สมัชชาภาคใต้นัดบุกเข้ากรุง
ไทยภักดีชุมนุมประกาศ5ข้อ
ค้านแก้รธน.-ปกป้องสถาบัน
นศ.รำลึกวันผู้สูญหายสากล

ม็อบปลดแอกยังคึก ที่สมุทรปราการ ชุมนุม เต็มลานหอชมเมืองสมุทรปราการ ใช้ธีม ‘ธานอส’ ดีดนิ้วไล่เผด็จการ เพนกวิน ร่วมปราศรัยด้วย ที่ม.อ.หาดใหญ่จัดเวทีต้านเผด็จการ หวิดวุ่น ตร.บุกให้เอาป้ายผ้าเวทีออก ถึงจะยอม ให้จัดได้ ที่มหาสารคาม ทนายอานนท์ขึ้นปราศรัย เชียงใหม่แดนซ์ไล่เผด็จการ ส่วนอีกกลุ่มไทยภักดี ชุมนุมที่ไทยญี่ปุ่น-ดินแดง มากัน เป็นพันเหมือนกัน ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิรูปสถาบัน ขณะที่เครือข่าย สมัชชาภาคใต้ประกาศหนุนค้านโครงการเขื่อน เหมืองตะกั่ว เตรียมเข้ากรุงร่วมชุมนุมด้วย

ม็อบภักดี – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี นำจัดกิจกรรม ‘ต้องไม่ทนการคุกคาม’ ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีผู้มาร่วมงานประมาณ 1 พันคน ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง กทม. เมื่อ วันที่ 30 ส.ค.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง กลุ่มไทยภักดี ร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี และนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี จัดกิจกรรม “ต้องไม่ทนการคุกคาม” ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 1 พันคน

นพ.วรงค์กล่าวว่า การนัดรวมตัวมีวัตถุ ประสงค์เพื่อให้บุคคลที่มีเเนวคิดเดียวกัน มารวมตัวกัน เเลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึง ให้ความรู้เรื่องชาติ ศาสนา เเละสถาบัน รวมถึง การเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติจากประชาชนแล้ว ดังนั้นหากจะแก้ไขก็ต้องถามความเห็นของประชาชนก่อน ยืนยันไม่ใช่การจัดม็อบชนม็อบ และนี่คือการรวมตัวครั้งแรกในกทม. จากนี้กลุ่มไทยภักดีจะเดินสาย เปิดเวทีให้ความรู้ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เอาความจริงไปบอกพี่น้องประชาชน เชื่อว่าความจริงจะทำให้เราชนะ เพราะวันนี้มีกลุ่มคนพยายามปลุกปั่น ทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

นพ.วรงค์กล่าวอีกว่า ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในประเทศ ล้วนเกิดจากนักการเมือง ไม่ได้มีปัญหามาจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นหากเเก้ปัญหาการดูเเลประชาชนของนักการเมือง ปัญหาก็จะคลี่คลายได้ การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้ในวันที่ 31 ส.ค. กลุ่มไทยภักดีจะไปยื่นหนังสือที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ที่อาศัยแผ่นดินญี่ปุ่นโจมตีประเทศไทย และในวันที่ 20 ก.ย. จะจัดเวทีให้ความรู้ประชาชนที่จ.นครศรีธรรมราช

นายวิชัย ล้ำสุทธิ เลขาธิการกลุ่มไทยภักดี ขึ้นเวทีประกาศอุดมการณ์ 5 ข้อ 1.ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. สืบสานรากเหง้าเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ความเป็นไทย 3.อำนาจควบคุมตรวจสอบทุนผูกขาด 4.เสริมสร้างความเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยในการประกอบอาชีพของทุกชนชั้นและ 5.สร้างรากฐานความมั่งคั่ง ของชาติอย่างมั่นคงด้วยระบบเศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ต้องไม่ยุบสภา 2. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกกลุ่มที่จาบจ้วงสถาบัน และ 3.ต้องไม่แก้รัฐธรรมนูญ 2560

น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ เปิดเผยว่า กรณีที่มีการบอยคอต อดีตดารา นักร้อง นักแสดงที่เข้าร่วมกับกลุ่มกปปส. เพราะน้องๆ เหล่านั้นไม่ได้รับรู้ถึงบริบทการเมืองของไทย เขาขาดช่วงขาดตอนในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้กับอำนาจระบอบเผด็จการรัฐสภา เราไม่ต้องไปโกรธน้องๆเด็กๆ และเยาวชนไม่ต้องแบนสินค้าธุรกิจของคนไทยด้วยกันทั้งนั้น อย่าสร้างความเกลียดชัง ขอให้ยุติทั้งหมด

“ขอให้เยาวชนเหล่านั้นมีสติ ค่อยๆศึกษาทำความเข้าใจชีวิต พวกคุณกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เยาวชนน้องๆ จะต้องมีครอบครัวสร้างฐานะมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตมีความฝัน มีแรงบันดาลใจในชีวิตสิ่งที่พวกคุณต้องการมุ่งหวัง ความหวังทั้งหมดคุณจะไม่มีค่า คุณเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่กับเป็นประเทศที่มีแต่ซากปรักหักพัง อย่างฮ่องกง กัมพูชา ฉะนั้นน้องๆ ต้องค่อยๆ ตั้งสติ ว่าอะไรคือความสงบร่มเย็น สิ่งใดคือความมั่นคงของชาติ”

พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.ดินแดง เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวได้ขออนุญาตใช้สถานที่ภายในอาคารไทยญี่ปุ่นดินแดง ซึ่งทางกรุงเทพมหานครเป็นผู้อนุญาต ทั้งนี้ทาง สน.ดินแดง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดงไว้ 30-40 นาย เป็นฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ไว้คอยดูแลความปลอดภัยบริเวณรอบนอก ป้องกันมือที่ 3 ที่อาจสร้างสถานการณ์ รวมทั้งการตรวจอาวุธก่อนเข้าอาคารด้วย

ค้านเขื่อน – ชาวบ้านเหมืองตะกั่ว ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ในนามกลุ่มรักษ์โตนสะตอ ตั้งเต็นท์ปักหลักคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว หลังพบข้อพิรุธ หลายประการ บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ กทม. เมื่อวันที่ 30 ส.ค.

ขณะที่เครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้ ออกแถลงการณ์เรื่อง ร่วมปกป้องป่าต้นน้ำภาคใต้ ร่วมหยุด เขื่อนเหมืองตะกั่วกับชาวพัทลุง ระบุว่า แนวคิดการจัดการน้ำด้วยการสร้างเขื่อน กลายเป็นสิ่งล้าหลังไปแล้วในยุคปัจจุบัน ความพยายามของกรมชลประทานที่จะสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว และเขื่อนอื่นๆอีกจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ จึงไม่ใช่ความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนจากภัยแล้งหรือน้ำท่วมอย่างที่เคยอ้างมาแต่อดีต เพราะการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นได้เป็นที่ประจักษ์ แล้วว่าสามารถกระทำได้เองโดยชุมชน ดังที่ปรากฏรูปธรรมให้เห็นแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมากจนเกินจำเป็น

การสร้างเขื่อน ไม่เพียงแค่เป็นความคิดเก่า แต่ยังเป็นต้นธารผลประโยชน์อันมหาศาลของกรมชลประทานที่เอื้อประโยชน์ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มทุน ผู้บุกรุกผืนป่า และกลุ่มการเมืองและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น กรณีเขื่อนเหมืองตะกั่ว เป็นภาพสะท้อนของขบวนการเหล่านี้ได้ชัดเจนที่สุด ดังเช่น

การสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่กรมชล ประทาน กับกลุ่มผู้บุกรุกผืนป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด (ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ) ที่มีการสร้างกลไกรับรองคนเหล่านี้กว่า 100 ราย รวมเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่กว่า 80% คือคนนอกพื้นที่

เครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ มีการคุกคาม ข่มขู่ชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างเขื่อนหลายครั้ง ถึงขั้นยิงกราดใส่บ้านแกนนำมาแล้ว แต่ไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ และยังกระทำเช่นนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

กรมชลประทานได้อาศัยช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. เพื่อให้โครงการนี้ได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง อย่างเช่นไม่ต้องศึกษาผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมก่อนก่อสร้างโครงการ และชื่อนี้ทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาแสดงความเห็นขัดแย้ง

ดังนั้นการที่พี่น้องชาวเหมืองตะกั่ว จังหวัดพัทลุงออกมาทักท้วงโครงการดังกล่าว ถือเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งที่จะคัดง้างกับอำนาจทั้งในและนอกระบบของฝ่ายที่ต้องการสร้างเขื่อน เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องและปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม อันเป็นผืนป่าต้นน้ำของชุมชนท้องถิ่น ไม่ให้ถูกทำลายอีกต่อไป

ในนามเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วทุกจังหวัดภาคใต้ เราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแสดงออก เพื่อการปกป้องป่าต้นน้ำแหล่งสำคัญของเทือกเขาบรรทัด และของภาคใต้ในครั้งนี้ พร้อมกันนี้เราขอประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาล “ยุติโครงการเขื่อนเหมือนตะกั่ว” ดังเหตุผลที่ชาวจังหวัดพัทลุงได้ยื่นเสนอไปแล้ว และหากข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวพัทลุงไม่บรรลุผลดังกล่าว พวกเราจะประสานให้เครือข่าย ภาคีของเครือข่ายสมัชชาประชาชน ภาคใต้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเพื่อสมทบกับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป พร้อมกันนี้เราขอประกาศ เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทั่วไปที่ทนไม่ได้กับความไม่ชอบธรรมดังกล่าว โปรดออกมาแสดงออกร่วมกับพวกเราในครั้งนี้พร้อมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีการจัดชุมนุม ในชื่อว่า “เพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง” ขณะที่พ.ต.ท.พัทธนันท์ ภักดีดำรงทรัพย์ รองผกก.สส. สภ.คอหงส์ ประสานนายวศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดี ม.อ.หาดใหญ่ ให้นำป้ายที่เขียนว่ารอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสออกไป พร้อมนำสีสเปรย์มาพ่นทับ ถึงจะให้จัดการชุมนุมต่อไปได้ ทั้งนี้กลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส เป็นกลุ่มเฟซบุ๊ก ที่กระทรวงดิจิทัลฯประสานเฟซบุ๊กให้ลบกลุ่มไปก่อนหน้านี้

ที่ ถนนศรีสมุทร 1 ข้างหอชมเมืองสมุทรปราการ กลุ่มนักเรียนนักศึกษา จัดเวทีชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ภายใต้ชื่อสมุทรปราการดีดนิ้วไล่เผด็จการ เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ โดยบรรยากาศมีกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมต่างทยอยเดินทางมากันอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจัดกำลัง ทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ นำเอกสารชี้แจงข้อกฎหมาย เกี่ยวกับระเบียบการชุมนุมมาอธิบายให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทราบ และขอให้ยุติการชุมนุม ก่อนที่จะยื่นให้กับนายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) แต่นายภาณุพงศ์ ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม ก่อนนายภาณุพงศ์จะจุดไฟเผาเอกสารดังกล่าว เพื่อสื่อให้ทราบว่าคำสั่งของตำรวจขัดกับรัฐธรรมนูญ และเสรีภาพของประชาชน

ไล่เผด็จการ – นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ร่วมเวทีปราศรัยกิจกรรมแฟลชม็อบ ‘#สมุทรปราการ ดีดนิ้ว ไล่เผด็จการ’ ที่หอชมเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เมื่อวันที่ 30 ส.ค.

ส่วนบนเวที ได้มีแกนนำกลุ่มนักศึกษา คนสำคัญเช่นนางสาวจุฑาทิพย์ ศริขันธ์ ประธาน สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย โจมตีรัฐบาล เรื่องปากท้อง ชนชั้น ประชาธิปไตย และการถูกกดขี่จากระบบศักดินา รวมถึงการตั้งคำถามกับการใช้งบประมาณที่ไม่ใช่เพียงเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่ควรนำมาจัดสรรและกระจายให้กับสวัสดิการประชาชนให้ทั่วถึง ร่วมถึงการใช้งบประมาณของกองทัพ ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันเปล่งเสียงเผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ และแกนนำผลัดกันขึ้นปราศรัย อย่างต่อเนื่อง

เวลา 17.00 น. ที่จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมเต้นไล่ลุง DANCE AGAINST DICTATORSHIP เนื่องในโอกาส วันรำลึกถึงผู้สูญหายสากล ที่ลานประตูท่าแพ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม ประมาณ 20 คน จากนั้นร่วมชู 3 นิ้วในเวลา 18.00 น. ขณะเปิดเพลงชาติ ก่อนแยกย้ายกันไปในเวลา 18.40 น.

ที่ถนนนครสวรรค์ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ อ.เมือง จ.มหาสารคาม กลุ่มเครือข่ายประชาธิปไตยมหาสารคามจัดกิจกรรม “สารคามเผด็จการบ่ต้อง” แนวร่วมอีสานปลดแอก ทวงอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน โดยแสดงพลังชุมนุมขับไล่รัฐบาล เรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่และแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 โดยมีประชาชนกว่า 200 คน มาร่วม ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบนับร้อยนาย มาดูแลความสงบเรียบร้อย

สำหรับไฮไลต์ของวันนี้ เป็นการปราศรัยของนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งศาลจังหวัด ธัญบุรี มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยทำสัญญาประกัน โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ หากผิดสัญญาปรับในวงเงิน 100,000 บาท เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา

นายอานนท์กล่าวว่า การต่อสู้ของประชาชน คนรุ่นใหม่ ในระดับมัธยม นิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศเป็นการต่อสู้ในเชิงโครงสร้าง ที่ทำให้ผู้คนที่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมา ในอดีตรู้สึกปลาบปลื้มและภูมิใจ ที่สามารถขยับเพดานการต่อสู้เรียกร้องได้อย่างน่าชื่นชม เมื่อถามว่าการต่อสู้จะนำไปสู่อะไร จะสู้อย่างไร เพื่อชนะ และชนะอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการสูญเสีย คำเรียกร้องที่สำคัญของพี่น้องทั่วประเทศ นาทีนี้เราต้องการเรียกร้องไห้ประยุทธ์ออกไปโดยเร็วเพื่อตัดตอนอำนาจเผด็จการ และหยุดการคุกคามด้วยวิธีการนอกกฎหมายแก่ประชาชน ผู้ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย

ส่วนแนวทางการต่อสู้ของนิสิตนักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ได้มีการกำหนด การต่อสู้ไว้เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อเป้าหมาย ให้มีการยุบสภา และให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเรามองว่ามันเป็นการต่อสู้ในเชิงระบบ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่ธรรมศาสตร์ 10 ข้อเรามองว่าข้อเรียกร้องสามารถบรรจุเข้าไปในรัฐสภาและเป็นบันไดสู่การแก้กฎหมายได้ ไม่ต้องเอาปืนมายิงกันให้เลือดตกยางออก แต่ตอนนี้ถามว่าข้อเรียกร้องด่วนสุดคนทั้งประเทศ คือ การจำกัดอำนาจของของ ส.ว. ไม่ให้ลุกขึ้นมาโหวตนายกฯได้ในสมัยต่อไปได้อีก

เมื่อเวลา 18.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ รองประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแกนนำกลุ่มสปริงมูฟเมนต์ (Spring Movement) พร้อมด้วยกลุ่มองค์กรเพื่อ สิทธิมนุษยชนระดับโลก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ (Amnesty International Thailand) ร่วมกันจัดกิจกรรม “ห่าง/(หาย): นิทรรศการผู้ถูกบังคับสูญหาย” โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักเนื่องในวันแห่งการรำลึกถึงผู้ถูกบังคับให้สูญหาย สากลในวันนี้ของทุกปี และสร้างพื้นที่ในการรับรู้เรื่องร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย

น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนาย วันเฉลิม หรือต้าร์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการปราศรัยว่า น้องชาย หายตัวไปอย่างลึกลับรวม 86 วัน โดยยังไม่ทราบความคืบหน้าของชะตากรรมว่ามีความเป็นอยู่หรือตายแม้แต่อย่างใด ซึ่งกรณีก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือตามหาจากทางรัฐบาลไทย ทั้งนี้ทางประเทศกัมพูชาได้แจ้งมาว่า “ไม่คิดว่าน้องชายจะอยู่ที่ประเทศกัมพูชา” แต่ตนรวมถึงหลายๆคนทราบดีว่าวันเฉลิม อยู่ที่ประเทศกัมพูชาจริงๆ จากเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ได้ก่อตัวขึ้นเยอะมาก และมาจนถึงวันนี้ทางการไทยก็ไม่มีคำตอบให้กับทางญาติ ซึ่งทำให้รู้ว่าประเทศไทยนั้น 2 มาตรฐาน โดยหลังจากนี้ตนจะทำให้ดีที่สุดกับการตามหาน้องชายพร้อมตีแผ่ความจริงให้กับสังคมได้รับรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับน้องชายตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันที่ 31 ส.ค. มีการจัดกิจกรรม ร้องเพลงชาติและยืนชู 3 นิ้ว ณ บริเวณริมฟุตปาธ รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 20.00 น. รวมเวลา 12 ชั่วโมง

ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จ.นครนายก จัดกิจกรรม มอศอวอไม่เอาเผด็จการ ตั้งแต่เวลา 16.30 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน