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ปลัดบัญชีทหารเรือ พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย ผอ.สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ (กจค.) และน.อ.ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล รองผอ.สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ แถลงเหตุผลการจัดหาเรือดำน้ำ โดยมี นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.ก้าวไกล ในฐานะกมธ.งบประมาณปี 2564 สังเกตการณ์

ซัดจำนำข้าวจีทูจีเก๊

พล.ร.ท.ประชาชาติ แถลงตอบโต้นายยุทธพงศ์ ว่า เป็นการพูดที่บิดเบือนข้อเท็จจริงนำมาซึ่งความแตกแยก เกลียดชังต่อกองทัพและเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง “ที่กล่าวหาว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือเป็นสัญญาเก๊ ก็ไม่เป็นความจริง โครงการรับจำนำข้าวที่พรรคเพื่อไทยทำต่างหากที่เป็นจีทูจีเก๊ และไม่ถูกต้อง แต่กองทัพเรือซื้อแบบจีทูจีอย่างถูกต้องโปร่งใส ขอสังคมอย่าตกเป็นเหยื่อเรื่องการเมือง การให้ข่าวของพรรคเพื่อไทยหวังผลการเมือง และเป็นการเห็นแก่ตัว และการจัดซื้อครั้งนี้ ไม่ได้จ่ายทั้งก้อน 2.25 หมื่นล้านบาทในคราวเดียวในงบประมาณปี 64 ทั้งหมด

ด้านพล.ร.อ.สิทธิพรกล่าวว่า ยืนยันว่างบที่ใช้จัดหาเรือดำน้ำทั้ง 3 ลำ เป็นไปตามกรอบงบประมาณที่กองทัพเรือได้รับการจัดสรรประจำปีไม่ใช่งบเพิ่มเติม และไม่ได้จ่ายในคราวเดียว ซึ่งทยอยจ่ายปีละประมาณ 3 พันล้านบาท

ยันคุ้มค่า-ทยอยจ่าย 7 ปี

ขณะที่พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์กล่าวว่า ได้นำ วีดิทัศน์ 3 นาทีไปชี้แจงกับกมธ.เรื่องความจำเป็นเรือดำน้ำ เรือชุดแรกของไทยปลดประจำการทั้ง 4 ลำ และจำเป็นที่ต้องมีเพื่อความมั่นคงผลประโยชน์ในทะเลอีก 6 ปี ถึงจะต่อเรือแล้วเสร็จแม้ว่าสงครามจะยังไม่เกิด การจัดหาเรือดำน้ำอีก 2 ลำ งบ 2.25 หมื่นล้านบาท เทียบไม่ได้กับความคุ้มค่าในการปกป้องผลประโยชน์ในทรัพยากรทางทะเลของไทยที่มีกว่า 24 ล้านล้านบาท คิดเป็นแค่ 0.093 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยืนยันว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

พล.ร.ท.ธีรกุลกล่าวว่า โครงการจัดหาเรือดำน้ำ 2 ลำนี้ เป็นการจัดหาให้ครบ 3 ลำ โดยทยอยจ่ายรายปีคือ ปี 63 จำนวน 3,375 ล้านบาท ปี 64 จำนวน 3,925 ล้านบาท ปี 65 จำนวน 2,640 ล้านบาท ปี 66 จำนวน 2,500 ล้านบาท ปี 67 จำนวน 3,060 ล้านบาท ปี 68 และปี 69 จำนวน 3,500 ล้านบาท รวมเป็น 22,500 ล้านบาท เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทร.คืนเงินรัฐบาลก้อนแรกช่วยโควิดผ่าน พ.ร.บ.โอนงบ 3,375 ล้านบาท รวมโครงการอื่น 4,130 ล้านบาท และได้ทำข้อตกลงกับจีน ยกเอายอดปี 63 ไปทำเพิ่มงบปี 70 จำนวน 3,375 ล้านบาท ตามที่ได้คืนให้รัฐบาล และปีนี้มีการกำหนดข้อตกลงรัฐต่อรัฐภายในก.ย. คือ 3,925 ล้านบาท เป็นงบก้อนแรก ยืนยันว่าการจัดทำงบของกองทัพเรือเป็นไปตามหลักการรอบคอบ คุ้มค่า ตระหนักดีว่าเงินทุกบาทเป็นเงินประเทศ ดังนั้น งบใช้ในกรอบตามที่ได้รับมาเท่านั้น โดยลดการจัดหาและตัดรายจ่ายลงในการหายุทโธปกรณ์อื่นเพื่อให้มีเรือดำน้ำครบทั้ง 3 ลำ

อ้างโพลหนุนจัดซื้อ

พล.ร.ต.อรรถพลกล่าวชี้แจงถึงกรณีถูกพาดพิง เป็นสัญญาเก๊เป็นการลงนามที่ไม่รองรับด้วยทางกฎหมาย ส่อโมฆะว่า พล.ร.อ.ลือชัย เสนาธิการทหารเรือสมัยนั้น เป็นผู้ลงนามในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ยืนยันว่าสัญญาจีทูจี เป็นไปอย่างถูกต้อง

น.อ.ธาดาวุธกล่าวเสริมว่า สัญญาจีทูจี เป็นไปอย่างถูกต้อง เส้นทางการลงนามข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ 1 โดยรัฐบาลจีน สั่งการให้ SASTIND มอบอำนาจให้ บริษัท CSOC ก่อนมอบอำนาจให้ Chirman of CsOC มาเซ็นสัญญา ขณะที่ฝั่งไทย ครม.อนุมัติให้ใช้วิธีจัดซื้อแบบจีทูจี มอบอำนาจให้ผบ.ตร.หรือผู้แทน โดยผบ.ทร.สมัยนั้น ได้มอบอำนาจให้พล.ร.อ.ลือชัย ในฐานะประธานกจค. ไปเซ็นสัญญา

“เมื่อเช้าก็ดูช่องเนชั่น โพลบอกว่า 71 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนอยากให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้น หยุดสร้างความเกลียดชังและก่อการรวมตัว ตอนนี้นายกฯ มีภาระต่างๆ มากอยู่แล้ว หากการต่อสู้ของรัฐบาลและฝ่ายค้านจะทำให้ประเทศชาติหยุดชะงัก และทำให้กองทัพเรือเป็นจำเลย จึงขอให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์” พล.ร.ท.ประชาชาติ ในฐานะโฆษกทร. กล่าว

ไม่มีค่าปรับ-เดินหน้าจัดซื้อต่อ

หลังการแถลง นายพิจารณ์ ส.ส.ก้าวไกล ถามว่าคำชี้แจงของกองทัพเรือครั้งนี้ไม่ได้ปรากฏในการชี้แจงของอนุกมธ. และขอให้กองทัพวางตัวเป็นกลาง ลักษณะการพูดที่เหน็บแนมและลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวบุคคล พฤติกรรมนี้ไม่ทำให้กองทัพเรือได้รับความนิยมจากประชาชน และได้ยินแต่คำว่าโควิดในการแถลงข่าวแต่ไม่ได้ยินคำว่าวิกฤตเศรษฐกิจ อยากถามกองทัพเรือว่ามีแนวทางลดงบจากกำลังพลอย่างไร

พล.ร.อ.สิทธิพรกล่าวว่า ขออภัยหากมีการพาดพิง แต่อยากชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดหาเรือดำน้ำ ยืนยันว่ามีแผนที่ลดกำลังพลแต่เป็นเรื่องภายในของกองทัพเรือ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากองทัพเรือจะฟ้องร้องบุคคลหรือพรรคที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ พล.ร.อ.สิทธิพรกล่าวว่า หน่วยงานจะพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่าหากกมธ.งบ 2564 มีมติไม่เห็นชอบให้จัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 จะได้รับผล กระทบอย่างไร พล.ร.ต.อรรถพลกล่าวว่า หากไม่สามารถซื้อได้ในปีงบ 2564 ก็ไม่มีค่าปรับ แต่เกรงว่าจะเกิดปัญหาเรื่องราคาที่อาจสูงขึ้นมาก และจะกระทบความน่าเชื่อถือในเชิงพาณิชย์ ทั้งที่ไทยจะได้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับจีน

เมื่อถามว่าเมื่อไม่มีค่าปรับสามารถเลื่อนไปอีกได้ เพราะมีการกล่าวหาว่าหวงโปรฯ ของแถมกว่า 2,100 ล้านบาท พล.ร.อ.สิทธิพรกล่าวว่า ยอมรับว่าหากเลื่อนไม่มีค่าปรับจริง แต่เราต้องเริ่มการเจรจาใหม่ทั้งหมด รวมถึงกระบวนการต่างๆ ซึ่งไม่ใช่ว่ากองทัพเรือหวงได้โปรฯ หรือของแถม แต่ถ้าได้ก็เอา เราพยายามแสดงให้เห็นข้อเท็จจริงโดยเฉพาะการจัดสรรงบ และยืนยันว่ากองทัพเรือมียุทธศาสตร์ และจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป

ปชป.จี้อนุลงมติใหม่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่นายสุพล จะยอมถอยเรื่องนี้ แต่แทนที่จะส่งเรื่องให้ กมธ.งบชุดใหญ่พิจารณา ประธานอนุกมธ. ควรเรียกประชุมอนุกมธ. เพื่อลงมติจัดซื้อเรือดำน้ำใหม่ เชื่อว่าหลังจากอนุกมธ.ได้ฟังข้อมูลรอบด้านมากขึ้นทั้งจากในและนอกสภาอาจมีมติที่แตกต่างไปจากเดิมได้ เพราะที่ผ่านมาอาจฟังจากกองทัพเรือด้านเดียว การลงมติต่างจากเดิมจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย กลับน่าชื่นชมมากกว่าที่อนุกมธ. เปิดใจกว้างรับฟังทุกภาคส่วน ไม่ใช่ฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่ต้องการใช้เงินงบเพียงอย่างเดียว การส่งเรื่องให้ กมธ.งบชุดใหญ่ทบทวนว่าจะซื้อหรือไม่ เท่ากับโยนภาระโดยไม่จำเป็น

พท.ลั่นค้านถึงที่สุด

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค กล่าวว่า ประชาชนได้รับข้อมูลเรื่องเรือดำน้ำน้อยมากและไม่เคยตรงกัน ตอนแรกขอซื้อเรือดำน้ำชั้น Yuan Class รุ่น S-26T ราคาลำละ 18,000 ล้านบาท 2 ลำโปรฯ 2 แถม 1 ราคารวม 36,000 ล้านบาท ต้องรีบซื้อเดี๋ยวไม่ทันโปรฯ ต่อมาบอกลำละ 12,000 ล้านบาท แต่ต้องซื้อ 3 ลำ แต่ซื้อจริงลำแรกใช้งบปี 60 ราคา 13,500 ล้านบาท และจะใช้งบปี 64 ซื้ออีก 2 ลำ 22,500 ล้านบาท รวมกันแล้ว 36,000 ล้านบาท ทำให้เห็นถึงเจตนาเล็งเห็นผลว่าต้องเดินข้ามความอดอยากของประชาชนอย่างไรก็ต้องได้จ่าย 36,000 ล้านบาท ขาดบาทเดียวไม่ได้ หลายข้ออ้างฟังไม่ได้ อ้างเพื่อนบ้านมีเรือดำน้ำเราต้องมี ถ้าเพื่อนบ้านทดสอบขีปนาวุธเรามิต้องทดสอบขีปนาวุธด้วยหรือ

พรรคยืนยันจะคัดค้านให้ถึงที่สุด ทั้งในวาระ 2 หรือในกมธ.งบคณะใหญ่ รวมถึงการอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 วาระนี้ต้องถอย ถ้าเดินต่อจะทัวร์ลงหนัก ซึ่งจะไม่ลงเฉพาะในโซเชี่ยลแต่จะลงถนนทั้งประเทศ

จี้ปลดไก่อู

นายอนุสรณ์กล่าวถึงพล.ท.สรรเสริญ ระบุไม่ได้สั่งจัดทำคลิปเพลงธงชาติ แต่เป็นข้าราชการนำมาลงช่องยูทูบเองว่า คนไทยเหลือพื้นที่รับฟังพล.ท.สรรเสริญน้อยลง ตั้งแต่จีที 200 ผังล้มเจ้า วันนี้พยายามจะทำให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนหนังสือพิมพ์ดาวสยาม วิทยุยานเกราะ บ่มเพาะความเกลียดชัง ด้อยค่าแพร่มลทินนักเรียน นิสิต นักศึกษา พล.ท.สรรเสริญกำลังแย่งงานไอโอ 300 ของทหารมาดำเนินการเองหรือไม่ หากพล.อ. ประยุทธ์ จริงใจ เข้าใจความสำคัญของปัญหา ต้องย้าย พล.ท.สรรเสริญ ออกจากอธิบดี พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

‘ชวน’บรรจุญัตติฝ่ายค้าน 30 ส.ค.

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนฯ กล่าวว่า ญัตติของ 5 พรรคฝ่ายค้านที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมภายในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 1 ก.ย. และหากมีการยื่นญัตติเพิ่มเติมก็นำมาพิจารณาร่วมกันได้ แต่ต้องเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ฉบับที่ยื่นมาก่อนก็พิจารณาก่อนได้โดยไม่ต้องรอฉบับอื่น เเต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ ซึ่งจะให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายคือฝ่ายค้านและรัฐบาลหารือกัน

ส่วนญัตติของเพื่อไทยที่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองว่า วิปทั้ง 2 ฝ่ายต้องหารือร่วมกันถึงกรอบเวลาและกำหนดวันการอภิปราย

คาดรัฐสภาถกแก้รธน. 23-24 ก.ย.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เผยว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะยื่นญัตติเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงร่างเดียว เป็นเนื้อหาที่มาจากตัวร่างของแต่ละพรรค หลังจากนี้จะหารือให้ได้ข้อสรุปถึงรายละเอียดในการแก้ไขอื่นๆ รวมถึงโครงสร้างส.ส.ร. ที่ กำหนดส.ส.ร.เลือกตั้งจากจังหวัด 150 คน อีก 50 คน มาจากการแต่งตั้งนักวิชาการโดยคณบดี อธิการบดี นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ 10 คน ตัวแทนนักเรียน นิสิต นักศึกษา 10 คน ที่เหลือมาจากตัวแทนรัฐสภา หรือผู้ทรงคุณวุฒิ คาดว่าสัปดาห์หน้าญัตติพร้อมยื่นต่อประธานสภา

วันที่ 1 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา มีวาระกฎหมายสำคัญและพิธีสาร การประชุมสภา 9-10 ก.ย. อาจเป็นวาระอภิปรายรัฐบาลทั่วไปโดยไม่ลงมติของฝ่ายค้านตามมาตรา 152 จากนั้น 16-18 ก.ย. จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ดังนั้น ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญคาดจะเข้าที่ประชุมรัฐสภาประมาณวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ ก่อนปิดสมัยประชุมแน่นอน เชื่อว่าทั้ง 2 วัน สมาชิกรัฐสภาจะได้อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยประธานสภาจะเรียกหารือกำหนดวันประชุมอีกครั้ง เนื่องจากต้องมีส.ว.ร่วมประชุมด้วยอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยเฉพาะต้องใช้เสียง 84 เสียงของส.ว.โหวตรับหลักการญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนการพิจารณางบปี 2564 ของกมธ.งบคาดว่าจะเสร็จในสัปดาห์นี้ รวมถึงการพิจารณาทบทวนเรื่องการจัดสรรงบจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือด้วย

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะเลขานุการวิปวุฒิสภา เผยว่า ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ วิปวุฒิสภาจะหารือถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 1 ก.ย. และบรรจุญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วย วิปวุฒิสภายังไม่มีมติใดๆ เกี่ยวกับญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องดูรายละเอียดก่อน ส่วนแนวทางที่รัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นตรงกันให้มีส.ส.ร.นั้น เชื่อว่าส.ว.ไม่ขัดแย้งและไม่ขวางกระแส ส่วนจะแก้ไขประเด็นใดนั้นขอให้ส.ส.ร.ดำเนินการ ส่วนข้อเสนอให้คลายล็อกมาตรา 256 ด้วยการตัดเสียงส.ว. 1 ใน 3 ออกนั้นตนไม่ขัดข้อง แต่ไม่ขอก้าวล่วงเสียงส่วนใหญ่ของส.ว. ซึ่งยังไม่มีมติใดๆ

ลุยแก้ด่วน 2 มาตรา

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์จุดยืนพรรคก้าวไกลว่า มีจุดยืนและข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ 3 ข้อ 1.ตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ทั้งฉบับ โดยไม่ไปจำกัดห้ามแก้หมวดใดหมวดหนึ่ง .ปิดสวิตช์ ส.ว.ด้วยการยกเลิกมาตรา 269-272 เป็นสิ่งที่ต้องผลักดันให้ทันในสมัยประชุมนี้ หากยกเลิกอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกฯได้เมื่อไร ประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่ว่าด้วยการลาออกของนายกฯ หรือการยุบสภา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ส.ส.ร. จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จ และ 3.ยกเลิกมาตรา 279 เพื่อยกเลิกการรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย

การยื่นแก้ไขตามข้อ 2 และ 3 จำเป็นต้องใช้เสียง 1 ใน 5 ของส.ส.ที่มีอยู่ ซึ่งเท่ากับ 98 เสียง ปัจจุบันก้าวไกลมีส.ส. 54 เสียง ดังนั้น เราจะขอเสียงจากพรรคอื่นเพื่อยกเลิกหัวใจสำคัญในการสืบทอดอำนาจ คสช.ให้ได้ทันภายในสมัยประชุมนี้

ก้าวไกลดันญัตติซักฟอก

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าว ในวันที่ 25 ส.ค. จะมีการ ประชุมวิปฝ่ายค้าน มี 2 ประเด็นต้องพูดคุยคือกรณีส.ส.เพื่อไทยเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 โดยไม่ได้ยื่นร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่น จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและมีข้อเรียกร้องถึงขั้นให้ยุบสภาแล้ว หากส.ส.จะใช้สิทธิเปิดอภิปรายทั่วไปควรอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 มากกว่า การอภิปรายตามมาตรา 152 ในทางปฏิบัติจะกลายเป็นเพียงการยื่นโอกาสให้รัฐบาลหาข้อแก้ตัวโดยที่สภาไม่สามารถใช้อำนาจลงโทษรัฐบาลได้เลย

นอกจากนี้จะทวงถามความชัดเจนการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ให้ส.ว.มีอำนาจร่วมลงมติเลือกนายกฯ ที่พรรคริเริ่มเสนอญัตติ ก้าวไกลมีส.ส.เพียง 54 คน จึงต้องอาศัยการร่วมเข้าชื่อจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพท.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน