หนุ่มบุรีรัมย์โดดตึกโรงแรมกักตัวโควิดเสียชีวิต หลังเพิ่งกลับจากไปทำงานที่อิสราเอลได้เพียงวันเดียว ถูกส่งมากักตัวตามมาตรการที่พัทยา พบพฤติการณ์ไม่ปกติ เข้าๆ ออกๆ ห้องพัก ตร.เร่งสอบหาสาเหตุ ด้านแม่ผู้ตายสุดช็อก เผยลูกเพิ่งโทร.มาบอกกลับไทย 25 ส.ค. แต่ต้องกักตัว 14 วัน จี้จนท.เร่งสอบหาสาเหตุที่แท้จริง ‘บิ๊กตู่’ เสียใจครอบครัวผู้ตาย สั่งช่วยเหลือเต็มที่ ศบค.พบติดเชื้อเพิ่มอีก 1 คน เป็นหนุ่มอินเดียเดินทางเข้ามา เผยในเที่ยวบินเดียวกันติดเชื้อรวม 23 คน ขณะที่กระทรวงแรงงานเผยมีคนไทยในซาอุฯเสียชีวิตจากโควิด 1 ราย เป็นชายชาวลำปาง วัย 67 ปี เร่งประสานช่วยนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล
หนุ่มโดดตึกโรงแรมกักตัวดับ
จากกรณีนายพล พรมงาม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 6 ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ กระโดดจากชั้นที่ 16 ดาดฟ้าตกลงมาเสียชีวิต เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านนาจอมเทียน พัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 ส.ค.
ต่อมา ร.ต.ท.อานันท์ มหากิจอัศกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเวรเขต 2 เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบนายพลนอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นดาดฟ้าชั้น 3 สภาพศพนอนคว่ำ ใบหน้าแตก แขนซ้ายหัก มีเลือดไหลอยู่บนพื้น หลังเพิ่งเดินทางกลับจากไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เวลา 15.00 น. และมายังสถานที่กักตัวตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อโควิด-19 โดยเข้าพักชั้นที่ 12 แล้วมาตกจากดาดฟ้า ชั้น 16

ในที่กักตัว – เจ้าหน้าที่รุดเยี่ยมแม่นายพล พรมงาม แรงงานไทยจากอิสราเอล กระโดดโรงแรมสถานที่กักตัวโควิด เสียชีวิตที่จ.ชลบุรี ศพถูกส่งกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย ประกอบกับภาพวงจรปิดของโรงแรมพบว่านายพลเดินออกจากห้องพักแล้วประตูปิด เข้าห้องไม่ได้ และมีอาการคล้ายหงุดหงิด และภาพก็จับว่าเดินขั้นไปยังชั้นที่ 16 รวมทั้งการตรวจสอบร่องรอยบริเวณชั้นที่ 16 พบว่ามีร่องรอยการปีนและจุดตกก็ตรงกับร่องรอยการปีน ซึ่งต้องรอผลทางการแพทย์อีกครั้ง รวมถึงการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนศพยังเก็บไว้ที่ ร.พ.บางละมุงเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง
แม่สุดช็อก-จี้สอบสาเหตุ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงาน, ประกันสังคม, สำนักงานจัดหางาน จ.บุรีรัมย์ และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบุรีรัมย์ รวมถึงอสม. ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมาให้กำลังใจนางสายยนต์ พรมงาม อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.6 ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ แม่ของนายพล พรมงาม อายุ 39 ปี หลังลูกชายซึ่งอยู่ระหว่างกักตัวควบคุมโรค ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี กระโดดอาคารโรงแรมเสียชีวิต
โดยนางสายยนต์ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า หลังทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับเล่าว่า ลูกชายไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ตามสัญญาจะอยู่ได้ 5 ปี แล้วต่อสัญญาอีก 1 ปี ก่อนหน้านี้ลูกชายโทร.มาบอกว่าจะกลับบ้าน ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ แต่ต้องถูกกักตัวอีก 14 วัน ตนดีใจที่จะได้เห็นหน้าลูกชายที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 5 ปี แต่จู่ๆ ก็มาทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่แรงงานว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว เพราะกระโดดโรงแรมในที่กักตัว รู้สึกตกใจมากเพราะลูกชายไม่เคยส่งสัญญาณอะไรมาก่อน อยากให้เจ้าหน้าที่หามูลเหตุของการฆ่าตัวตายครั้งนี้ว่าเป็นเพราะอะไร และทำไมถึงมาฆ่าตัวตายทั้งที่ใกล้จะกลับบ้านแล้ว
‘บิ๊กตู่’เสียใจหนุ่มโดดตึกดับ
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแสดงความห่วงใยและเสียใจกับครอบครัวของนายพล พรมงาม อายุ 39 ปี ที่เสียชีวิตระหว่างการพักกักตัวควบคุมโรค ที่พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐโรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายกฯ กำชับขอให้ส่วนราชการในพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและมาตรการควบคุมโรคที่กำหนด พร้อมทั้งประสานติดต่อญาติรับทราบ และให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาตามความประสงค์ของญาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“สำหรับข้อมูลขั้นต้น ทราบว่านายพล พรมงาม มีภูมิลำเนา ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เพิ่งเดินทางกลับจากการประกอบอาชีพแรงงาน ที่ประเทศอิสราเอล ถึงไทยเมื่อวันที่ 25 ส.ค. เวลา 12.00 น. ด้วยเที่ยวบิน 6H 691 จากนั้นวันเดียวกัน เดินทางพร้อมคณะจำนวน 168 คน แยกเข้าห้องพักหมายเลข 1274 ที่พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐที่กำหนด และวันที่ 26 ส.ค. เวลา 16.00 น. นายพลกระโดดลงมาจากอาคารพักอาศัยดังกล่าวและเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นร่างผู้เสียชีวิตถูกนำส่งไปยังร.พ.บางละมุง และอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา”
สธ.เร่งพิสูจน์เหตุหนุ่มโดดตึก
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับกรณีที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์สาเหตุ ที่ผ่านมาการดูแลผู้ที่ต้องกักตัวนั้นจะมีระบบการดูแลทั้งทางด้านร่างกาย และสุขภาพจิตอยู่ด้วย
ด้าน นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาสาเหตุ และมีทีมสุขภาพจิตคอยดูแลผู้ต้องแยกกักในสถานที่เดียวกัน และประสานทีมจิตแพทย์ในพื้นที่บ้านเกิดของชายไทยรายดังกล่าวเพื่อลงไปให้การดูแล และเยียวยาสภาพจิตใจของญาติๆ ด้วย
“ในรายนี้จากที่ประเมินบนเครื่องบินไม่พบปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าประชาชนส่วนหนึ่งที่กลับเข้ามานั้นไม่ยอมบอกข้อมูลอะไรในช่วงที่คัดกรองตั้งแต่ที่อยู่บนสนามบิน แต่ก็ไม่ได้รับรายงานว่ามีการโกหก หรือให้ข้อมูลเท็จอะไร ดังนั้นหากญาติๆ เองที่รู้ว่าจะมีญาติกลับจากต่างประเทศแล้ว มีสภาวะปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิตอะไรอยู่สามารถแจ้งเข้ามาเพื่อให้ทราบ และดูแลอย่างเหมาะสมอีกทางหนึ่ง” นพ.สมัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงปัจจัยที่ทำให้คนไม่ยอมบอกข้อมูล นพ.สมัยกล่าวว่า ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ที่ไม่ยอมบอกข้อมูล เพราะความกังวลว่าจะถูกตีตรา ซึ่งเกิดขึ้นจริง และกระทบไปถึงญาติๆ ที่อยู่ทางบ้านด้วยที่ถูกรังเกียจ ตีตรา แต่ช่วงหลังๆ ลดลงไปมากแล้ว ซึ่งตนก็ขอยืนยันอีกครั้งว่าคนที่ต้องกักตัวนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะติดเชื้อ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีน้อยมาก สิ่งสำคัญคือ เมื่อกักตัวครบ 14 วันแล้ว พ้นระยะฟักตัวของโรคแล้ว เพื่อกลับเข้าสู่ชุมชนก็จะไม่แพร่เชื้อต่อ
พบติดเชื้อเพิ่มอีก1หนุ่มอินเดีย
วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วย โควิด-19 รายใหม่ เพิ่ม 1 ราย ไม่มีหายป่วยและไม่มีเสียชีวิตเพิ่มเติม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,404 ราย หายกลับบ้านรวม 3,237 ราย ยังรักษาใน ร.พ. 109 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย
ทั้งนี้ผู้ป่วยรายใหม่มาจากต่างประเทศ คืออินเดีย เป็นชายชาวอินเดีย อายุ 35 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ส.ค. 2563 เข้าพักในสเตต ควอรันทีน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 21 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ โดยเที่ยวบินเดียวกันมีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้าแล้ว 22 ราย ทั้งนี้มีผู้เดินทางมาจากอินเดีย 3,286 ราย เจอป่วย 48 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.46%
สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 24,332,107 ราย เป็นรายใหม่ 272,489 ราย อาการรุนแรง 61,566 ราย รักษาหายแล้ว 16,872,582 ราย เสียชีวิต 829,665 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1.สหรัฐอเมริกา 6,000,365 ราย เป็นรายใหม่ 44,637 ราย 2.บราซิล 3,722,004 ราย เป็นรายใหม่ 47,828 ราย 3.อินเดีย 3,307,749 ราย เป็นรายใหม่ 75,995 ราย 4.รัสเซีย 970,865 ราย เป็นรายใหม่ 4,676 ราย 5.แอฟริกาใต้ 615,701 ราย เป็นรายใหม่ 2,684 ราย
ขณะที่ในอาเซียน ฟิลิปปินส์ป่วยรายใหม่สูงสุด 5,197 ราย ยอดสะสมรวม 202,361 ราย อินโดนีเซียป่วยรายใหม่ 2,306 ราย ยอดสะสมรวม 160,165 ราย ส่วนพม่ามีรายงานผู้ติดเชื้อวันที่ 26 ส.ค. เพิ่มขึ้น 30 ราย เป็นสถิติรายวันสูงสุดนับตั้งแต่มีพบผู้ป่วยคนแรก เป็นการติดเชื้อภายใน 29 คน เดินทางจากต่างประเทศคือสหรัฐ 1 คน ส่วนใหญ่อยู่ที่รัฐ ยะไข่ 25 คน อย่างไรก็ตาม การรายงานผู้ป่วยรายใหม่วันที่ 27 ส.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 76 ราย
แรงงานไทยดับเซ่นโควิดที่ซาอุฯ
วันเดียวกัน นางจารุณี เขมะรังษี แรงงานจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงแรงงานรายงานว่า พบแรงงานไทยรายหนึ่ง อายุ 67 ปี เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ประเทศซาอุดีอาระเบีย จากการตรวจสอบพบว่า ชื่อนายถนอม เชื้อแดง อายุ 67 ปี ราษฎรหมู่บ้านอุมลอง หมู่ที่ 1 ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งทางส่วนกลางดำเนินการในเรื่องต่างๆ ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับทางญาติผู้เสียชีวิตโดยตรงเรียบร้อยแล้ว
เบื้องต้นการจัดงานศพน่าจะทำที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ในส่วนของสำนักงานแรงงานจังหวัดลำปาง ตนมอบให้เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต เพื่อพบปะญาติๆ พูดคุยให้กำลังใจ รวมถึงรายงานการช่วยเหลือเยียวยาด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ ค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง และสิทธิอื่นๆ ตามกฎหมาย เพื่อให้ญาติได้รับทราบการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
สำหรับนายถนอมเดินทางไปทำงานที่ ซาอุฯ ตั้งแต่ปี 2526 และเดินทางไปประเทศอื่นเรื่อยมา เป็นพนักงานขับรถเทรลเลอร์ ซึ่งภรรยาของนายถนอมทราบจากเพื่อนว่า นายถนอมป่วยติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 ส.ค.63
ส่วนการดำเนินการของญาติ ในวันที่ 28 ส.ค. บุตรสาวจะเดินทางไปที่กระทรวงการต่างประเทศเพื่อมอบอำนาจให้ทางกระทรวงติดตามสิทธิประโยชน์และสิทธิตามกฎหมายกับนายจ้าง และมีกำหนดทำพิธีทางศาสนาในวันที่ 30 ส.ค.63