ลอดรถไฟทางคู่
ปากช่อง-โคราช
อุโมงค์ลอดรถไฟทางคู่ที่ปากช่องถล่มขณะก่อสร้าง ทับคนงาน 10 คนติดใต้ซาก เดชะบุญแค่บาดเจ็บคนละเล็กน้อย เผยเป็นหลังคาอุโมงค์ที่เทปูนเสร็จมีน้ำหนักมาก นั่งร้านรับน้ำหนักไม่ไหว จึงถล่มจากความสูง 6 เมตร ด้านการรถไฟฯเผยผู้รับเหมาเทปูนกระจุกตัวสาเหตุอุโมงค์ถล่ม ขณะที่ผู้ว่าฯการรถไฟฯสั่งสอบ‘อิตาเลี่ยน ดีเวล๊อปเม้นต์’ผู้รับเหมา
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ร.ต.อ.ครรชิต พินิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 4 ก.ย.ได้รับแจ้งเหตุหลังคาอุโมงค์ทางลอดรถไฟทางคู่ ที่กำลังก่อสร้าง ถล่มลงมาทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ยังติดอยู่ใต้ซากเหล็ก บริเวณก่อนถึงสถานีรถไฟบันไดม้า ช่วงเสาโทรเลข 174/3-174/4 บ้านบันไดม้า หมู่ที่ 4 ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง
หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรีบรุดออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ ภุชชงค์ ผกก.สภ.ปากช่อง, พ.ต.ท.บวร สมบัติธีระ รอง ผกก.(สอบสวน), พ.ต.ท.มนตรี บุญโสภา สวป. นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอปากช่อง และกำลังตำรวจ, หน่วยกู้ชีพ อบต.ปากช่อง, หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง พร้อมรถไฟส่องสว่างรุดไปยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบหลังคาอุโมงค์ที่รถบรรทุกปูนซีเมนต์ผสมเสร็จกำลังเทให้คนงานของ บริษัทอิตาเลี่ยน ดิเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) กว่า 20 คน ผูกเหล็กเตรียมไว้ ช่วยกันเกลี่ยและปาดปูนซีเมนต์ ความกว้าง 12 เมตร(ม.) ยาว 12 ม. หนาประมาณ 1 ม. ที่มีน้ำหนักมากจนนั่งร้านรับน้ำหนักไม่ไหว พังถล่มลงไปที่พื้นที่มีความสูงประมาณ 6 ม. ทำให้คนงานที่อยู่ด้านบนตกลงไปด้านล่างได้รับบาดเจ็บ โดยห้ามบุคคลภายนอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปถ่ายภาพ มีเพียง เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือคนงานเท่านั้น

อุโมงค์ถล่ม – เจ้าหน้าที่นำรถแบ๊กโฮลงไปเร่งเก็บกู้ซากเหล็ก และปูนซีเมนต์ บริเวณก้นอุโมงค์ลอดรถไฟทางคู่ ในอ.ปากช่อง จ.นคร ราชสีมา ที่พังถล่มลงมาขณะเทปูนซีเมนต์ที่ด้านบน คนงานเจ็บ 10 ราย เมื่อวันที่ 5 ก.ย.
พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน เพื่อนคนงานต้องช่วยกันนำส่ง ร.พ.ปากช่องนานา ทั้งคนงานที่เป็นคนไทยและชาวเขมร คือ 1.นางเตือยตวน ไม่มีนามสกุล อายุ 31 ปี 2.นางดา ลีจันดา อายุ 31 ปี 3.นายเสาเซียน ไม่มีนามสกุล อายุ 24 ปี 4.นายณัฐพล ไชยเสนา อายุ 28 ปี 5.นายห่วง โซ่ ไม่มีนามสกุล อายุ 38 ปี 6.นายทอง กองแก้ว อายุ 66 ปี 7.นายดี ไม่มีนามสกุล 25 ปี 8.นายอนุสิทธิ์ อิ่มสวัสดี อายุ 25 ปี 9.นางมัย เนียง ไม่มีนามสกุล อายุ 28 ปี และ 10.นายไพฑูรย์ พรมโสภา อายุ 46 ปี หลังแพทย์ตรวจรักษาแล้วให้กลับบ้านได้ ส่วนหลังคาอุโมงค์ที่พังถล่ม รถน้ำดับเพลิงของอบต.ปากช่อง ใช้น้ำฉีดปูนซีเมนต์ว่าจะมีทับร่างคนงานอยู่หรือไม่ แต่ก็ไม่พบ
ทั้งนี้อุโมงค์ที่เกิดเหตุดังกล่าวมีไว้เพื่อให้รถยนต์ใช้ลอดใต้รางรถไฟทางคู่ที่กำลังก่อสร้างจากสถานีรถมาบกระเบา ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึงชุมทางถนนจีระ จ.นครราชสีมา โดยบริษัทอิตาเลี่ยนฯ เมื่อเสร็จแล้วด้านบนหลังคาอุโมงค์จะเป็นรางรถไฟเพื่อให้รถไฟวิ่งผ่าน คนงานผูกเหล็กไว้และให้รถปูนซีเมนต์ผสมเสร็จจำนวนหลาย 10 คันมาจอดรอ แต่เมื่อเกิดเหตุถล่มรถปูนซีเมนต์ผสมเสร็จที่มาจอดรอ ต้องนำปูนผสมเสร็จทั้งหมดนับ 10 คันไปเทลานคอนกรีตของวัดคลองตาลอง ที่อยู่ใกล้อุโมงค์ก่อนที่ปูนซีเมนต์จะแข็งตัว
ร.ต.อ.ครรชิตกล่าวถึงความคืบหน้าด้านคดีว่า หลังออกตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ได้เดินทางมาตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่ร.พ.ปากช่องนานา พบว่าไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงบาดเจ็บเล็กน้อย 10 คน และยังไม่ได้เรียกวิศวกรที่คุมงานและผู้ใดมา สอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุทำให้อุโมงค์พัง
ด้านนายสุรพันธ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุออกตรวจสอบ เพื่อหารายละเอียดเบื้องต้นที่เกิดขึ้น และในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้ออกไปตรวจสอบอีกครั้ง พบว่าบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างนำรถแบ๊กโฮมารื้อจุดซากเหล็กที่พังยุบลงออก เพื่อติดตั้งโครงเหล็กขึ้นใหม่ เพราะฝ่ายปกครองไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรมาก เพียงเข้าไปดูเนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเรื่องคดีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการเมื่อมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันเดียวกัน นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุหลังคาอุโมงค์ทางลอดรถไฟทางคู่ก่อนสถานีรถไฟบันไดม้า ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เฟส 1 ช่วงสถานีมาบ กะเบา -ชุมทางจิระถล่มว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายก่อสร้างลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงรวมทั้งสาเหตุโดยเร็วที่สุด คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะทราบข้อเท็จจริง และสาเหตุหลังคาอุโมงค์รถไฟถล่มได้อย่างไร แม้ว่ากรณีนี้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่พบว่ามีคนงานได้รับบาดเจ็บ 10 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูเงื่อนไขในสัญญาก่อสร้างที่ลงนามไว้กับผู้รับเหมาว่าการถล่มของหลังคาอุโมงค์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เกิดจากความประมาทของผู้รับเหมา และถือเป็นความผิดตามสัญญาหรือไม่ หากเป็นความผิดตามสัญญา รฟท.จะต้องดำเนินมาตรการลงโทษผู้รับเหมาต่อไป
“เบื้องต้นอาจเรียกค่าเสียหายกับผู้รับเหมา กรณีที่ปฏิบัติงานด้วยความประมาทจนเกิดเหตุการณ์ถล่มขึ้น แต่จะเรียกเท่าไหร่อย่างไร จะต้องพิจารณาในรายละเอียดในสัญญาและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบก่อน” ผู้ว่าการรฟท.ดังกล่าว
นายนิรุฒกล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อดูว่าผู้รับเหมาได้มีมาตรการป้องกัน หรือมีมาตรฐานการก่อสร้างที่ปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีลมและฝนรุนแรง รวมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับผู้รับเหมาในโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ดังกล่าวขึ้นอีก
วันเดียวกันรฟท.ชี้แจงกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.ย. เวลาประมาณ 20.30 น. เกิดอุบัติเหตุนั่งร้านที่กำลังเทคอนกรีตในส่วนหลังคา (Deck Slab) ของงานอุโมงค์ทางลอดรถไฟ (UNDERPASS) บริเวณสถานีรถไฟบันไดม้า ที่ ก.ม.169+750 ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา – คลองขนานจิตร ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เกิดการทรุดตัว จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเกิดจากการเทคอนกรีตที่ไม่สมดุล มีการปล่อยปริมาณคอนกรีตเร็วเกินไป จนเกิดการกระจุกตัวของคอนกรีต ทำให้นั่งร้านบริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัว และเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งนี้มีคนงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 10 ราย ถูกนำส่งที่ ร.พ.ปากช่องนานา ได้รับการรักษา และออกจากร.พ.แล้วตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ ทางรฟท.จะดำเนินการตรวจสอบกับผู้รับเหมาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และรายงานความคืบหน้าต่อไป