โวยปิดประตู-หยุดเรียน
เชียงใหม่ก็คึก-ปักหมุด
‘สารคาม’นัดเบิ้มๆ4ตค.
ตร.จ่อคดีม็อบหน้าสภา
ม็อบ ‘น.ร.บดินทรเดชา’ ฮือหน้าโรงเรียน ชุมนุม ‘บอดินไม่อินเผด็จการ’ จี้หยุดคุกคาม เลิกระบบล้าหลัง ร้องเพลงชาติ ชู 3 นิ้ว ผูกโบร่วมอาลัยเหตุการณ์ปราบม็อบเสื้อแดง 99 ศพ ขณะที่ ‘เชียงใหม่’ ก็คึกคักที่อนุสาวรีย์ สามกษัตริย์ พร้อมปักหมุดคณะราษฎร รุ่นที่ 2 แนวร่วมนิสิต ม.สารคาม นัดชุมนุมใหญ่ระดับภูมิภาค 4 ต.ค.นี้ ขณะที่ ‘ธิดา’ ที่ปรึกษานปช. ชี้ 14 ต.ค.ปีนี้ จะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า 14 ต.ค.2516 ถ้าเวทีสภาไม่ได้ผล ท้องถนนจะรุนแรงขึ้น ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ขู่อีกชุมนุมสุ่มเสี่ยง โควิดระบาดรอบ 2
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่รัฐสภา เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดกำแพงและรั้วรัฐสภา หลังจากกลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนมากเดินทางมาชุมนุมติดตามการประชุมรัฐสภาพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระหว่างนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมพ่นสีหมุดคณะราษฎร รุ่นที่ 2 ติดสติ๊กเกอร์ และผูกริบบิ้นขาว ขณะที่การจราจรหน้ารัฐสภา ถนนสามเสน และถนนทหารเปิดตามปกติแล้ว เช่นเดียวกับทางเข้า-ออกรัฐสภา ด้านถนนสามเสนเช่นกัน สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานว่าการชุมนุมผิดเงื่อนไขหรือไม่ รวมทั้งการลงไปพื้นผิวการจราจรเข้าความผิดพ.ร.บ.จราจรทางบกฯ การใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และการทำเครื่องหมายบริเวณพื้นที่สาธารณะ
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมสภากลาโหม ถึงการชุมนุมและรณรงค์หยุดงานวันที่ 14 ต.ค.ว่า รัฐบาลพยายามประคองสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบมากที่สุด แต่ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน และวัตถุพยานต่างๆ ให้พร้อม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ความมั่นคงของประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ และหลายอย่างเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับประชาชน การใช้คำพูดหยาบคาย วาจาผรุสวาทไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย

พลังน.ร. – นักเรียน ‘บอดินไม่อินเผด็จการ’ ร่วมกับ 6 องค์กรนักเรียน จัดกิจกรรมปราศรัย ‘ทุบกะลาตาสว่าง’ และผูกโบขาวหน้าประตูโรงเรียนบดินทร เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กทม. เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่าการชุมนุมมีผลกระทบกับเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่ามีผลกระทบต่อประชาชนและการค้าขาย หากมีการแพร่ระบาดโควิดครั้งที่ 2 จะทำอย่างไร ไม่ได้ขู่ เพราะการแพร่ระบาดรอบ 2 เกิดขึ้นหลายประเทศ บางประเทศระบาดรอบ 2 เขาก็ล็อกดาวน์กันหมดแล้ว เราจะเอาแบบนั้นหรือ นี่เป็นสิ่งที่อันตรายมากกกว่าอย่างอื่น
ต่อข้อถามว่าการชุมนุมในเดือนต.ค. รัฐบาลมั่นใจควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นสักครั้ง ในเดือนต.ค.ทุกปีก็เกิดเหตุการณ์ปลุกระดมแบบนี้ทุกครั้ง ประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ ถ้าดีก็เอามาทำ แต่ถ้าไม่ดีก็ไม่เอามาทำ ประวัติศาสตร์สอนให้เราทุกคนเรียนรู้ รัฐบาลไม่ใช่คนทำให้เกิดการชุมนุม ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร ตนก็ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร เป็นเรื่องการขับเคลื่อนของบุคคลบางคน
“ทุกคนก็รู้วัตถุประสงค์ของเขาว่าทำเพื่ออะไร ฝ่ายกฎหมายก็ลำบากใจ ผมได้คุยกันแล้วว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร กฎหมายคือกฎหมาย ไม่วันนี้ก็วันหน้า อายุความก็เยอะแยะไปหมด ผมไม่ต้องการให้มาปลุกให้ทุกคนมาต่อสู้ มาด่าผม บางครั้งผมก็อดทน เต็มที่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ที่สำนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น นายธนภณ เดิมทำรัมย์ นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง และนายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที เข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ภายหลังถูกตำรวจสั่งฟ้องดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรค และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาต สืบเนื่อง จากกรณีจัดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่สวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น ส่วนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน อีกหนึ่งแกนนำขอนแก่นพอกันที และ นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ขอเลื่อนรายงานตัว
นายวชิรวิทย์กล่าวว่าทั้งหมดตกลงร่วมกันว่าจะไม่ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการ จะให้การในชั้นศาลเท่านั้น ขั้นตอนต่อจากนี้อัยการนัดวันที่ 9 ต.ค. เพื่อส่งสำนวนต่อศาล ส่วนไผ่และเพนกวินก็จะมาพร้อมกันในวันที่ 9 ต.ค.
ขณะเดียวกัน ที่ จ.มหาสารคาม นายพงศธร ตันเจริญ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่ามีกำหนดเคลื่อนไหวใหญ่กดดันรัฐบาลในวันที่ 4 ต.ค. นี้ สำหรับสถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง จะเป็นการยกระดับการชุมนุมใหญ่ระดับภูมิภาค โดยประสานไปยังกลุ่มต่างๆ แล้วพร้อมมาร่วมชุมนุม และจากนี้ไป จ.มหาสารคามจะเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคอีสาน 20 จังหวัด
ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายธนุ สุขบำเพิง แกนนำกลุ่มไทยภักดี และพวกรวม 6 คน เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนดำเนินคดีสถานีโทรทัศน์ช่องวอยซ์ทีวี ในข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีถ่ายทอดสดการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำคนนนท์ท้าชนเผด็จการ และคณะรวม 40 คน รวมตัวกันมาคัดค้านไม่ให้กลุ่มไทยภักดีแจ้งความ และเผชิญหน้ากัน ทางตำรวจหวั่นเกรงสถานการณ์จะบานปลาย จึงเจรจาให้กลุ่มไทยภักดีกลับไปก่อน แล้วค่อยมาแจ้งความใหม่ ทางกลุ่มไทยภักดีจึงยอมเดินทางกลับ ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย
ที่ศาลอาญา นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาว่าขอชมเชยการชุมนุมของเยาวชนไม่มีอะไรรุนแรง เด็กมีความคิดวุฒิภาวะ ขณะที่ผู้ใหญ่และนักต่อสู้รุ่นเก่าก็เป็นห่วง และขณะนี้ประชาชนบ่มเพาะความคิดมากขึ้นเป็นลำดับ วันที่ 14 ต.ค.ปีนี้ จะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 แน่นอน ถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ มีทั้งคนรุ่นเก่า รุ่นปัจจุบันเข้าไปด้วย ต้องเตรียมคิดถ้าเวทีสภาไม่ได้ผล ท้องถนนจะรุนแรงขึ้น
เย็นวันเดียวกัน ที่สนามตรงข้ามโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ซอยรามคำแหง 43/1 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ศิษย์เก่าและนักเรียนชุมนุม “กลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ทางโรงเรียนสั่งหยุด 1 วัน โดยมีอาจารย์มาร่วมสังเกตการณ์ รวมทั้งตำรวจจาก บก.น.4 และ สน.วังทองหลางมาดูแลความสงบเรียบร้อยรอบสถานที่ชุมนุม
หนึ่งในแกนนำกลุ่มบอดินไม่ทนเผด็จการ กล่าวว่าจุดยืนการชุมนุมวันนี้ ยืนยัน 3 หลักการของกลุ่มนักเรียนเลว คือหยุดคุกคามนักเรียน ปฏิรูปการศึกษา และยกเลิกระบบล้าหลัง วันนี้เป็นรวมตัวกันของศิษย์ปัจจุบัน ทั้ง 6 โรงเรียนบดินทรฯ ในกรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี การที่โรงเรียนสั่งหยุด 1 วัน โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ทำให้เราผิดหวังมากๆ เพราะเราไม่ได้จัดกิจกรรมในเวลาเรียน การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ ตอนแรกตั้งใจจะจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน แต่ก็คงไม่ได้รับการอนุญาต แทนที่โรงเรียนน่าจะเป็นที่ปลอดภัยในการแสดงออกอย่างเต็มที่ของเรา
ขณะที่บรรดาแกนนำนักเรียนผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัย โดยมุ่งเน้นชำแหละระบบการศึกษาที่ล้มเหลว และตำหนิผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนจัดการชุมนุม โดยระบุถึงประกาศกระทรวงศึกษาธิการที่อนุญาตใช้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ชุมนุมได้ จนกระทั่งถึงเวลา 18.00 น. กลุ่มนักเรียนร่วมกันร้องเพลงชาติและชู 3 นิ้ว ต่อด้วยการแสดงดนตรีของแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ อีกทั้งแกนนำนักเรียนยังกล่าวถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดงเมื่อปี 2553 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมทั้งร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
จากนั้นกลุ่มนักเรียนข้ามถนนนำริบบิ้น สีขาวไปผูกที่ประตูทางเข้าของโรงเรียน พร้อมทั้งตะโกนเรียกร้องให้โรงเรียนเปิดประตู เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมล้นออกมาบนถนน เกรงว่าจะเกิดอันตรายกับนักเรียน ก่อนที่ แกนนำประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 19.30 น. พร้อมทั้งเชิญชวนให้นักเรียนหยุดเรียนในวันจันทร์ เนื่องจากโรงเรียนไม่ยอมเปิดประตูรับนักเรียน

ปักหมุด – กลุ่มเยาวชนปลดแอก และเครือข่ายในจ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย และปักหมุดคณะราษฎร 2563 บริเวณข่วงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
ขณะเดียวกัน ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มเยาวชนปลดแอก เครือข่ายคนเสื้อแดง กลุ่มฟรีแอคเชียงใหม่ และกลุ่มศิลปินปลดแอกเชียงใหม่ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไปรวมกว่า 2,000 คน ร่วมชุมนุม “ฮาบ่เอาคิง” (เป็นภาษาพื้นถิ่นมีความหมายว่า “กูไม่เอามึง”) และจัดแสดงศิลปะล้อเลียนการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเริ่มปราศรัยบนเวที มีผู้ชายวัยกลางคนสวมเสื้อเหลืองนำป้ายกระดาษมีข้อความว่าห้ามทำลายทรัพย์สาธารณะ ห้ามปักหมุดฝาส้วม แล้วนำโทรศัพท์มือถือมาไลฟ์ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมและตำรวจเข้ามาเจรจาขอให้ออกจากพื้นที่การชุมนุม ชายเสื้อเหลืองจึงโต้เถียง สุดท้าย เจ้าหน้าที่เจรจาจนยอมออกไปอยู่อีกฝั่งถนน โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด
จากนั้นเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันทำพิธีปักหมุดกลางลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยไม่ได้ขุด หรือเจาะพื้นปูน แต่นำแผ่นปูนหมุดมาวางไว้กับฐานปูนที่เตรียมไว้ โดยแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าการนำหมุดปักตรงนี้ เชื่อได้แน่นอนว่าอยู่ไม่นาน เดี๋ยว เจ้าหน้าที่ก็ยกออกไปอยู่แล้ว ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคัก และสลายตัวในเวลา 20.00 น.