ม็อบกระจาย‘หมุด’ปักทั่วปท.โดนรื้อ-ก็ปั๊มใหม่

22 ก.ย. 2563 - 08:33 น.

เชื่ออยู่ในใจผู้คนแล้ว
แกนนำเจอสารพัดข้อหา
กรมศิลป์-กทม.แจ้งจับ
ฝ่าฝืนกม.โบราณสถาน
‘หลากสี’เอาผิด‘112’ด้วย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ม็อบไม่สนโดนรื้อ ‘หมุดคณะราษฎร’ พ้นสนามหลวง เตรียมกระจายภาพหมุด ให้ทุกคนไปหล่อเอง แล้วปัก ทั่วประเทศ ขณะที่กรมศิลป์แจ้งเอาผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน ส่วนตร.เตรียมดำเนินคดีแกนนำปราศรัยหมิ่นเหม่ ใช้ถ้อยคำไม่สมควรแก่สถาบัน และอีก 16 คนจ่อโดนข้อหาเพิ่ม ไม่แจ้งจัดการชุมนุม ด้าน ‘หมอตุลย์’ แกนนำเสื้อหลากสี ก็โผล่แจ้งจับคดี 112 เอาผิด ‘ทนายอานนท์-ไมค์-รุ้ง’ ส่วนกทม.แจ้งด้วยทำให้เสียทรัพย์ ส่วนม็อบนัดอีก 24 ก.ย.นี้ หน้าสภา แสดงพลังหนุนแก้รัฐธรรมนูญ

กรมศิลป์แจ้งจับม็อบปักหมุด

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่สน.ชนะสงคราม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี กรมศิลปากร เข้าแจ้งความ ร.ต.ท.วัชรพงษ์ ทองแดง รอง สว.(สอบสวน) ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 สืบเนื่องจากกรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง แล้วแกนนำผู้ชุมนุมปักหมุดคณะราษฎรที่ 2 บริเวณลานปูนท้องสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานเขตพระนครแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ในกรณีดังกล่าวในฐานะ ผู้แจ้งความที่ 1 ต่อมาตำรวจเป็นผู้แจ้งความที่ 2 เนื่องจากกรมศิลปากรจัดให้สนามหลวงเป็นสมบัติของชาติและส่วนรวมที่อยู่ในการควบคุมดูแลของ กทม. เพื่อให้ประชาชนใช้ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจ การขุดเจาะต่างๆ ต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร เมื่อเกิดการชุมนุมหรือขุดขึ้นมาจึงถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา หน่วยงาน ของเจ้าหน้าที่รัฐจึงมีสิทธิ์แจ้งความ ดังนั้น กรมศิลปากรจึงถือเป็นผู้แจ้งความที่ 3

ไม่รู้ใครถอนหมุดสนามหลวง

นายสถาพรกล่าวว่า แจ้งความดำเนินคดี ผู้กระทำผิดตามมาตรา 10 ปรับปรุงเปลี่ยน แปลงขุดค้นโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตำรวจรับเรื่องไว้เป็นคดีแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินคดีใครบ้าง ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

รื้อหมุด – นายประจักษ์ ก้องกีรติ อจ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ่ายรูปจุดปักหมุดคณะราษฎร 2563 ที่สนามหลวง หลังถูกรื้อถอนออกไป ต่อมามีผู้นำหมุดพลาสติกขนาดเดียวกันมาปักแทน และถูกรื้อออกเช่นกัน เมื่อวันที่ 21 ก.ย.

ผอ.กองโบราณคดีกล่าวถึงกรณีรื้อถอนหมุดคณะราษฎรที่ 2 ว่าไม่ทราบว่ามีผู้ใดไปขุดหรือทำลาย พื้นที่สนามหลวงมีหลายหน่วยงานมาดูแล โดย กทม.รับผิดชอบเรื่องการซ่อมแซม ส่วนกรมศิลป์รับผิดชอบปรับปรุงพื้นที่โบราณสถาน แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยใช้พื้นที่นอกจากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโบราณสถาน

ปัดตอบหมุดลานพระบรมรูป

ต่อข้อถามถึงกรณีอนุสาวรีย์ปราบกบฏแยกหลักสี่ ถนนพหลโยธิน ที่หายไปกว่า 2 ปี นายสถาพรกล่าวว่า ยังไม่มีความคืบหน้าว่าหายไปไหน แต่ทราบว่ามีหนังสือให้สำนักงานเขตต่างๆ มาดูแล เพราะเคยทำเรื่องขออนุญาตเคลื่อนย้าย และเมื่อถามต่อถึงกรณีหมุดคณะราษฎรที่หายไปจากลานพระบรมรูปทรงม้า ถือเป็นโบราณวัตถุที่กรมศิลป์ต้องรับผิดชอบหรือไม่ ผอ.กองโบราณคดีกล่าวว่า กรมศิลป์ไม่ได้รับผิดชอบดูแลหากมีการทุบทำลายหมุดดังกล่าว ก็เป็นหน้าที่ของ กทม. ที่จะรับผิดชอบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบหมุดคณะราษฎรที่ 2 ท้องสนามหลวง ภายหลังเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่เปิดประตูรั้วให้เข้าได้นั้น ปรากฏว่าหมุดถูดรื้อถอนออกไปแล้ว โดยมีปูนซีเมนต์เทปิดทับไว้ ร่องรอยของปูนที่เททับยังเปียกชื้นอยู่ เมื่อสอบถาม เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูว่าหมุดหายไหน เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่รู้ เพิ่งมาเปลี่ยนเวร

ส่งฟ้องอัยการ-คดี 11 แกนนำ

ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) พนักงานสอบสวนสน.นางเลิ้ง นัดนายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.), นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย มาส่งตัวพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสำนวนใน คดีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง กรณีจัดการชุมนุมหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2563

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนสน.ชนะ สงคราม ยื่นส่งตัวพร้อมคำฟ้อง นางสุวรรณา ตาลเหล็ก, น.ศ.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, นายชาติชาย แกดำ, นายชูเวศ เดชดิษฐรักษ์ และนายณรงค์ ดวงแก้ว ผู้ต้องหาในคดี พ.ร.บ.ชุมนุมฯ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สืบเนื่องจากร่วมจัดการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2563

หล่อหมุดใหม่-ปักทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางมาตามนัดอัยการ โดยระหว่างนั้นนายพริษฐ์พูดกับนายอานนท์ว่าหมุดของเราหายแล้ว จากนั้นนายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เป็นไร ถอดออกได้ก็ปักใหม่ได้ ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะรู้อยู่เเล้วว่าหมุดต้องถูกถอดออก หมุดที่ถอดออกไปถือว่าทำบุญทำทานให้กับสัมภเวสี หมุดไม่ได้ปักแค่ในสนามหลวง แต่ปักกลางใจผู้ชุมนุมทุกคน ขอให้คนที่เอาหมุดออกไป รวมถึงคนที่สั่งให้เอาหมุดออก มีอันเป็นไปตามคำสาปเเช่ง ให้เสื่อมทุกอย่าง เพราะคำสาปนี้เป็นคำสาปของมหาชน

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า วันนี้จะเเจกไฟล์ภาพหมุด เพื่อให้คนที่ต้องการนำไปหล่อ และนำไปปักที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ไม่ใช่เเค่ที่สนามหลวง และไม่ห่วงกรณีที่ตำรวจเเละหลายคนหลายกลุ่ม เตรียมฟ้องเอาผิดกลุ่มเเนวร่วม ธรรมศาสตร์เเละการชุมนุม โดยเฉพาะกรมศิลปากรที่เเจ้งข้อหาบุกรุกโบราณสถาน เพราะไม่ได้เป็นการทำลายโบราณสถาน เนื่องจากสนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งพื้นปูนดังกล่าวที่มีการเจาะ ไม่ได้เป็นโบราณวัตถุ เพราะเพิ่งสร้างได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

นัดหน้าสภา 24 ก.ย.ถก‘รธน.’

แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวต่อว่าสำหรับการชุมนุมครั้งต่อไปในวันที่ 24 ก.ย.นั้น ทราบว่าเป็นของกลุ่มประชาชนปลดแอก โดยส่วนตัวไม่ทราบเวลา แต่ทราบว่าสาเหตุที่ต้องชุมนุมในวันนั้น เพราะรัฐสภาพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องแสดงพลังให้เห็นว่ามวลชนมีความต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้องกันการเพิกเฉย หรือทำให้ญัตติตกไป


นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนวันที่ 14 ต.ค.นั้น อยากขอเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับกลุ่ม ผู้ชุมนุม ให้หยุดงานเพื่อแสดงพลังให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของทางรัฐบาล การหยุดงานนั้น จะหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเฉยๆ หรือจะออกไปเที่ยวก็ได้ทั้งหมด ส่วนทางแกนนำจะจัดกิจกรรมให้มวลชนเข้ามาร่วมหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยหารือร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของสำนวนคดีนั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้ยื่นคัดค้านการประกัน เนื่องจากข้อหาและอัตราโทษไม่สูง ภายหลังรับสำนวนและผู้ต้องหา พนักงานอัยการสำนักงานศาลเเขวง 3 เลื่อนนัดฟังคำสั่งผู้ต้องหาทั้งหมดไปเป็นวันที่ 24 ก.ย. เวลา 09.00 น. เป็นวันครบกำหนดผัดฟ้องฝากขัง เนื่องจากเพิ่งได้รับสำนวน และผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องใช้เวลาพิจารณาสำนวน

หมุดพลาสติกโผล่สนามหลวง

บ่ายวันเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้นำแบบจำลองหมุดคณะราษฎรที่ 2 เป็นพลาสติกมาวางไว้บริเวณที่แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ นำหมุดคณะราษฎรที่ 2 ฝังไว้เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ก่อนจะถูกรื้อออกไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ดูแลสถานที่นำหมุดพลาสติกจำลองมาเก็บไว้ที่เต็นท์พักคอย

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ที่เข้ามาตรวจสอบระบุว่าจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานที่เก็บหมุดพลาสติก เพื่อส่งคืนให้ผู้นำมาวางไว้ ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใด เพราะถือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ระหว่างนี้หากไม่มีใครเข้ามาเก็บกลับไปภายใน 24 ชั่วโมง จะส่งให้ สน.ชนะสงคราม ตามหาเจ้าของต่อไป

ด้าน น.ส.ธาราทร บุญงามอนงค์ ลูกสาวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด โพสต์ทวิตเตอร์ว่ากำลังพัฒนาเทคโนโลยีเออาร์ ฟิลเตอร์ เพื่อสร้างหมุดคณะราษฎรใหม่ เมื่อเสร็จแล้วจะอัพเดต เป็นหมุดที่มีทุกบ้าน สำหรับเออาร์ ฟิลเตอร์ สามารถใช้งานได้ด้วยการเปิดกล้องโทรศัพท์มือถือ ก็จะเห็นหมุดคณะราษฎรปรากฏขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลบทิ้ง

‘หมอตุลย์’แจ้งจับม็อบ-ผิด 112

ขณะเดียวกัน ที่สน.ชนะสงคราม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้าพบพ.ต.ท.พิษณุ เกิดทอง รองผกก.(สอบสวน) แจ้งความดำเนินคดีแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฐานความผิดมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.

นพ.ตุลย์กล่าวว่า แจ้งความเอาผิด น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล นายอานนท์ และนายพริษฐ์ เนื่องจากปราศรัยถึงสถาบันด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม เรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน เป็นการดูหมิ่นสถาบัน ไม่ได้อยากให้บุคคลทั้ง 3 ติดคุก แต่ก็ขอให้ได้รับการอภัยโทษ ไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก หากไม่เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญ หรือเรื่องการเมือง ก็เรียกร้องและถกเถียงกันได้ เว้นแต่เรื่องสถาบัน ขอร้องอย่าปราศรัยผ่านสื่อ และแจ้งความไม่ได้กลั่นแกล้งบุคคลทั้ง 3

ตร.เอาผิดม็อบหมิ่นสถาบัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ แถลงถึงการดำเนินคดีแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ โดย พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่าตำรวจมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แต่มีบางส่วนละเมิดกฎหมาย เช่น ทำผิดกฎหมายการชุมนุมหลายๆ ด้าน รวมทั้งทำผิดตามกฎหมายอาญามาตราต่างๆ ด้วย จากถ้อยคำการปราศรัยของแกนนำบางคนที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายอาญา ใช้ถ้อยคำไม่สมควรต่อสถาบัน ในฐานะผู้รักษากฎหมายต้องดำเนินการอย่างเต็มที่กับผู้ที่ละเมิด เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกนายต้องปกปักพิทักษ์รักษา และจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับผู้ที่แสดงออกและผู้สนับสนุน ทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น เบื้องต้นพบว่าผู้ปราศรัยไม่เหมาะสม 3-4 คน

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่าได้รับรายงานจาก สน.ชนะสงคราม ว่ารวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดแกนนำประมาณ 10 คน หลักๆ เป็นข้อหา พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกณีบุกรุก ม.ธรรมศาสตร์ และสนามหลวงนั้น ทราบว่ากทม.และกรมศิลปากรแจ้งความร้องทุกข์แล้ว กรณีแกนนำบางคนที่ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาถอนประกัน ส่วนหมุดสนามหลวงไม่ทราบว่าใครถอน แต่ตามหลักแล้วหมุดเป็นพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนต้องริบเอาไว้ ถือเป็นของกลางในคดี ต้องอยู่ในการดูแลรักษาของพนักงานสอบสวน

กทม.แจ้งจับทำให้เสียทรัพย์

ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนคร บาล พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี กรมศิลปากร พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผบช.น. ร่วมแถลงกรณีแกนนำผู้ชุมนุมฝังหมุดสนามหลวง

โดยพล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า นายสุรเดช อำนวยสาร ผอ.เขตพระนคร แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ให้ดําเนินคดีกรณีกลุ่มบุคคลทําลายรั้วเหล็ก และกลุ่มบุคคลบางส่วนขุดเจาะถนนคอนกรีตซีเมนต์ เป็นถนนตัดกลางท้องสนามหลวง ที่มีไว้สําหรับประชาชนใช้ร่วมกัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกทม.เสียหาย ข้อหาฐานทําให้เสียหายทรัพย์ และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด

หมุดไม่มีคุณค่าประวัติศาสตร์

พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวต่อว่า ต่อมากรมศิลปากรตรวจสอบพบว่ามีการฝังหมุดในพื้นที่สนามหลวงอันเป็นโบราณสถาน เข้าข่ายการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาตรา 10 ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อ เติม ทําลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่จะกระทําตามคําสั่งของอธิบดี หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม รับคําร้อง ทุกข์แล้ว

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่าหมุดไม่ได้หายไปไหน แต่ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กรณีที่ปักหมุดจะแบ่งการดำเนินการเป็น 2 พื้นที่ 1.หากเป็นพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ส่วนราชการ เป็นพื้นที่ที่หน่วยงานใดดูแลอยู่ หากกระทำดังกล่าวดูแล้วมีความผิดตามกฎหมายก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ 2.หากเป็นพื้นที่เอกชน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล การกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิ์ ก็แจ้งความร้องทุกข์ความฐานบุกรุก หรือทำให้เสียทรัพย์ได้เช่นกัน ข้อมูลยืนยันจากทางอธิบดีกรมศิลปากรระบุว่าหมุดนี้ไม่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ไม่สามารถที่จะมาไว้ในพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์

ฟัน 16 แกนนำผิดพ.ร.บ.ชุมนุม

ส่วน พล.ต.ต.สุคุณกล่าวว่า ภายหลังกทม.แจ้งความดำเนินคดี ยังมีการแจ้งความร้องทุกข์ความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ ส่วนความผิดอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งถอดเทปคำปราศรัยต่างๆ ผู้เข้าร่วมบางท่านมีความผิดเรื่องใด ส่วนผู้ถูกดำเนินคดีมีกี่รายนั้น ในส่วนของความผิดไม่แจ้งจัดการชุมนุมมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 16 คน ส่วนบุกรุก ม.ธรรมศาสตร์ ยังไม่มีการแจ้งความ

ด้านนายสถาพร ผอ.กองโบราณคดี กล่าวว่าสนามหลวงเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ การนำหมุดไปติดตั้งนั้น หมุดไม่ได้มีประวัติเกี่ยวข้องกับพื้นที่ หรือสนามหลวง ฉะนั้นการนำมาติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร มีความผิดตามพ.ร.บ.โบราณสถาน มาตรา 4 ห้ามผู้ใดซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนแปลงรื้อถอนต่อเติมทำลายเคลื่อนย้ายโบราณสถาน ส่วนต่างๆ ของโบราณ หรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน จึงแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ชนะสงคราม เรียบร้อยแล้ว

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ม็อบกระจาย‘หมุด’ปักทั่วปท.โดนรื้อ-ก็ปั๊มใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง