ตร.ลุยตรวจวงจรปิดครบ
แจ้งคดีแล้ว3-เหลืออีก8
ออกหมายให้มาพบวันนี้
พ่อแม่บุกร้องจับ‘ครูกิ๊ฟ’
ดินสอตี-จิ้มลูกจนร้องไห้
ตร.สรุปครูสารสาสน์ 11 คน กระทำความผิดทำร้ายนร.มากถึง 50 ครั้ง หลัง ตรวจสอบวงจรปิดเกือบครบ 100% พบมีเด็กเป็นเหยื่อ 30 ราย ดำเนินคดีแล้ว 3 ราย มีทั้ง‘ครูจุ๋ม-ครูเปิ้ล-ครูมาร์วิน ชาวฟิลิปปินส์’ ส่วนอีก 8 คนออกหมายเรียกให้มาพบแล้ว หากยังไม่มา จะออกหมายเรียกหนสองยังเบี้ยวอีกก็จะออกหมายจับ พบอีกครูโรงเรียนสารสาสน์ 400 คน มีใบอนุญาตแค่ 90 ขณะที่แม่เด็กอนุบาลเข้าแจ้งความเพิ่มให้ดำเนินคดี‘ครูกิ๊ฟ’ หลังตรวจกล้องวงจรปิดพบใช้ดินสอตีและจิ้มลูกจนร้องไห้ เผยรับไม่ได้กับพฤติกรรม ลั่นเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ. นนทบุรี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนและสอบสวน และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ประชุมร่วมกันเพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ทำร้ายนักเรียน โดยใช้เวลานานกว่า 1 ช.ม.
หลังการประชุม พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวว่า ผลสรุปจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดชั้นอนุบาลและชั้นเนิร์สเซอรี่ พบมีการกระทำผิดทั้งหมดมากกว่า 50 ครั้ง ซึ่งกล้องวงจรปิดได้ตรวจสอบแล้วเกือบ 100% และตรวจสอบซ้ำหลายรอบ สอบปากคำผู้ปกครองที่เด็กถูกทำร้ายร่างกายในฐานะผู้เสียหายแล้ว 30 ปาก พบมีครูและพี่เลี้ยงร่วมกระทำความผิดจำนวน 11 ราย แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 3 รายคือครูจุ๋ม, ครูเปิ้ล และครูมาร์วิน ส่วนที่เหลืออีก 8 รายออกหมายเรียกติดตามตัวให้เข้าพบในวันที่ 4 ต.ค. โดยทุกคนเจ้าหน้าที่สามารถติดต่อได้ทั้งหมด หากไม่เข้าพบจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไป สำหรับทางคุรุสภาเดินทางเข้าสอบปากคำและแจ้งความดำเนินคดีกับครูและผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว ในความผิดพ.ร.บ.สภาครู ส่วนการดำเนินคดีกับสถานศึกษา อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือ ไม่ ปัจจุบันคุรุสภาแจ้งความเอาผิดกับครูแล้ว 3 ราย
พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวต่อว่า สำหรับกล้องวงจรปิด ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูครบหมดทุกตัว ดูซ้ำแล้วซ้ำอีก วนไปมาหลายรอบเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีคลิปไหนหลุดรอด ส่วนวงจรปิด ทางโรงเรียนเพิ่งนำมาติดตั้งเมื่อ วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจจึงดูได้แค่นั้น
“จากการสอบถามพบรายละเอียดผู้เสียหายชั้นอนุบาล ห้องอีมีผู้เสียหาย 13 ราย, ห้องซี 4 ราย, ห้องบี 2 ราย ห้องเอบีพี 5 ราย และเนิร์สเซอรี่ 6 ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องและรอผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติม ส่วนข้อหาที่แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วนั้นคือข้อหาทำร้ายร่างกาย พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก (ทารุณกรรม) และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ในส่วนผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมหารือและจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนตรวจคนเข้าเมือง จ.นนทบุรี ร่วมกับจัดหางาน จ.นนทบุรีเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูมาร์วิน ข้อหาไม่กระทำการใดๆ ในการช่วยเหลือแล้วเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 63 จากการตรวจสอบร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มีครูทั้งหมด 400 คน พบมีครูเพียง 90 คนที่มีใบประกอบวิชาชีพครู ส่วนที่เหลือทางคุรุสภาจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ เพราะทางคุรุสภาเข้าไปเอาข้อมูลมาตรวจสอบแล้ว ถ้าพบความผิด ทางคุรุสภาจะดำเนินทันที ตนเชื่อว่าตอนนี้ทางคุรุสภากำลังดำเนินการอยู่

แจ้งจับอีก – แม่นักเรียนวัย 3 ขวบ ชั้นอนุบาลโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ แจ้งความ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ดำเนินคดีครูกิ๊ฟ ครูพี่เลี้ยงทำร้ายลูก โดยใช้มือทุบหลัง กระชากตัวแรงๆ และใช้ดินสอจิ้มตามร่างกาย เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
ขณะเดียวกัน น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 34 ปี แม่ของน้องมาร์ติน วัย 3 ขวบ ห้องอนุบาล 1 เอ นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับร.ต.อ.ธวัช ยังยืน พนักงานสอบสวนสภ.ชัยพฤกษ์ หลังเห็นภาพน้องมาร์ตินถูกครูกิ๊ฟ ครูพี่เลี้ยงทำร้ายตั้งแต่วันที่ 21-23 ก.ย.ที่ผ่านมา
น.ส.บีกล่าวว่า น้องมาร์ตินเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 เอ โดยมีครูพี่เลี้ยงชื่อครูกิ๊ฟ ตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดเรื่องครูทำร้ายเด็กที่โรงเรียนนั้น ตนยังไม่มั่นใจว่าลูกจะถูกทำร้าย แต่จากภาพเหตุการณ์ในข่าวตนรู้สึกรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางโรงเรียนแจกให้กับผู้ปกครอง แต่ก็มีบางวันที่เปิดดูไม่ได้ เมื่อวานนี้จึงมาทำเรื่องขอดูภาพกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแทน โดยเจ้าหน้าที่ให้เซฟภาพไฟล์ตามวันที่สงสัยนำกลับไปดู
เมื่อไปเปิดดูที่บ้านก็พบภาพเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 21-23 ก.ย.ที่ผ่านมาว่าครูกิ๊ฟที่เป็นครูพี่เลี้ยงน้องมาร์ตินได้ทำร้ายร่างกายน้อง โดยใช้มือทุบที่หลังหลายครั้งขณะที่น้องมาร์ตินนั่งเรียนอยู่เฉยๆ บางวันก็กระชากตัวอย่างแรงจนน้องต้องวิ่งหนี ใช้ดินสอตีหรือจิ้มน้องจนร้องไห้ หลังเห็นภาพตนรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก จึงเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับครูกิ๊ฟให้ถึงที่สุด
น.ส.บีกล่าวอีกว่า เมื่อช่วงเช้าก่อนที่ตนจะมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ครูกิ๊ฟโทรศัพท์เข้ามาหาตนพร้อมขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป แต่เพราะรักน้องมาร์ตินถึงได้ทำ ตนจึงถามกลับไปว่ารักน้องแบบนี้นี่นะทำไมถึงทำกับเด็กได้ลงคอ ไม่ต้องคุยกันแล้ว ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทางครูกิ๊ฟพูดแค่ว่าก็คงต้องตามนั้น ก่อนวางสายไป